ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การสังเคราะห์และสมบัติการจับของตัวรับไดทอปิกที่มีอนุพันธ์ของโรดามีนเป็นองค์ประกอบ

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การสังเคราะห์และสมบัติการจับของตัวรับไดทอปิกที่มีอนุพันธ์ของโรดามีนเป็นองค์ประกอบ
นักวิจัย : ชาติไทย แก้วทอง
คำค้น : Rhodamine sensor , thiourea crown , คราวเทียม , ตัวตรวจวัด , โรดามีน , ไทโอยูเรีย
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2556
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=MRG5380167 , http://research.trf.or.th/node/7592
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

งานวิจัยนี้มีจุดมุ่งหมายที่จะสังเคราะห์อนุพันธ์ของโรดามีน (L1-L6) สำหรับใช้เป็นตัวตรวจวัด ไอออนบวกและไอออนลบ โดยศึกษาสมบัติการเกิดสารประกอบเชิงซ้อนกับไอออนบวกและ ไอออนลบด้วยเทคนิคยูวี-วิสิเบิล เอ็นเอ็มอาร์และฟลูออเรสเซ็นต์ไทเทรชัน จากการศึกษาพบว่า ตัวตรวจวัดฟลูออเรสเซนต์เค็มโมเซ็นเซอร์ (L1-L4) ซึ่งประกอบด้วยโรดามีนและคราวเทียมมี ความจำเพาะเจาะจงสำหรับตรวจวัดปรอท (Hg2+) กลไกลในการตรวจวัดการเพิ่มขึ้นของ สัญญาณฟลูออเรสเซนต์เกิดขึ้นเมื่อปรอทมาเกิดอันตรกิริยากับลิแกนด์ทำให้มีเปิดวงของโรดา มีน โดยจะมีสัญญาณฟลูออเรสเซนต์สูงขึ้นจากเดิมถึง 350 เท่าและในกรณีของลิแกนด์ L2 ถึง L4 จะมีความจำเพาะเจาะจงมากว่าคอปเปอร์ (Cu2+) ถึง 300 เท่า อีกทั้งผลของการขึ้นรูปฟิล์ม บางพอลิเมอร์โดยโดปโพลีเมทิลเมทาไครเลตหรือ PMMA ด้วยเค็มโมเซ็นเซอร์ L2 พบว่า สามารถใช้เป็นตัวตรวจวัดที่มีความว่องไงสูงสำหรับปรอทได้และสามารถนำกลับมาใช้ใหม่โดย ใช้สารละลายเจือจางโซเดียมไฮดรอกไซด์ สำหรับตัวตรวจวัดฟลูออเรสเซนต์เค็มโมเซ็นเซอร์ (L5-L6) ซึ่งประกอบด้วยโรดามีนและหมู่ไทโอยูเรียจะมีความจำเพาะเจาะจงกับ CH3COO- มากกว่าแอนไอออนชนิดอื่นๆ เมื่อทำการเติม Hg2+ ลงไปในสารละลายลิแกนด์ L5 และ L6 ยังมี ความจำเพาะเจาะจงต่อ CH3COO- อยู่เหมือนเดิมอีกทั้งมีค่าคงที่ในการจับเพิ่มสูงขึ้นอาจเป็นผล เนื่องมาจากผลอะโลสเตอริกเมื่อจับกับปรอท The objective of this research is to study the complexation ability of rhodamine derivatives toward cations and/or anions using UV-vis NMR and fluorescent titrations. The results showed that fluorescence-active chemosensors (L1-L4) comprising a rhodamine scaffold and a pseudo azacrown cation-binding subunit have been proposed and characterized as a fluorescent chemosensor for Hg2+. An on-off type fluorescent enhancement was observed by the formation of the ring-opened amide form of rhodamine moiety, which was induced by the interactions between Hg2+ and chemosensor. Upon the addition of Hg2+, an overall emission change of 350-fold was observed, and the selectivity was calculated to be 300 times higher than Cu2+ for receptors L2-L4. A polymeric thin film can be obtained from by doping poly(methyl methacrylate) or PMMA with chemosensor L2. Such a thin film sensor can be used to detect Hg2+ with high sensitivity and can be recovered by diluted NaOH. In the case of L5 and L6 were combined with rhodamine and thiourea. For anion complexation studies L5 and L6 were found to form a complex with CH3COO- over other anions. In the presence of Hg2+, the chemosensor L6 and L5 still has higher selectivity CH3COOwhich might be Hg2+-induced allosteric effect.

บรรณานุกรม :
ชาติไทย แก้วทอง . (2556). การสังเคราะห์และสมบัติการจับของตัวรับไดทอปิกที่มีอนุพันธ์ของโรดามีนเป็นองค์ประกอบ.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ชาติไทย แก้วทอง . 2556. "การสังเคราะห์และสมบัติการจับของตัวรับไดทอปิกที่มีอนุพันธ์ของโรดามีนเป็นองค์ประกอบ".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ชาติไทย แก้วทอง . "การสังเคราะห์และสมบัติการจับของตัวรับไดทอปิกที่มีอนุพันธ์ของโรดามีนเป็นองค์ประกอบ."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2556. Print.
ชาติไทย แก้วทอง . การสังเคราะห์และสมบัติการจับของตัวรับไดทอปิกที่มีอนุพันธ์ของโรดามีนเป็นองค์ประกอบ. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2556.