ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ประสิทธิผลของหลักสูตรสาขาวิชาบรรณารักษศาสตร์ต่อการปฏิบัติงาน ของบัณฑิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ประสิทธิผลของหลักสูตรสาขาวิชาบรรณารักษศาสตร์ต่อการปฏิบัติงาน ของบัณฑิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง
นักวิจัย : พวงเพ็ญ ทิพย์พืช
คำค้น : มหาวิทยาลัยรามคำแหง -- หลักสูตร , บรรณารักษศาสตร์ -- การศึกษาและการสอน , บัณฑิต
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : นวนิตย์ อินทรามะ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
ปีพิมพ์ : 2527
อ้างอิง : 9745632821 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/18303
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (อ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2527

การวิจัยครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิผลของหลักสูตรสาขาวิชาบรรณารักษศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหงเกี่ยวกับความเหมาะสมของจุดมุ่งหมาย เนื้อหาของหลักสูตร ระยะเวลาเรียนที่กำหนดในหลักสูตร รวมทั้งปัญหาในการปฏิบัติงาน การนำความรู้ที่ได้รับจากภาควิชาไปประกอบอาชีพบรรณารักษ์หรืออาชีพอื่นๆ ปัญหาและอุปสรรคตลอดจนความต้องการในการหางานทำของบัณฑิต เพื่อรวบรวมข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะต่างๆ เสนอต่อภาควิชาบรรณารักษศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง วิธีดำเนินการวิจัยใช้การค้นคว้าจากเอกสาร และการสำรวจโดยส่งแบบสอบถามไปยังบัณฑิตสาขาวิชาบรรณารักษศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ปีการศึกษา 2520 -2524 จำนวน 200 คน ซึ่งประชากรจำนวนนี้ได้มาจากการสุ่มตัวอย่าง 50 เปอร์เซ็นต์ของผู้สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรีจากภาควิชาบรรณารักษศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้รับแบบสอบถามคืนจากบัณฑิต 172 คน คิดเป็นร้อยละ 86 ของบัณฑิตทั้งหมด ข้อมูลที่ได้รับจากแบบสอบถามนำมาวิเคราะห์และเสนอในรูปของร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิเคราะห์ข้อมูลปรากฏว่าบัณฑิตทั้งหมดเป็นหญิง (97.67 %) อายุเฉลี่ย 26.64 ปี ภายหลังจบการศึกษาแล้วส่วนใหญ่สามารถหางานทำได้ภายในระยะเวลา 6 เดือน โดยประกอบอาชีพเป็นบรรณารักษ์และอาจารย์บรรณารักษ์ 129 คน (75 %) ประกอบอาชีพอื่นๆ 19 คน (11.05 %) และยังไม่ได้ประกอบอาชีพ 24 คน (13.95 %) บัณฑิตที่ประกอบอาชีพเหล่านี้ส่วนใหญ่ปฏิบัติงานในห้องสมุดวิทยาลัยและมหาวิทยาลัย (40.12 %) รองลงมาได้แก่ ห้องสมุดเฉพาะ (20.93 %) และห้องสมุดโรงเรียน (11.63 %) ด้านประสิทธิผลของหลักสูตรสาขาวิชาบรรณารักษศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เกี่ยวกับจุดมุ่งหมาย เนื้อหาวิชา และระยะเวลาเรียนที่กำหนดในหลักสูตรนั้น บัณฑิตลงความเห็นว่าจุดมุ่งหมายของหลักสูตรเหมาะสมดีแล้ว อย่างไรก็ตามควรมีการปรับปรุงเนื้อหาและระยะเลาลาเรียนเพื่อให้เหมาะสมกับความก้าวหน้าในวิชาการในปัจจุบัน ในบางวิชาควรมีการเพิ่มเนื้อหาและระยะเวลาเรียน เช่น วิชาการฝึกงานห้องสมุด วิชาการจัดหมู่หนังสือและทำบัตรรายการทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ และในบางวิชาควรมีการลดเนื้อหาและระยะเวลาเรียน เช่น วิชาประวัติหนังสือและการพิมพ์ บรรณารักษศาสตร์เบื้องต้นและวรรณกรรมประเภทต่างๆ สำหรับการนำความรู้ที่ได้รับจากภาควิชาไปใช้ในการปฏิบัติงานนั้น ปรากฏว่าบัณฑิตสามารถนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานได้ในระดับมากและปานกลาง วิชาที่บัณฑิตนำไปใช้มากที่สุด ได้แก่ วิชาการฝึกงานห้องสมุด วิชาการจัดหมู่และทำบัตรรายการหนังสือภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เอกสารสิ่งพิมพ์และวัสดุเพื่อการค้นคว้า การบริการห้องสมุด ส่วนวิชาที่บัณฑิตนำไปใช้น้อยที่สุด ได้แก่ วิชาประวัติหนังสือและการพิมพ์ การจัดหมู่หนังสือและทำบัตรรายการวัสดุพิเศษ เป็นต้น เกี่ยวกับการปฏิบัติงานในห้องสมุดของบัณฑิตนั้นจะปฏิบัติงานในหน้าที่จัดหมู่และทำบัตรรายการเป็นจำนวนสูงสุด (47.01%) รองลงมาได้แก่ งานจัดซื้อ-จัดหา (40.30%) งานบริการจ่าย-รับ (29.85%) งานดรรชนี บรรณานุกรม และสาระสังเขป (28.36%) และปฏิบัติงานด้านโสตทัศนวัสดุน้อยที่สุด (2.24%) ด้านปัญหาเกี่ยวกับห้องสมุดและการทำงานของบัณฑิต ปรากฏว่าบัณฑิตประสบปัญหาในระดับปานกลางและน้อย บัณฑิตกลุ่มผู้ประกอบอาชีพบรรณารักษ์และกลุ่มอาชีพอื่นๆ มีความต้องการให้ภาควิชาจัดกิจกรรมด้านวิชาการและบริการในระดับมาก พร้อมกันนั้นได้ให้ข้อเสนอแนะแก่ภาควิชาเพื่อปรับปรุงหลักสูตรการเรียน การสอน อาจารย์ผู้สอน กิจกรรมและบริการอื่นๆอีกด้วย ข้อเสนอแนะ 1. ภาควิชาควรมีการจำกัดจำนวนนักศึกษาให้น้อยลงเพื่อขจัดปัญหาด้านหน่วยงานที่จะจัดนักศึกษาไปฝึกงานและปัญหาด้านอุปกรณ์การค้นคว้าและคู่มือต่างๆ ที่จะขาดแคลนและไม่เพียงพอต่อจำนวนนักศึกษามากๆ 2. ภาควิชาควรมีโครงการประเมินผลและเปลี่ยนแปลงเป็นระยะๆ ในด้านหลักสูตรการเรียนการสอน โดยมีการประเมินผลในทุกวิชาที่สอนเกี่ยวกับเนื้อหาวิชาและระยะเวลาเรียน เพื่อให้สอดคล้องกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีซึ่งเจริญรุดหน้าเพิ่มขึ้นทุกวัน 3. ภาควิชาควรเพิ่มชั่วโมงเรียนและชั่วโมงปฏิบัติในบางวิชาที่นักศึกษานำไปใช้ในการปฏิบัติงานห้องสมุดมาก เช่น วิชาการจัดหมู่ และทำบัตรรายการ การฝึกงานในห้องสมุด เพื่อให้เกิดทักษะความชำนาญมากขึ้น 4. ภาควิชาควรมีการสำรวจความต้องการของนักศึกษาในการใช้ตำราที่อาจารย์ผลิตขึ้น และความเข้าใจของนักศึกษาต่อตำราเหล่านั้นเพื่อให้การใช้ตำราดังกล่าวประกอบการเรียนการสอนอย่างมีประสิทธิภาพ 5. ภาควิชาควรจัดบริการทางวิชาการต่างๆ เช่น การบรรยาย การอบรมหรือการสัมมนาในหัวข้อวิชาการใหม่ๆ ให้บ่อยขึ้นสำหรับนักศึกษาเก่า นักศึกษาในปัจจุบัน รวมทั้งผู้สนใจโดยทั่วไปเพื่อประโยชน์ทางวิชาการและงานที่ปฏิบัติอยู่ 6. ข้อมูล ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะในการวิจัยนี้ควรใช้เป็นแนวทางในการปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอน การดำเนินงานด้านต่างๆ ของภาควิชาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

บรรณานุกรม :
พวงเพ็ญ ทิพย์พืช . (2527). ประสิทธิผลของหลักสูตรสาขาวิชาบรรณารักษศาสตร์ต่อการปฏิบัติงาน ของบัณฑิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พวงเพ็ญ ทิพย์พืช . 2527. "ประสิทธิผลของหลักสูตรสาขาวิชาบรรณารักษศาสตร์ต่อการปฏิบัติงาน ของบัณฑิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พวงเพ็ญ ทิพย์พืช . "ประสิทธิผลของหลักสูตรสาขาวิชาบรรณารักษศาสตร์ต่อการปฏิบัติงาน ของบัณฑิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2527. Print.
พวงเพ็ญ ทิพย์พืช . ประสิทธิผลของหลักสูตรสาขาวิชาบรรณารักษศาสตร์ต่อการปฏิบัติงาน ของบัณฑิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2527.