ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

อัตราการกำจัดยาเซฟไตรอะโซน ในกลุ่มประชากรผู้ป่วยโรคเบต้า-ธาลัสซีเมีย/ฮีโมโกลบินอี

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : อัตราการกำจัดยาเซฟไตรอะโซน ในกลุ่มประชากรผู้ป่วยโรคเบต้า-ธาลัสซีเมีย/ฮีโมโกลบินอี
นักวิจัย : วรุณรัตน์ สุกาญจนาเศรษฐ์
คำค้น : ธาลัสสีเมีย , เซฟไตรอะโซน , เภสัชจลนศาสตร์
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : วันชัย ตรียะประเสริฐ , อิศรางค์ นุชประยูร , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะเภสัชศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2552
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/17440
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ภ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552

วัตถุประสงค์: เพื่อหาอัตราการกำจัดยาเซฟไตรอะโซน ปัจจัยที่มีผลต่ออัตราการกำจัดยาเซฟไตรอะโซนและแบบจำลองทางเภสัชจลนศาสตร์ที่ใช้หาอัตราการกำจัดยาเซฟไตรอะโซนในกลุ่มประชากรผู้ป่วยโรคเบต้า-ธาลัสซีเมีย/ฮีโมโกลบินอี วิธีดำเนินการวิจัย: อาสาสมัครผู้ป่วยโรคเบต้า-ธาลัสซีเมีย/ฮีโมโกลบินอีได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมการวิจัยจำนวน 50 คน อาสาสมัครได้รับการหยดยาเซฟไตรอะโซนขนาด 1 กรัม เข้าเส้นเลือดดำนาน 30 นาที และเจาะเลือดหลังจากที่เริ่มให้ยา 15 นาที, 30 นาที, 40 นาที, 2 ชั่วโมง, 8 ชั่วโมง และ 24 ชั่วโมง ตามลำดับ นำตัวอย่างเลือดมาวิเคราะห์หาความเข้มข้นของยาเซฟไตรอะโซนในพลาสมา โดยใช้หลักการโครมาโทกราฟฟี่แบบของเหลวแรงดันสูง ค่าความเข้มข้นของยาเซฟไตรอะโซนในพลาสมา ถูกนำมาวิเคราะห์หาแบบจำลองทางเภสัชจลนศาสตร์ ด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ Nonlinear Mixed Effect Model (NONMEM) วิเคราะห์หาปัจจัยที่มีผลต่ออัตราการกำจัดยาเซฟไตรอะโซน และสร้างแบบจำลองทางเภสัชจลนศาสตร์ที่เพิ่มปัจจัยที่มีผลต่ออัตราการกำจัดยา ผลการศึกษา: ค่าอัตราการกำจัดยาเซฟไตรอะโซนของกลุ่มประชากรมีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 0.595 ลิตรต่อชั่วโมง ปัจจัยที่มีผลต่ออัตราการกำจัดยาเซฟไตรอะโซน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ คือ เพศ (p< 0.05), น้ำหนัก (p< 0.05) และระดับอะลานีน ทรานส์เฟอเรส(p< 0.05) แบบจำลองทางเภสัชจลนศาสตร์ที่เพิ่มปัจจัยที่มีผลต่ออัตราการกำจัดยามีความแตกต่างจากแบบจำลองทางเภสัชจลนศาสตร์เบื้องต้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p< 0.05) และสูตรการทำนายค่าอัตราการกำจัดยาเซฟไตรอะโซน ในกลุ่มประชากรผู้ป่วยโรคเบต้า-ธาลัสซีเมีย/ฮีโมโกลบินอี คือ CL = 0.3320 x EXP(0.0096 Weight) x (1+0.0547Gender) + 0.0551 (Alanine aminotransferase/49) โดยที่ Gender=0 (เพศหญิง) และ Gender=1 (เพศชาย) สรุปผลการศึกษา: ได้แบบจำลองทางเภสัชจลนศาตร์ ที่สามารถทำนายค่าอัตราการกำจัดยาเซฟไตรอะโซน สำหรับผู้ป่วยไทยโรคเบต้า-ธาลัสซีเมีย/ฮีโมโกลบินอี

บรรณานุกรม :
วรุณรัตน์ สุกาญจนาเศรษฐ์ . (2552). อัตราการกำจัดยาเซฟไตรอะโซน ในกลุ่มประชากรผู้ป่วยโรคเบต้า-ธาลัสซีเมีย/ฮีโมโกลบินอี.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วรุณรัตน์ สุกาญจนาเศรษฐ์ . 2552. "อัตราการกำจัดยาเซฟไตรอะโซน ในกลุ่มประชากรผู้ป่วยโรคเบต้า-ธาลัสซีเมีย/ฮีโมโกลบินอี".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วรุณรัตน์ สุกาญจนาเศรษฐ์ . "อัตราการกำจัดยาเซฟไตรอะโซน ในกลุ่มประชากรผู้ป่วยโรคเบต้า-ธาลัสซีเมีย/ฮีโมโกลบินอี."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552. Print.
วรุณรัตน์ สุกาญจนาเศรษฐ์ . อัตราการกำจัดยาเซฟไตรอะโซน ในกลุ่มประชากรผู้ป่วยโรคเบต้า-ธาลัสซีเมีย/ฮีโมโกลบินอี. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2552.