ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การรับรู้คำกริยาไทยของนักเรียนอนุบาลในกรุงเทพมหานคร

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การรับรู้คำกริยาไทยของนักเรียนอนุบาลในกรุงเทพมหานคร
นักวิจัย : โฉมศรี อิศรางกูร ณ อยุธยา
คำค้น : นักเรียน -- การสำรวจ , การรับรู้
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : กิติยวดี บุญซื่อ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ภาควิชาประถมศึกษา
ปีพิมพ์ : 2520
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/18179
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2520

ความมุ่งหมาย การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาจำนวนคำกริยาที่เด็กอนุบาลสามารถรับรู้ และ เปรียบเทียบความสามารถในการรับรู้คำกริยาเหล่านั้นระหว่างเด็กชายและเด็กหญิง วิธีดำเนินการวิจัย 1. เลือกคำกริยาสำหรับทดสอบ 150 คำ แล้วนำมาสร้างเป็นภาพแบบสอบโดยสร้างภาพที่เป็นคำกริยาเหล่านั้น 2. ทดลองใช้แบบสอบครั้งที่ 1 กับนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1 ของโรงเรียนอนุบาลสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จำนวน 6 คน หลังจากการแก้ไขปรับปรุงแบบสอบแล้ว ได้นำแบบทดสอบไปทดลองใช้เป็นครั้งที่ 2 กับนักเรียนอนุบาลปีที่ 1 โรงเรียนอนุบาลละอออุทิศจำนวน 15 คน เพื่อหาข้อบกพร่องเพื่อปรับปรุงอีกครั้งหนึ่ง 3. นำแบบสอบที่ปรับปรุงแล้วไปทดสอบกับนักเรียนอนุบาลโรงเรียนเอกชน 2 แห่ง คือโรงเรียนอนุบาลสวนเด็ก โรงเรียนอนุบาลบ้านเด็ก และโรงเรียนอนุบาลของรัฐ 3 แห่ง คือ โรงเรียนอนุบาลละอออุทิศโรงเรียนอนุบาลสามเสน และโรงเรียนอนุบาลสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แห่งละ 20 คน รวม 100 คน เป็นชายและหญิงจำนวนเท่าๆ กันมีอายุระหว่าง 4 – 5 ปี 4. นำข้อมูลที่เก็บรวบรวมได้มาวิเคราะห์หาค่าเฉลี่ยของคำที่เด็กรับรู้ แล้วเปรียบเทียบความสามารถในการรับรู้คำกริยาระหว่างเด็กชายและเด็กหญิง โดยการทดสอบค่า ที (t-test) ผลการวิจัย 1. คำกริยาที่เด็กชายและเด็กหญิงรับรู้และเข้าใจเป็นอย่างดีโดยเฉลี่ยมี 121 คำ และ 119 คำ ตามลำดับ และค่าเฉลี่ยของความสามารถในการรับรู้คำกริยาไม่แตกต่างกันที่ระดับความมีนัยสำคัญ .05 จึงนับว่าความสามารถในการรับรู้คำกริยาระหว่างเด็กชายและเด็กหญิงไม่แตกต่างกัน 2. ถ้าถือเอาจำนวนร้อยละของเด็กทั้งหมดที่รับรู้คำกริยาแต่ละคำจะสามารถจัดกลุ่มคำกริยาจากง่ายไปยากได้ 3 กลุ่ม ดังนี้คือ กลุ่มคำกริยาที่ง่ายมี 63 คำ กลุ่มคำกริยาที่ค่อนข้างยากมี 69 คำ และกลุ่มคำกริยาที่ยากมี 18 คำ ข้อเสนอแนะ เนื่องจากการวิจัยครั้งนี้ยังไม่ครอบคลุมไปถึงคำกริยาที่เป็นนามธรรม เช่น กลัว ดีใจ เสียใจ โกรธฯลฯ เพราะแบบสอบเป็นภาพ ยากแก่การที่จะให้เด็กเข้าใจภาพได้ตรงตามที่ต้องการ นอกจากนั้นผลพลอยได้ของการวิจัยซึ่งพบว่ามีคำกริยาอีกจำนวนมากที่เด็กรู้จักและนำมาใช้ตอบคำถาม ดังนั้นหากมีผู้ใดสนใจในเรื่องนี้อาจจะทำการวิจัยโดยให้เด็กเล่าเรื่องจากภาพตามความสามารถของตนหรือผู้วิจัยเล่าเรื่องจากภาพให้ฟังพร้อมกัน แล้วให้เด็กเล่าเองจากภาพ แล้วบันทึกเสียงไว้เพื่อนำมาถอดหาจำนวนคำกริยาหรือคำอื่นๆ ตามที่ต้องการ ก็จะได้ทราบความสามารถในการรับรู้คำของเด็กใกล้เคียงความจริงมากยิ่งขึ้น ไม่เฉพาะแต่คำกริยาเท่านั้น แต่จะได้คำชนิดอื่นอีกด้วย

บรรณานุกรม :
โฉมศรี อิศรางกูร ณ อยุธยา . (2520). การรับรู้คำกริยาไทยของนักเรียนอนุบาลในกรุงเทพมหานคร.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
โฉมศรี อิศรางกูร ณ อยุธยา . 2520. "การรับรู้คำกริยาไทยของนักเรียนอนุบาลในกรุงเทพมหานคร".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
โฉมศรี อิศรางกูร ณ อยุธยา . "การรับรู้คำกริยาไทยของนักเรียนอนุบาลในกรุงเทพมหานคร."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2520. Print.
โฉมศรี อิศรางกูร ณ อยุธยา . การรับรู้คำกริยาไทยของนักเรียนอนุบาลในกรุงเทพมหานคร. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2520.