ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ความตกลงระหว่างประเทศไทยกับต่างประเทศเพื่อการเว้นการเก็บ ภาษีซ้อนเปรียบเทียบ

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ความตกลงระหว่างประเทศไทยกับต่างประเทศเพื่อการเว้นการเก็บ ภาษีซ้อนเปรียบเทียบ
นักวิจัย : กฤตศิลป์ กนกนาก
คำค้น : ภาษีอากร -- ไทย , ภาษีซ้อน , ภาษีอากร , อนุสัญญาภาษีซ้อน , สนธิสัญญา
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : กาญจนา นิมมานเหมินท์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
ปีพิมพ์ : 2525
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/18634
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (น.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2525

โดยที่ประเทศต่างๆ ได้กำหนดภาระในการเสียภาษีต่างกัน กล่าวคือ ประเทศยุโรปส่วนใหญ่ จัดเก็บภาษีตามหลักถิ่นที่อยู่ (Residence Rule) สหรัฐอเมริกาจัดเก็บภาษีตามหลักสัญชาติ (Nationality Rule) และประเทศอื่นๆ จัดเก็บภาษีตามหลักแหล่งเงินได้ (Source Rule) จึงทำให้เกิดการจัดเก็บภาษีของสองหรือสามประเทศซ้ำซ้อนกันขึ้น โดยเงินได้จำนวนหนึ่งต้องเสียภาษีตามหลักแหล่งเงินได้ในประเทศหนึ่ง และยังต้องเสียภาษีตามหลักถิ่นที่อยู่ หรือตามสัญชาติในอีกประเทศหนึ่งด้วย ดังนั้น ในบางประเทศจึงมีวิธีที่จะหลีกเลี่ยงมิให้เกิดการเก็บภาษีซ้อนขึ้น โดยการกำหนดสิทธิในการจัดเก็บภาษีของตนในลักษณะที่มิให้มีส่วนที่ซ้ำซ้อนกันกับประเทศอื่นอีก โดยใช้วิธีการที่สำคัญประการหนึ่ง คือ การจัดทำความตกลงระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในนามของ “ความตกลงเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อน” (Agreement for the Avoidance of Double Taxation) อย่างไรก็ดีการทำความตกลงในเรื่องนี้ นอกจากจะสามารถขจัดปัญหาต่างๆ ในการจัดเก็บภาษีซ้อนดังที่กล่าวแล้ว สำหรับประเทศที่กำลังพัฒนาเกือบทุกประเทศยังใช้ความตกลงเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนนี้ เป็นเครื่องมือในการชักจูงต่างประเทศในการนำเข้าซึ่งทุนและเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อพัฒนาประเทศของตนให้ไปสู่การเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วในที่สุดด้วย ซึ่งขณะนี้ประเทศไทยในฐานะที่เป็นประเทศที่กำลังพัฒนาประเทศหนึ่งก็ได้ทำความตกลงเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวไว้กับประเทศต่างๆ แล้วรวม ๔ ประเทศด้วยกัน ดังนั้นจึงควรจะทำการศึกษารายละเอียดรวมทั้งปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นแล้วหรือที่อาจจะเกิดขึ้นในภายหน้าเกี่ยวกับความตกลงในเรื่องนี้ เพื่อให้ได้มาซึ่งมาตรการทางกฎหมายสำหรับความตกลงเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนที่เหมาะสมที่สุดที่จะไม่ทำให้ประเทศต้องเสียประโยชน์ในการจัดเก็บภาษีอากรมากเกินความจำเป็นเพื่อที่จะได้ใช้เป็นแนวทางในการทำความตกลงในเรื่องนี้กับประเทศต่างๆ ต่อไปในภายหน้า และผลจากมาตรการทางกฎหมายดังกล่าวนี้จะยังผลให้เป็นมูลเหตุจูงใจในการชักจูงการลงทุนและเทคโนโลยีจากต่างประเทศให้เข้ามาประกอบกิจการในประเทศไทยให้มากยิ่งขึ้นต่อไปด้วย ในการดำเนินการค้นคว้านี้ ได้ศึกษาถึงเนื้อหาสาระและความแตกต่างของความตกลงเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนที่ประเทศไทยได้ทำไว้กับต่างประเทศทั้ง ๙ ประเทศ อันได้แก่ ประเทศสวีเดน ประเทศญี่ปุ่น ประเทศนอร์เวย์ ประเทศเดนมาร์ค สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมัน สาธารณรัฐฝรั่งเศส สาธารณรัฐสิงคโปร์ ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ และสาธารณรัฐเกาหลี โดยเปรียบเทียบให้เห็นถึงหลักเกณฑ์และข้อแตกต่างของความตกลงดังกล่าวข้างต้นแล้วนั้น รวมทั้ง Model Double Taxation Convention on Income and on Capital ขององค์การเพื่อการประสานงานและพัฒนาทางเศรษฐกิจ (Organization for Economic Co-operation and Development หรือ “OECD”) และ Manual for the Negotiation of Bilateral Tax Treaties Between Developed and Countries ของสภาเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติ (department of International Economic and Social Affairs,United Nations หรือ “UN” ) ซึ่งในการวิจัยนั้นใช้วิธีค้นคว้าและรวบรวมข้อมูลแบบการค้นคว้าจากเอกสาร (Documentary Research) ส่วนการศึกษานั้นใช้วิธีพรรณนาและวิเคราะห์ (Descriptive and Analytical Method) จากการที่ได้วิเคราะห์ข้อบทต่างๆ ในความตกลงเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนที่ประเทศไทยทำกับประเทศต่างๆ มาแล้วนั้น จะเห็นได้ว่า โดยทั่วไปแล้วความตกลงทุกฉบับมีแนวทางคล้ายคลึงกับร่างความตกลงฉนับ “OECD” ซึ่งเป็นแบบอย่างที่ร่างขึ้นมาโดยกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว และให้ความสำคัญในการจัดการจัดเก็บภาษีในประเทศถิ่นที่อยู่เป็นหลัก ดังนั้น เมื่อพิจารณาตามร่างความตกลงฉบับ “UN” ซึ่งร่างขึ้นในเวลาต่อมาโดยผู้เชี่ยวชาญจากกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วและประเทศที่กำลังพัฒนา โดยได้ตระหนักถึงปัญหาของประเทศที่กำลังพัฒนาในฐานะประเทศแหล่งเงินได้ ทำให้ข้อบทต่างๆ ในร่างความตกลงฉบับ “UN” มีลักษณะที่เน้นสิทธิในการจัดเก็บภาษีของประเทศแหล่งเงินได้ด้วยเช่นกันใช้ประโยชน์จากข้อบทต่างๆ ตามแบบอย่างที่ร่างขึ้นโดย “UN” ในหลายๆประการนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของสถานประกอบการถาวร โดยพยายามให้ความหมายของคำว่า “สถานประกอบการถาวร” มีลักษณะที่กว้างขวางขึ้นเพื่อพิทักษ์สิทธิในการจัดเก็บภาษีกำไรจากธุรกิจของวิสาหกิจต่างประเทศไว้ให้มากที่ดสุด้วย แต่อย่างไรก็ดี ผลกระทบในด้านอื่นๆ เช่นผลในด้านการส่งเสริมการขยายตัวทางการค้าระหว่างประเทศนั้นก็ควรที่จะต้องได้รับการพิจารณาประกอบไปด้วย สำหรับผลที่ประเทศได้รับการทำความตกลงเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนกับประเทศต่างๆ นั้น ผลโดยทั่วไปก็คือในด้านการส่งเสริมการลงทุนในด้านการส่งเสริมความสัมพันธ์กันดีระหว่างประเทศ และในด้านการป้องกันการเลี่ยงภาษี ส่วนผลจากมาตรการเกี่ยวกับ Tax Sparing นั้นก็มิได้หมายความว่า หากในความตกลงกับประเทศบางประเทศไม่มีข้อบทที่ว่าด้วย Tax Sparing แล้วจะทำให้ประเทศไทยต้องเสียเปรียบเสมอไปแต่อย่างใด เพราะความจริงแล้วมาตรการเกี่ยวกับ Tax Sparing จะมีความจำเป็นก็เฉพาะในกรณีที่การขจัดภาษีซ้อนกระทำโดยวิธีเครดิตเท่านั้น หากการขจัดภาษีซ้อนกระทำโดยวิธียกเว้นแล้วก็ไม่จำเป็นต้องมี และการที่จะพิจารณาว่าการมีหรือไม่มีข้อบทที่ว่าด้วย Tax Sparing จะมีผลทำให้ประเทศไทยเสียประโยชน์หรือไม่ จำเป็นจะต้องพิจารณาถึงบทบัญญัติของพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. ๒๕๒๐ ประกอบด้วย ส่วนข้อเสนอแนะนั้น จะเห็นว่าในกรณีที่ข้อบทบางข้อบทไม่มีกำหนดไว้ในความตกลง ซึ่งทำให้ประเทศไทยได้รับประโยชน์ ก็ควรที่จะไม่กำหนดข้อบทเหล่านั้นไว้ในการทำความตกลงกับประเทศต่างๆ ในอนาคต และควรจะมีพิธีสาร (Protocal) ต่อท้ายความตกลงที่ข้อบทบางข้อกำหนดไว้ชัดเจนซึ่งทำให้เกิดปัญหาในการตีความขึ้น รวมทั้งควรให้มีมาตรการเกี่ยวกับ Tax Sparing ไว้ในความตกลงที่จะทำกับประเทศต่างๆ ในอนาคตทุกฉบับด้วย เพื่อให้การยกเว้นภาษีตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุนบรรลุผล และเป็นแรงจูงใจให้ต่างประเทศเข้ามาลงทุนในประเทศไทยมากขึ้น

บรรณานุกรม :
กฤตศิลป์ กนกนาก . (2525). ความตกลงระหว่างประเทศไทยกับต่างประเทศเพื่อการเว้นการเก็บ ภาษีซ้อนเปรียบเทียบ.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
กฤตศิลป์ กนกนาก . 2525. "ความตกลงระหว่างประเทศไทยกับต่างประเทศเพื่อการเว้นการเก็บ ภาษีซ้อนเปรียบเทียบ".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
กฤตศิลป์ กนกนาก . "ความตกลงระหว่างประเทศไทยกับต่างประเทศเพื่อการเว้นการเก็บ ภาษีซ้อนเปรียบเทียบ."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2525. Print.
กฤตศิลป์ กนกนาก . ความตกลงระหว่างประเทศไทยกับต่างประเทศเพื่อการเว้นการเก็บ ภาษีซ้อนเปรียบเทียบ. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2525.