ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ลักษณะผู้ให้คำปรึกษาแนะแนวที่พึงประสงค์ของนักเรียนโรงเรียนมัธยม แบบประสมประเภทสหศึกษา ในภาคกลางของประเทศไทย

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ลักษณะผู้ให้คำปรึกษาแนะแนวที่พึงประสงค์ของนักเรียนโรงเรียนมัธยม แบบประสมประเภทสหศึกษา ในภาคกลางของประเทศไทย
นักวิจัย : ศักดิ์สิทธิ์ ขัตติยาสุวรรณ
คำค้น : บุคลิกภาพ
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : พรรณี ชูทัย , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
ปีพิมพ์ : 2519
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/17726
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2519

วัตถุประสงค์ของการวิจัยครั้งนี้ คือการสำรวจลักษณะผู้ให้คำปรึกษาแนะแนวที่พึงประสงค์ของนักเรียน โรงเรียนมัธยมแบบประสม ประเภทสหศึกษา ในภาคกลางของประเทศไทย กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วย นักเรียนชั้น ม.ศ. 1-5 ปีการศึกษา 2518 จำนวน 1,095 เป็นนักเรียนชาย 534 คน นักเรียนหญิง 561 คน จากโรงเรียนมัธยมแบบประสม 5 แห่ง คือ โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย โรงเรียนบางกะปิ โรงเรียนสุวรรณารามวิทยาคม โรงเรียนสระบุรีวิทยาคม และโรงเรียนพิบูลวิทยาลัย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถาม ซึ่งมี 2 ตอน ตอนที่ 1 ประกอบด้วยลักษณะผู้ให้คำปรึกษาแนะแนว 7 คู่ และมีมาตรประเมินค่าแบบ 5 ช่วง กำกับอยู่ทุกคู่ สำหรับตอนที่ 2 ประกอบด้วยลักษณะผู้ให้คำปรึกษาแนะแนว 7 คู่ และมีสถานการณ์ปัญหาให้นักเรียนพิจารณาประกอบการเลือกลักษณะผู้ให้คำปรึกษาแนะแนว 5 สถานการณ์ คือ (1) สถานการณ์ปัญหาเกี่ยวกับทักษะและนิสัยในการเรียน (2) สถานการณ์ปัญหาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ภายในครอบครัว (3) สถานการณ์ปัญหาเกี่ยวกับความสัมพันธ์กับบุคคลอื่นภายนอกครอบครัว (4) สถานการณ์ปัญหาส่วนตัวไม่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล (5) สถานการณ์ปัญหาเกี่ยวกับการศึกษาต่อ และการเลือกอาชีพ การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ไคสแควร์ (Chi-Square) วิเคราะห์ความแตกต่างในการเลือกลักษณะผู้ให้คำปรึกษาแนะแนวของนักเรียน ส่วนผลการประเมินค่าความสำคัญของลักษณะที่นักเรียนเลือก วิเคราะห์จากค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัย ก.โดยทั่วๆ ไปแล้ว นักเรียนส่วนใหญ่ต้องการผู้ให้คำปรึกษาแนะแนวที่มีลักษณะ (1) เป็นคนที่นักเรียนเช้าพบได้ง่ายและพบได้ตลอดเวลา (2) เป็นคนที่ใช้วิธีรับฟัง ช่วยให้นักเรียนรู้จักคิด ตัดสินใจ และแก้ปัญหาด้วยตัวของนักเรียนเอง (3) เป็นเพศหญิง (4) เป็นคนที่แต่งกายเรียบร้อยอยู่เสมอ (5) เป็นคนมีเหตุผลมีความรอบรู้เฉลียวฉลาด ทำงานในหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีสติความยั้งคิด (6) เป็นคนที่เก็บปัญหาของนักเรียนไว้เป็นความลับอย่างยิ่ง (7) เป็นผู้ใหญ่ อายุเกิน 30 ปี ผลการประเมินความสำคัญของลักษณะผู้ให้คำปรึกษาและแนวที่นักเรียนเลือกในสถานการณ์ทั่วไป จัดอันดับความสำคัญได้ดังนี้ (1) ลักษณะเกี่ยวกับอารมณ์ – ความรู้ (2) ลักษณะเกี่ยวกับการเก็บปัญหาของนักเรียนไว้เป็นความลับ (3) ลักษณะเกี่ยวกับวิธีการให้คำปรึกษา (4) ลักษณะเกี่ยวกับการให้นักเรียนเข้าพบ (5) ลักษณะเกี่ยวกับวัย-อายุ (6) ลักษณะเกี่ยวกับเพศ (7) ลักษณะเกี่ยวกับการแต่งกาย เมื่อแยกศึกษาตามเพศปรากฏว่านักเรียนชาย-หญิง ต้องการผู้ให้คำปรึกษาแนะแนวที่เป็นเพศเดียวกันกับตน นอกจากนี้ยังพบอีกว่า นักเรียนหญิงต้องการผู้ให้คำปรึกษาแนะแนวที่เก็บปัญหานักเรียนไว้เป็นความลับมากกว่านักเรียนชาย การเลือกลักษณะผู้ให้คำปรึกษาแนะแนวดังกล่าวทั้ง 2 ลักษณะ พบว่ามีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 ส่วนลักษณะอื่นๆ นักเรียนชายและหญิง เลือกคล้ายคลึงกัน ข. โดยทั่วๆ ไปแล้วสถานการณ์ปัญหามีผลต่อการเลือกลักษณะผู้ให้คำปรึกษาแนะแนวที่พึงประสงค์ของนักเรียน (1) สถานการณ์ปัญหาเกี่ยวกับทักษะและนิสัยการเรียน นักเรียนเลือกลักษณะผู้ให้คำปรึกษาต่อไปนี้เฉพาะเจาะจงลงไป (P < .001) วัย-อายุ การแต่งกายอารมณ์-ความรู้ การให้นักเรียนเข้าพบ และวิธีการให้คำปรึกษาส่วนการเลือกลักษณะเกี่ยวกับเพศและการเก็บปัญหาของนักเรียนไว้เป็นความลับ ไม่เฉพาะเจาะจงลงไป (2) สถานการณ์ปัญหาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ภายในครอบครัว นักเรียนเลือกลักษณะผู้ให้คำปรึกษาแนะแนวทุกลักษณะเฉพาะเจาะจงลงไป ลักษณะที่พบความแตกต่างในการเลือกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 ได้แก่ เพศ วัย-อายุ การเก็บปัญหาของนักเรียนไว้เป็นความลับ การแต่งกาย การให้นักเรียนเข้าพบ และวิธีให้คำปรึกษา ส่วนลักษณะเกี่ยวกับอารมณ์-ความรู้ พบว่ามีความแตกต่างในการเลือกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (3) สถานการณ์ปัญหาเกี่ยวกับความสัมพันธ์กับบุคคลอื่นภายนอกครอบครัวนักเรียนเลือกลักษณะผู้ให้คำปรึกษาแนะแนวทุกลักษณะเฉพาะเจาะจงลงไป (P < .001) (4) สถานการณ์ปัญหาส่วนตัวไม่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล นักเรียนเลือกลักษณะผู้ให้คำปรึกษาแนะแนวทุกลักษณะเฉพาะเจาะจงลงไป ลักษณะที่พบความแตกต่างในการเลือกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 ได้แก่ เพศ วัย-อายุ การเก็บปัญหาของนักเรียนไว้เป็นความลับ อารมณ์-ความรู้ การให้นักเรียนเช้าพบ และวิธีการให้คำปรึกษาส่วนลักษณะเกี่ยวกับการแต่งกาย พบว่ามีความแตกต่างในการเลือกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (5) สถานการณ์ปัญหาเกี่ยวกับการศึกษาต่อและการเลือกอาชีพ นักเรียนเลือกลักษณะผู้ให้คำปรึกษาแนะแนวต่อไปนี้เฉพาะเจาะจงลงไป (P < .001) วัย-อายุการเก็บปัญหาของนักเรียนไว้เป็นความลับ อารมณ์-ความรู้ การให้นักเรียนเข้าพบ และวิธีการให้คำปรึกษา ส่วนการเลือกลักษณะผู้ให้คำปรึกษาแนะแนวเกี่ยวกับเพศและการแต่งกาย ปรากฏว่าไม่เฉพาะเจาะจงลงไป

บรรณานุกรม :
ศักดิ์สิทธิ์ ขัตติยาสุวรรณ . (2519). ลักษณะผู้ให้คำปรึกษาแนะแนวที่พึงประสงค์ของนักเรียนโรงเรียนมัธยม แบบประสมประเภทสหศึกษา ในภาคกลางของประเทศไทย.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ศักดิ์สิทธิ์ ขัตติยาสุวรรณ . 2519. "ลักษณะผู้ให้คำปรึกษาแนะแนวที่พึงประสงค์ของนักเรียนโรงเรียนมัธยม แบบประสมประเภทสหศึกษา ในภาคกลางของประเทศไทย".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ศักดิ์สิทธิ์ ขัตติยาสุวรรณ . "ลักษณะผู้ให้คำปรึกษาแนะแนวที่พึงประสงค์ของนักเรียนโรงเรียนมัธยม แบบประสมประเภทสหศึกษา ในภาคกลางของประเทศไทย."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2519. Print.
ศักดิ์สิทธิ์ ขัตติยาสุวรรณ . ลักษณะผู้ให้คำปรึกษาแนะแนวที่พึงประสงค์ของนักเรียนโรงเรียนมัธยม แบบประสมประเภทสหศึกษา ในภาคกลางของประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2519.