ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

แนวทางการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม : การบังลม

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : แนวทางการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม : การบังลม
นักวิจัย : พิมพ์ชนก สายพิมพ์
คำค้น : การวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม , รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม , อาคาร -- การระบายอากาศ , ลมกับสถาปัตยกรรม
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : บัณฑิต จุลาสัย , วรภัทร์ อิงคโรจน์ฤทธิ์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะสถาปัตยกรรม
ปีพิมพ์ : 2552
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/16770
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (สถ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552

การบังลม เป็นหัวข้อหนึ่งที่ต้องนำมาวิเคราะห์ในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม สำหรับโครงการประเภทอาคารสูงและขนาดใหญ่พิเศษ จากการศึกษาเบื้องต้นพบว่า การวิเคราะห์การบังลมในรายงานฯ มีหลายวิธี ส่วนใหญ่แสดงเพียงภาพโครงการและมีการแสดงภาพอาคารข้างเคียง แสดงทิศทางของลมพัดผ่านโครงการแต่ไม่ระบุผลกระทบให้ชัดเจน ซึ่งส่งผลต่อการแนะนำมาตรการชดเชยที่เหมาะสม งานวิจัยชิ้นนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาหาวิธีการวิเคราะห์ผลกระทบด้านการบังลมจากโครงการ โดยหารูปแบบการนำเสนอพื้นที่อับลมที่มีรูปแบบที่เข้าใจง่าย ผลงานวิจัยนำเสนอและประยุกต์รูปแบบการนำเสนอพื้นที่อับลมในเชิง 2 มิติ เป็น 3 มิติ โดยอ้างอิงงานวิจัยของ Benjamin H. Evans การบังลมเกิดขึ้นเมื่อมีสิ่งกีดขวางกั้นทางลมจะเกิดพื้นที่หลังอาคารไม่ได้รับลม เรียกว่า พื้นที่อับลม จากการศึกษาของ Benjamin H. Evans เรื่อง Wind Flows Around Buildings ในปี 1957 โดยพบว่า รูปทรงอาคารและทิศทางลมที่เปลี่ยนไปมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่อับลม ซึ่งรูปทรงอาคารจะขึ้นอยู่กับสัดส่วนของอาคารทั้งความสูงต่อความกว้างและความลึกต่อความกว้าง เมื่อความสูงของอาคารเพิ่มขึ้น พื้นที่อับลมจะเพิ่มขึ้นตามสัดส่วนความสูงต่อความกว้างอาคาร และเมื่อความลึกของอาคารเพิ่มขึ้น พื้นที่อับลมจะเพิ่มขึ้นตามสัดส่วนความลึกต่อความกว้างอาคาร นำพื้นที่อับลมทั้ง 2 มารวมกันเพื่อแสดงเป็นภาพ 3 มิติ โดยผ่านการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์กราฟฟิก เช่น 3D max หรือ Sketch up การแสดงภาพ 3 มิติของพื้นที่อับลม แสดงให้เห็นระดับพื้นผิวอาคารที่อยู่บริเวณโดยรอบโครงการ จะได้รับผลกระทบจากการบังลมต่างกัน โดยสามารถแบ่งระดับพื้นผิวของอาคารที่ได้รับผลกระทบเป็น 4 ช่วง ได้แก่ 0-25%, 26-50%, 51-75% และ 76-100% ของพื้นผิวอาคารอยู่ในพื้นที่อับลม ในขั้นสุดท้ายงานวิจัยชิ้นนี้จึงเสนอให้แบ่งระดับผลกระทบของผู้ที่อาศัยในอาคารที่อยู่พื้นที่อับลมเป็น 3 ช่วงหลัก ผู้ที่อยู่ในอาคารช่วงที่ 1 คือ 0-25% ถือว่า ไม่ได้รับผลกระทบ ผู้ที่อยู่ในอาคารช่วงที่ 2 และ 3 คือ 26-75% ถือว่าได้รับผลกระทบและผู้ที่อยู่ในอาคารช่วงที่ 4 คือ 76-100% ถือว่าได้รับผลกระทบรุนแรง วิธีการวิเคราะห์ผลกระทบจากการบังลมดังกล่าว จะสามารถระบุผู้ที่ได้รับผลกระทบและระดับช่วงผลกระทบ ที่จะเป็นฐานในการหามาตรการชดเชยที่เหมาะสมต่อไป

บรรณานุกรม :
พิมพ์ชนก สายพิมพ์ . (2552). แนวทางการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม : การบังลม.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พิมพ์ชนก สายพิมพ์ . 2552. "แนวทางการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม : การบังลม".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พิมพ์ชนก สายพิมพ์ . "แนวทางการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม : การบังลม."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552. Print.
พิมพ์ชนก สายพิมพ์ . แนวทางการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม : การบังลม. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2552.