ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

พระราชดำริทางการเมืองของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยุ่หัว

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : พระราชดำริทางการเมืองของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยุ่หัว
นักวิจัย : นฤมล ธีรวัฒน์
คำค้น : จอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ, 2347-2411 , ไทย -- การเมืองและการปกครอง
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : สมบัติ จันทรวงศ์ , ปิยนาถ บุนนาค , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
ปีพิมพ์ : 2525
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/17578
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (อ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2525

สถาบันกษัตริย์ไทยเป็นสถาบันทางการเมืองที่มีการปรับตัวอย่างมากมาโดยตลอด ตามประวัติศาสตร์สถาบันนี้ได้ปฏิรูปตัวเองอย่างต่อเนื่องและปรับสถานะให้ทันสมัยอยู่เสมอเพื่อรักษาไว้ซึ่งสถานภาพที่เหมาะสมในสังคมไทย การปฏิรูปครั้งใหญ่ของสถาบันกษัตริย์ที่ถือเป็นก้าวแรกแห่งการนำประเทศไปสู่ความเจริญแบบตะวันตกได้เริ่มขึ้นในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 แห่งราชวงศ์จักรี เวลานั้นเมื่อประเทศไทยเริ่มสำนึกในแรงกดดันจากลัทธิล่าอาณานิคมตะวันตก การปฏิรูปของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ไม่เพียงแต่ช่วยให้ประเทศไทยรอดพ้นจากการยึดครองของมหาอำนาจต่างชาติเท่านั้น หากยังส่งอิทธิพลอย่างมากต่อการวางแนวนโยบายการเมืองภายในและภายนอกประเทศในรัชกาลต่อมา จากการวิเคราะห์พระราชประวัติ พระราชกรณียกิจและงานของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มุ่งศึกษาถึงกำเนิดและพัฒนาการแห่งพระราชดำริทางการเมืองของพระองค์ โดยจะให้ความสำคัญเป็นพิเศษต่อสิ่งซึ่งอาจเป็นแรงบันดาลของความเปลี่ยนแปลงใดๆที่เกิดภายหลัง ผลของการศึกษาพบว่า ทัศนคติทางการเมืองแบบ “จารีตนิยม” ของพระบาทสมเด็จพระจอมเหล้าเจ้าอยู่หัว ที่ก่อตัวขึ้นในช่วงแรกแห่งพระชนม์ชีพได้เปลี่ยนแปลงไปมากในช่วงระยะเวลา 27 ปีต่อมาที่ทรงลี้ภัยการเมืองในสมณเพศ เมื่อทรงตระหนักว่าไม่อาจได้ราชสมบัติตามสิทธิธรรม ระหว่างที่ทรงเป็นพระภิกษุนั้นพระองค์ทรงมีโอกาสที่พระมหากษัตริย์องค์ใดไม่เคยทรงมีมาก่อนในการเรียนรู้สภาพที่เป็นจริงของสังคมและโลกภายนอก พระองค์จึงสามารถพัฒนาพระราชดำริทางการเมืองให้มีลักษณะเฉพาะพระองค์ในเรื่องของพระราชภารกิจแห่งพระมหากษัตริย์ที่พึงมีต่อราษฎรและราชอาณาจักร เมื่อพระองค์ได้เสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติ ทรงดำเนินการตามพระราชดำริทางการเมืองที่เกิดขึ้นใหม่นี้ ผลก็คือนโยบายต่างประเทศของไทยเปลี่ยนจากการไม่ผูกพันกับประเทศใดมาเป็นการโอนอ่อนยอมตามความต้องการของชาติมหาอำนาจขณะเดียวกันก็เริ่มพัฒนายุทธวิถีถ่วงดุลย์อำนาจในวิธีการทูต ภายในประเทศนั้น พระองค์เริ่มโครงการระยะยาวที่จะรวมศูนย์อำนาจทางการเมืองไว้ที่สถาบันกษัตริย์ ทั้งยังทรงนำกลุ่มผู้สนับสนุนพระองค์ในการเพิ่มพูนความรู้เรื่องวิทยาการสมัยใหม่และเทคโนโลยีของตะวันตก เป็นที่น่าสังเกตว่าในความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนั้นไม่มีสิ่งที่แสดงให้เห็นเลยว่า พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงละทิ้งความเชื่อพื้นฐานเรื่องบทบาทของกษัตริย์สมบูรณาญาสิทธิราชย์ที่เป็นธรรมราชาตามอุดมคติทางพุทธศาสนา เพียงแต่ทรงกำหนดบทบาทธรรมราชาของพระองค์ให้ใกล้ชิดราษฎรยิ่งกว่ารัชสมัยใดที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามข้อจำกัดทางสังคมและการเมืองทำให้ยากที่พระองค์จะดำเนินการตามพระราชดำริทางการเมืองทั้งหมดได้ สิ่งที่พระองค์เริ่มไว้นั้นเป็นรัชทายาทของพระองค์คือ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสานต่อจนสำเร็จโดยใช้เวลาเกือบตลอดพระชนม์ชีพ

บรรณานุกรม :
นฤมล ธีรวัฒน์ . (2525). พระราชดำริทางการเมืองของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยุ่หัว.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นฤมล ธีรวัฒน์ . 2525. "พระราชดำริทางการเมืองของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยุ่หัว".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นฤมล ธีรวัฒน์ . "พระราชดำริทางการเมืองของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยุ่หัว."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2525. Print.
นฤมล ธีรวัฒน์ . พระราชดำริทางการเมืองของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยุ่หัว. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2525.