ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การใช้สาหร่ายทะเลบำบัดน้ำในการเลี้ยงหอยหวานระบบน้ำหมุนเวียน

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การใช้สาหร่ายทะเลบำบัดน้ำในการเลี้ยงหอยหวานระบบน้ำหมุนเวียน
นักวิจัย : วรรณณี แสนทวีสุข
คำค้น : สาหร่ายทะเล , หอยหวาน , คุณภาพน้ำ
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : สมเกียรติ ปิยะธีรธิติวรกุล , นิลนาจ ชัยธนาวิสุทธิ์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
ปีพิมพ์ : 2552
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/16826
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552

ได้ศึกษาความเหมาะสมของการใช้สาหร่ายทะเลเพื่อควบคุมคุณภาพน้ำในการเลี้ยงหอยหวานด้วยระบบน้ำหมุนเวียน โดยการเปรียบเทียบการใช้สาหร่ายทะเล 2 ชนิด (สาหร่ายข้อ, Gracilaria salicornia และสาหร่ายช่อพริกไทย, Caulerpa lentillifera) และความหนาแน่นเริ่มต้นต่างกัน 3 ระดับ (0.33, 0.67 และ 1.00 กรัมต่อลิตร หรือ 250, 500 และ 750 กรัมต่อระบบ) การศึกษาในครั้งนี้ใช้ลูกหอยหวานขนาดความยาวเปลือกเฉลี่ย 1.32 เซนติเมตร และน้ำหนักเฉลี่ย 0.37 กรัม ความหนาแน่น 300 ตัวต่อตารางเมตร และใช้ระยะเวลาการเลี้ยง 120 วัน ผลการศึกษาพบว่า คุณภาพน้ำทะเลในบ่อเลี้ยงหอยหวาน ได้แก่ อุณหภูมิน้ำ ความนำไฟฟ้า ความเค็ม ความเป็นกรดด่าง ปริมาณออกซิเจนละลายน้ำ และปริมาณของแข็งแขวนลอยในน้ำมีการเปลี่ยนแปลงในช่วงแคบ และไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ สำหรับพารามิเตอร์ที่มีการเปลี่ยนแปลงในช่วงกว้าง และมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ได้แก่ ค่าความเป็นด่างรวม (50.5-120.0 มิลลิกรัมต่อลิตร) แอมโมเนีย-ไนโตรเจน (0.002-0.950 มิลลิกรัมต่อลิตร) ไนไตรท์-ไนโตรเจน (0.007-0.225 มิลลิกรัมต่อลิตร) ไนเตรท-ไนโตรเจน (0.050-28.644 มิลลิกรัมต่อลิตร) และปริมาณ ออร์โธฟอสเฟต-ฟอสฟอรัส (0.053-1.110 มิลลิกรัมต่อลิตร)โดยค่าพารามิเตอร์เหล่านี้ในชุดการทดลองที่มีสาหร่ายทะเลมีค่าต่ำกว่าชุดควบคุม และอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัยสำหรับการดำรงชีวิตของหอยหวาน สำหรับหอยหวานที่เลี้ยงในชุดการทดลองที่มีสาหร่ายทะเลมีอัตราการเติบโตโดยน้ำหนัก (1.00-1.17 กรัมต่อเดือน) และอัตราการเติบโตโดยความยาวเปลือก (0.35-0.40 เซนติเมตรต่อเดือน) สูงกว่าหอยหวานที่เลี้ยงในชุดควบคุม อย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ (p>0.05) (0.90 กรัมต่อเดือน และ 0.34 เซนติเมตรต่อเดือนตามลำดับ) แต่อัตราการรอดตาย (82.29-92.97%) และผลผลิตสุดท้าย (689.5-826.2 กรัม) สูงกว่าหอยหวานที่เลี้ยงในชุดควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) (84.64% และ 577.3 กรัมตามลำดับ) สำหรับอัตราการแลกเนื้อของหอยหวานที่เลี้ยงในชุดการทดลองที่มีสาหร่ายทะเล (1.41-1.76) และชุดควบคุม (1.68) ไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ การศึกษาครั้งนี้สรุปได้ว่า สาหร่ายข้อและสาหร่ายช่อพริกไทยสามารถใช้เป็นตัวควบคุมคุณภาพน้ำในการเลี้ยงหอยหวานระบบน้ำหมุนเวียนได้

บรรณานุกรม :
วรรณณี แสนทวีสุข . (2552). การใช้สาหร่ายทะเลบำบัดน้ำในการเลี้ยงหอยหวานระบบน้ำหมุนเวียน.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วรรณณี แสนทวีสุข . 2552. "การใช้สาหร่ายทะเลบำบัดน้ำในการเลี้ยงหอยหวานระบบน้ำหมุนเวียน".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วรรณณี แสนทวีสุข . "การใช้สาหร่ายทะเลบำบัดน้ำในการเลี้ยงหอยหวานระบบน้ำหมุนเวียน."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552. Print.
วรรณณี แสนทวีสุข . การใช้สาหร่ายทะเลบำบัดน้ำในการเลี้ยงหอยหวานระบบน้ำหมุนเวียน. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2552.