ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การเปรียบเทียบลักษณะทีพึงประสงค์ของอาจารย์ตามความคิดเห็น ของนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่มีลักษณะเชิงสิทธันต์ต่างกัน

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การเปรียบเทียบลักษณะทีพึงประสงค์ของอาจารย์ตามความคิดเห็น ของนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่มีลักษณะเชิงสิทธันต์ต่างกัน
นักวิจัย : วชิรา เพ็ญโรจน์
คำค้น : นักศึกษา -- ทัศนคติ , นิสิตนักศึกษา -- วิจัย , อาจารย์มหาวิทยาลัย
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ประกอบ คุปรัตน์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
ปีพิมพ์ : 2528
อ้างอิง : 9745642363 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/17898
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2528

วัตถุประสงค์ของการวิจัย การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาลักษณะเชิงสิทธันต์ของนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและเปรียบเทียบ โดยจำแนกตามตัวแปร เพศ ระดับชั้นปี คณะวิชา และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกับความคิดเห็นของนิสิตที่มีต่อลักษณะที่พึงประสงค์ของอาจารย์จำแนกตามลักษณะเชิงสิทธัต์สูง-ต่ำ สมมติฐานของการวิจัย สมมติฐานของการวิจัยครั้งนี้ คือ นิสิตที่มีเพศ ระดับชั้นปี คณะวิชา และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนแตกต่างกันจะมีลักษณะเชิงสิทธันต์ต่างกัน และนิสิตที่มีลักษณะเชิงสิทธันต์แตกต่างกัน จะมีความคิดเห็นต่อลักษณะที่พึงประสงค์ของอาจารย์ต่างกัน วิธีดำเนินการวิจัย การวิจัยครั้งนี้ เป็นการวิจัยแบบสำรวจ กลุ่มตัวอย่างประชากรเป็นนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระดับปริญญาตรี ในคณะต่างๆ รวม 15 คณะ ใช้วิธีสุ่มตัวอย่างแบบแยกประเภท (Stratified Random Sapling) จำนวน 796 คน เครื่องมือใช้ในการวิจัยเป็นแบบวัด ซึ่งปรับปรุงจากแบบวัดลักษณะเชิงสิทธันต์ ของ รอคีช ฟอร์มอี (Rokeach’s Dogmatism Scale Form E.) แบบมาตราส่วนประเมินค่าและแบบสอบถามความคิดเห็นต่อลักษณะพึงประสงค์ของอาจารย์ ซึ่งผู้วิจัยแปลมาจากแบบสอบถามในงานวิจัย เลเนอร์ด ที่สอง (Leonard II 1973) เป็นคำถามที่บังคับให้เลือกตอบอย่างใดอย่างหนึ่ง (Forced Chiced Questions) ในการวิเคราะห์ข้อมูลใช้วิธีหาค่าร้อยละ (Percent) หาค่าเฉลี่ย (x ̅) ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ที-เทสต์ (T-test) วิเคราะห์ความแปรปรวน (ANOVA) การทดสอบรายคู่ด้วยวิธีของเชฟเฟ (Scheffe) และการหาค่าได-สแควร์ (Chi Square) สรุปผลการวิจัย 1. นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีลักษณะเชิงสิทธันต์อยู่ในระดับกลาง คือสามารถยอมรับฟังความคิดเห็นแตกต่างไปจากของตัวเอง ค่อนข้างมีเหตุผล รู้จักวิเคราะห์ วิจารณ์ไม่พึ่งพาให้ผู้มีอำนาจ ยอมรับการเปลี่ยนแปลง มีความอดกลั้น 2. นิสิตเพศชายและหญิง มีลักษณะเชิงสิทธันต์ไม่แตกต่างกัน 3. นิสิตศึกษาอยู่ในระดับชั้นปีต่างกัน มีลักษณะเชิงสิทธันต์แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05 คือ นิสิตชั้นปีที่สอง มีลักษณะเชิงสิทธันต์สูงสุด และนิสิตชั้นปีที่สี่มีลักษณะเชิงสิทธันต์ต่ำที่สุด 4. นิสิตที่ศึกษาในคณะวิชาต่างกัน มีลักษณะเชิงสิทธันต์แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05 นิสิตคณะเภสัชศาสตร์ มีลักษณะเชิงสิทธันต์สูงที่สุด และนิสิตคณะอักษรศาสตร์มีลักษณะเชิงสิทธันต์ต่ำที่สุด 5. นิสิตที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่างกัน มีลักษณะเชิงสิทธันต์ต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05 นิสิตที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูง (G.P.A. 3.0-3.5) เป็นนิสิตที่มีลักษณะเชิงสิทธันต์ต่ำที่สุด และนิสิตที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ (G.P.A. 2.0-2.5) เป็นนิสิตที่มีลักษณะเชิงสิทธันต์สูงที่สุด 6. นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เห็นว่าอาจารย์ที่พึงประสงค์ คือ อาจารย์ที่ไม่เคร่งครัดความประมวลการสอน อนุญาตให้นิสิตกำหนดแนวการเรียนด้วยตนเอง เลือกเข้าหรือไม่เข้าชั้นเรียนได้ ปรับปรุงรายวิชาโดยยึดถือหลักวิชาชีพ สอนโดยอาศัยเอกสารประกอบอื่นๆ มากกว่าตำราเรียน เปิดโอกาสให้นิสิตแลกเปลี่ยนประสบการณ์ พยายามสร้างความสัมพันธ์เป็นการส่วนตัวกับนิสิต มีบทบาทในสาขาวิชาของตน เป็นที่คุ้นเคยในหมู่นิสิตใช้เวลาส่วนใหญ่ให้กับนิสิต เป็นอาจารย์ที่มีความสามารถปานกลางแต่ให้คะแนนดี และเมื่อให้นิสิตประเมินอาจารย์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากลักษณะที่พึงประสงค์ดังกล่าว นิสิตส่วนใหญ่มีความเห็นค่อนข้างพึงพอใจในอาจารย์ 7. นิสิตที่มีลักษณะเชิงสิทธันต์แตกต่างกัน มีความเห็นต่อลักษณะที่พึงประสงค์ของอาจารย์แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05 ในเรื่องลักษณะต่างๆ 4 ลักษณะจาก 14 ข้อ คำถาม ข้อเสนอแนะ จากผลการวิจัย ผู้วิจัยเสนอแนะว่า การพิจารณารับอาจารย์ นอกเหนือจากความสามารถทางวิชาการแล้ว ควรให้ความสำคัญกับบุคลิกภาพของอาจารย์ และความสนใจของอาจารย์ต่อนิสิตด้วย ผู้บริหารควรสนับสนุนส่งเสริมอาจารย์ที่ทำงานกิจการนิสิต เช่น การเป็นที่ปรึกษากิจกรรม เป็นต้น และอาจารย์ควรถือเป็นหน้าที่ในการที่จะมีส่วนช่วยให้นิสิตได้พัฒนาเป็นคนที่สมบูรณ์ นอกเหนือจากหน้าที่ในการสอน ซึ่งมหาวิทยาลัยควรมีนโยบายที่ชัดเจนในการที่จะพัฒนานิสิตไปในแนวทางที่พึงประสงค์ นอกจากนี้ควรมีการศึกษาเปรียบเทียบลักษณะเชิงสิทธันต์ของนักศึกษาสถาบันอุดมศึกษาอื่นๆ รวมทั้งตัวแปรต่างๆ ที่จะมีผลต่อลักษณะเชิงสิทธันต์ และศึกษาเปรียบเทียบความแตกต่างทางความคิดเห็นต่อลักษณะที่พึงประสงค์ของอาจารย์ ของนักศึกษาในสาขาวิชาต่างกันและในสถาบันต่างกัน

บรรณานุกรม :
วชิรา เพ็ญโรจน์ . (2528). การเปรียบเทียบลักษณะทีพึงประสงค์ของอาจารย์ตามความคิดเห็น ของนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่มีลักษณะเชิงสิทธันต์ต่างกัน.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วชิรา เพ็ญโรจน์ . 2528. "การเปรียบเทียบลักษณะทีพึงประสงค์ของอาจารย์ตามความคิดเห็น ของนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่มีลักษณะเชิงสิทธันต์ต่างกัน".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วชิรา เพ็ญโรจน์ . "การเปรียบเทียบลักษณะทีพึงประสงค์ของอาจารย์ตามความคิดเห็น ของนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่มีลักษณะเชิงสิทธันต์ต่างกัน."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2528. Print.
วชิรา เพ็ญโรจน์ . การเปรียบเทียบลักษณะทีพึงประสงค์ของอาจารย์ตามความคิดเห็น ของนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่มีลักษณะเชิงสิทธันต์ต่างกัน. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2528.