ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

กิจการเหมืองแร่ดีบุกกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจภาคใต้ พ.ศ. 2411-2474

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : กิจการเหมืองแร่ดีบุกกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจภาคใต้ พ.ศ. 2411-2474
นักวิจัย : พรรณี อวนสกุล
คำค้น : เหมืองแร่ -- ภาวะเศรษฐกิจ -- ประวัติ , ไทย -- ประวัติศาสตร์
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ธิติมา พิทักษ์ไพรวัน , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
ปีพิมพ์ : 2522
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/17604
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (อ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2522

การทำเหมืองแร่ดีบุกเป็นอาชีพสำคัญของภาคใต้ นับตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้อุตสาหกรรมเหมืองแร่ยังเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจพื้นฐานของการพัฒนาเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดีอีกด้วย ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่เกิดขึ้นในกิจการเหมืองแร่ย่อมส่งผลมายังระบบเศรษฐกิจของภาคใต้อยู่มิใช่น้อย วิทยานิพนธ์ฉบับนี้จึงมุ่งศึกษาวิเคราะห์ถึงความเติบโตของกิจการเหมืองแร่ดีบุกในภาคใต้ตั้งแต่ พ.ศ. 2411 – 2475 นับตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 อันเป็นระยะที่มีการขยายตัวอย่างรวดเร็วของการทำเหมืองแร่ดีบุกมาจนถึง พ.ศ. 2475 อันเป็นปีที่ประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิกโครงการจำกัดดีบุก ความก้าวหน้าของกิจการเหมืองแร่ในช่วงระยะเวลาดังกล่าว มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจในรูปแบบใด ประสบอุปสรรคปัญหาและมีความสำเร็จมากน้อยเพียงใด สิ่งเหล่านี้จะได้นำเสนอวิเคราะห์ในวิทยานิพนธ์ฉบับนี้ ทั้งนี้เพื่อเป็นตัวอย่างของการศึกษาที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของกระบวนการพัฒนากิจกรรมภาคอุตสาหกรรมที่มีต่อระบบเศรษฐกิจในภูมิภาค การศึกษาในบทแรก เป็นการกล่าวถึงสภานะภาพของอุตสาหกรรมเหมืองแร่ในปัจจุบัน เพื่อชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของดีบุกต่อมวลมนุษย์ และความสำคัญของกิจการเหมืองแร่ในฐานะหน่วยเศรษฐกิจหนึ่งที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของชาติ สำหรับบทที่สอง เป็นการศึกษาถึงกระบวนการพัฒนาของกิจการเหมืองแร่ในแง่ของการเปลี่ยนแปลงลักษณะการผลิต การเพิ่มปัจจัยการผลิตและประสิทธิภาพการผลิต โดยศึกษาตามช่วงเวลาของการพัฒนา ได้แบ่งออกเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงแรก ระหว่าง พ.ศ. 2411 – 2453 ได้พบว่า กิจการเหมืองแร่มีอัตราการเติบโตช้าเนื่องจากการเพิ่มปัจจัยและประสิทธิภาพของการผลิตยังมีไม่เพียงพอ มีความแตกต่างจากช่วงหลังคือ ระหว่าง พ.ศ. 2454 – 2475 ที่มีการพัฒนาปัจจัยและประสิทธิภาพของการผลิตมากขึ้น ทำให้อัตราของผลผลิตดีบุกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังได้เพิ่มการวิเคราะห์ปัจจัยการผลิตของการทำเหมืองแร่ในแต่ละประเภท อันได้แก่ ปัจจัยด้านสัมปทาน ทุน แรงงานและเทคนิคการทำเหมืองแร่ เพื่อแสดงถึงลักษณะการพัฒนาของปัจจัยการผลิตต่างๆ ว่ามีความสอดคล้องกับสภาพความเจริญเติบโตของกิจการเหมืองแร่ในช่วงระยะเวลาต่างๆ เพียงใด ในบทที่ 3 ศึกษาถึงบทบาทของผู้เกี่ยวข้องกับกิจการเหมืองแร่ ซึ่งจะเห็นได้ว่า เอกชนชาวต่างชาติ อันได้แก่ ชาวจีนและชาวตะวันตก มีบทบาทสำคัญในการพัฒนากิจการนี้ทั้งในด้านการลงทุน การพัฒนาเทคนิคการผลิตและการเพิ่มปัจจัยด้านแรงงาน รัฐมีบทบาทส่งเสริมเพียงเล็กน้อยในด้านการจัดระเบียบสัมปทานให้เป็นไปตามกฎหมายเพื่อความเรียบร้อยในการทำเหมืองแร่ การที่ชาวต่างชาติเป็นผู้ครอบครองกิจการเหมืองแร่ทั้งหมดโดยปราศจากการเข้าร่วมพัฒนาในกิจการนี้ของชาวไทย มีผลอย่างสำคัญต่อการกระจายผลประโยชน์ของกิจการเหมืองแร่ต่อระบบเศรษฐกิจส่วนรวม อันจะต่อเนื่องไปถึงการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจภาคใต้ด้วย บทที่ 4 ได้วิเคราะห์ถึงผลของการขยายตัวในกิจการเหมืองแร่ที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจภาคใต้ ในแง่ของการขยายตัวทางการผลิตก่อให้เกิดลักษณะการผลิตเพื่อส่งออก การขยายตัวทางการค้าและระบบเศรษฐกิจแบบเงินตรา อันเป็นการสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจแก่ภาคใต้ แต่อย่างไรก็ตาม ในลักษณะสำคัญที่กิจการเหมืองแร่ถูกผูกขาดโดยชาวต่างชาติที่กลายเป็นชนชั้นใหม่ในสังคมภาคใต้ แม้จะเป็นคนกลุ่มน้อยก็ได้รับผลประโยชน์จากกิจการนี้อย่างมากซึ่งผลกำไรส่วนใหญ่ถูกส่งออกนอกประเทศ ทำให้ผลประโยชน์จากความเติบโตของกิจการเหมืองแร่มิได้กระจายไปสู่ระบบเศรษฐกิจส่วนรวมอย่างทั่วถึง ลักษณะการผลิตดีบุกในรูปของสินค้าขั้นปฐมที่ทำให้ขาดการขยายตัวทางเศรษฐกิจในทางอุตสาหกรรมด้านอื่นๆ อันเกี่ยวข้องกับดีบุก การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและการเมืองที่มีผลอย่างจำกัดเฉพาะผู้เกี่ยวข้องกับสาขาเศรษฐกิจแบบใหม่ สิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องแสดงให้เห็นว่า กิจการเหมืองแร่มิได้เป็นสาขาเศรษฐกิจที่นำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจส่วนรวมได้ กิจการเหมืองแร่เพียงแต่สร้างความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจในแง่ของความเจริญเติบโตของกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับการทำเหมืองแร่เท่านั้น วิทยานิพนธ์ฉบับนี้พยายามจะชี้ให้เห็นถึงการไม่กระจายความเจริญของกิจกรรมทางเศรษฐกิจแบบใหม่ คือกิจการเหมืองแร่ไปสู่ระบบเศรษฐกิจส่วนรวมทำให้เกิดลักษณะเศรษฐกิจแบบทวิลักษณ์ (dualistic Economy) ที่มีความแตกต่างทางสังคมและเศรษฐกิจระหว่างส่วนของสังคมที่ได้รับผลของความเจริญแบบใหม่กับส่วนของสังคมที่ยังคงอยู่ในลักษณะเศรษฐกิจสังคมแบบดั้งเดิม การที่ความเจริญมิได้กระจายให้เท่าเที่ยวกันในระบบเศรษฐกิจทั้งหมดเช่นนี้ เป็นสาเหตุของปัญหาเศรษฐกิจและปัญหาสังคมในเขตเมืองและเขตชนบทที่ยังคงเห็นได้อยู่ในปัจจุบัน เมื่อได้ศึกษาย้อนกลับไปถึงอดีตอันเป็นจุดเริ่มต้นของลักษณะปัญหาดังกล่าว โดยนำกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่สำคัญมาเป็นตัวอย่างของการศึกษาแล้ว ทำให้ได้ทราบถึงสาเหตุของปัญหาและทางแก้ไขได้บ้างไม่มากก็น้อย

บรรณานุกรม :
พรรณี อวนสกุล . (2522). กิจการเหมืองแร่ดีบุกกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจภาคใต้ พ.ศ. 2411-2474.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พรรณี อวนสกุล . 2522. "กิจการเหมืองแร่ดีบุกกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจภาคใต้ พ.ศ. 2411-2474".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พรรณี อวนสกุล . "กิจการเหมืองแร่ดีบุกกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจภาคใต้ พ.ศ. 2411-2474."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2522. Print.
พรรณี อวนสกุล . กิจการเหมืองแร่ดีบุกกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจภาคใต้ พ.ศ. 2411-2474. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2522.