ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

บทบาทของสารควบคุมการเจริญเติบโตของพืชต่อการต้านออกซิเดชั่นและอาการไส้สีน้ำตาลในสับปะรดพันธุ์ภูแลและนางแล

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : บทบาทของสารควบคุมการเจริญเติบโตของพืชต่อการต้านออกซิเดชั่นและอาการไส้สีน้ำตาลในสับปะรดพันธุ์ภูแลและนางแล
นักวิจัย : สุทธิวัลย์ สีทา
คำค้น : antioxidant , chilling injury , internal browning , Oxidative stress , Pineapple , การต้านอนุมูลอิสระ , ความเครียดออกซิเดชัน , สับปะรด , อาการสะท้านหนาว , อาการไส้สีน้ำตาล
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2556
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=DBG5380026 , http://research.trf.or.th/node/7352
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

งานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากลไกการเกิดอาการไส้สีน้ำตาล โดยการวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลง ปริมาณอนุมูลอิสระ และตัวต้านออกซิเดชัน ในสับปะรดพันธุ์ภูแลและนางแลในระหว่างการเก็บรักษาที่อุณหภูมิ 10 oC และศึกษาแนวทางการต้านออกซิเดชัน และลดการเกิดอาการไส้สีน้ำตาลในสับปะรดพันธุ์ภูแลและนางแล ในระหว่างการเก็บรักษาที่อุณหภูมิต่ำด้วยสารควบคุมการเจริญเติบโต ได้แก่ n-propyl dihydrojasmonate (PDJ) และ methylcyclopropene (1-MCP) ตลอดจนศึกษาเปรียบเทียบผลของสาร PDJ และ 1-MCP ต่อการ ต้านออกซิเดชัน และการลดการเกิดอาการไส้สีน้ำตาลในสับปะรดพันธุ์ภูแลและนางแลในระหว่างการเก็บรักษาที่ อุณหภูมิ 10 oC การทดลองแรกเป็นการศึกษาการเปลี่ยนแปลงปริมาณอนุมูลอิสระ และตัวต้านออกซิเดชัน ใน สับปะรดพันธุ์ภูแลและนางแลในระหว่างการเก็บรักษาที่อุณหภูมิ 10 oC ดำเนินการทดลองโดยเก็บเกี่ยวสับปะรด ในระยะที่ใช้เก็บเกี่ยวในทางการค้าเปลือกมีสีเหลืองไม่เกิน ¼ ของผล ทำความสะอาดและเก็บรักษาที่อุณหภูมิ 10 oC บันทึกการเปลี่ยนแปลงสีเปลือกและเนื้อ คุณลักษณะของน้ำคั้น ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงปริมาณของแข็งที่ ละลายน้ำได้ทั้งหมด (TSS) และกรดที่ไทเทรทได้ (TA) ร้อยละการเกิดอาการไส้สีน้ำตาลโดยการให้เป็นคะแนนตาม ระดับความรุนแรง อนุมูลอิสระโดยการวัดปริมาณ H2O2 ตัวต้านออกซิเดชัน ได้แก่ วิตามินซีและ glutathione และกิจกรรมของเอนไซม์ต้านออกซิเดชัน ได้แก่ superoxide dismutase (SOD), catalase (CAT) และ ascorbate peroxidase (APX) ผลการทดลองพบว่าการเก็บรักษาที่อุณหภูมิต่ำสามารถช่วยชะลอการ เปลี่ยนแปลงสีเปลือกและเนื้อ และการเปลี่ยนแปลงคุณภาพทางเคมีของน้ำคั้น แต่อย่างไรก็ตามพบการเกิดอาการ ไส้สีน้ำตาลในผลสับปะรดพันธุ์ภูแลและพันธุ์นางแลในวันที่ 20 และ 25 วัน ของการเก็บรักษา ตามลำดับ ปริมาณ วิตามินซี และ glutathione ในผลสับปะรดพันธุ์ภูแลมีมากกว่าพันธุ์นางแล ไม่พบความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณ วิตามินซีและการเกิดอาการไส้สีน้ำตาล ปริมาณ H2O2 เพิ่มมากขึ้นตลอดการเก็บรักษาในสับปะรดทั้งสองพันธุ์โดย ในช่วง 10 วันแรกปริมาณ H2O2 ในพันธุ์ภูแลมีมากกว่าพันธุ์นางแลอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.05) แต่ใน วันที่ 30 ของการเก็บรักษากลับพบว่าปริมาณ H2O2 ในพันธุ์นางแลมีมากกว่าพันธุ์ภูแล ซึ่งสอดคล้องกับความ รุนแรงของการเกิดอาการไส้สีน้ำตาลที่เพิ่มขึ้น และการลดลงของกิจกรรมเอนไซม์ SOD ในขณะที่กิจกรรมของ เอนไซม์ CAT และ APX เพิ่มขึ้นตลอดการเก็บรักษา การทดลองที่สองเป็นการศึกษาผลของสาร n-propyl dihydrojasmonate (PDJ) ที่ระดับความเข้มข้น ต่างๆ ได้แก่ 0 (ชุดควบคุม) 100, 200 และ 250 ppm ต่อการเปลี่ยนแปลงลักษณะทางเคมี การต้านออกซิเดชัน 2 และการลดการเกิดอาการไส้สีน้ำตาลพบว่า การเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบทางเคมี ได้แก่ ปริมาณ TSS, TA และ อัตราส่วนระหว่าง TSS/TA ของสับปะรดพันธุ์ภูแลและนางแลที่ได้รับการจุ่มด้วย PDJ ที่ระดับความเข้มข้นต่างๆ ก่อนนำไปเก็บรักษาที่อุณหภูมิต่ำ มีแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงเช่นเดียวกันในสับปะรดทั้งสองพันธุ์และไม่พบความ แตกต่างระหว่างผลสับปะรดที่ได้รับ PDJ ที่ความเข้มข้นต่างๆ กัน ผลสับปะรดในชุดควบคุมมีระดับคะแนนการเกิด อาการไส้สีน้ำตาลสูงกว่าผลที่ได้รับ PDJ แต่อย่างไรก็ตามไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญระหว่าง PDJที่ความ เข้มข้นต่างๆ โดยพบแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเช่นเดียวกันในสับปะรดทั้งสองพันธุ์ ผลสับปะรดพันธุ์ภูแล ปริมาณวิตามินซีเริ่มต้นสูงกว่าสับปะรดพันธุ์นางแล และปริมาณวิตามินซีมีแนวโน้มลดลงในระหว่างการเก็บรักษา ไม่พบความแตกต่างระหว่างชุดการทดลองที่ได้รับ PDJ ความเข้มข้นต่างๆ กับการเปลี่ยนแปลงปริมาณ H2O2 ใน สับปะรดทั้งสองพันธุ์ โดย H2O2 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นภายหลังการเก็บรักษา ปริมาณ H2O2 ในผลสับปะรดที่ได้รับ PDJ มีปริมาณต่ำกว่าผลสับปะรดในชุดควบคุม ปริมาณ glutathione ลดลงอย่างรวดเร็วภายหลังการเก็บรักษา จนกระทั่งวันที่ 10 ของการเก็บรักษา หลังจากนั้นปริมาณ glutathione มีแนวโน้มค่อนข้างคงที่ ไม่พบความ แตกต่างระหว่างชุดการทดลองต่างๆ สับปะรดทั้งสองพันธุ์มีแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงเช่นเดียวกัน กิจกรรมของ เอนไซม์ SOD มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นภายหลังการเก็บรักษา สับปะรดพันธุ์ภูแลในชุดควบคุมมีกิจกรรมของเอนไซม์สูง กว่าผลสับปะรดที่ได้รับ PDJ ที่ความเข้มข้นต่างๆ โดยมีแนวโน้มว่าผลสับปะรดที่ได้รับ PDJ จะมีกิจกรรมของ เอนไซม์สูงกว่าชุดควบคุมในช่วงแรกของการเก็บรักษา และหลังจากนั้นกิจกรรมของเอนไซม์ SOD ในชุดควบคุม และชุดที่ได้รับ PDJ ที่ความเข้มข้น 100 ppm เพิ่มขึ้นมากกว่าชุดการทดลองอื่นๆ กิจกรรมของเอนไซม์ CAT ใน สับปะรดทั้งสองพันธุ์ มีแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงเช่นเดียวกันคือมีปริมาณค่อนข้างคงที่จนถึงวันที่ 15 ของการเก็บ รักษา หลังจากนั้นเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในทุกๆ ชุดการทดลอง โดยไม่พบความแตกต่างของผลสับปะรดที่ได้รับ PDJ ที่ความเข้มข้นต่างๆกัน กิจกรรมของเอนไซม์ APX มีแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงเช่นเดียวกันในสับปะรดทั้งสองพันธุ์ โดยหลังจากเก็บรักษา APX มีกิจกรรมของเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและลดลงตลอดอายุการเก็บรักษา โดยมีแนวโน้ม การเปลี่ยนแปลงเช่นเดียวกันในทุกๆชุดการทดลอง และไม่พบความแตกต่างระหว่างผลสับปะรดที่ได้รับ PDJ ที่ ความเข้มข้นต่างๆ กัน สรุปผลที่ได้จากการทดลองนี้ถึงแม้ว่าผลสับปะรดทั้งสองพันธุ์ที่ได้รับ PDJ ที่ความเข้มข้น 200 ppm มีลักษณะปรากฏดีกว่าชุดการทดลองอื่นๆ แต่ไม่พบค่าความแตกต่างทางสถิติอย่างมีนัยสำคัญเมื่อ เปรียบเทียบผลจากการวิเคราะห์คุณภาพทางกายภาพและเคมี ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงกิจกรรมของ oxidative enzyme ต่างๆ การทดลองที่สามศึกษาผลของสาร 1-MCP ที่ระดับความเข้มข้นต่างๆ ได้แก่ 0, 100, 200 และ 400 nL·L-1 ต่อการต้านออกซิเดชัน และการลดการเกิดอาการไส้สีน้ำตาลในสับปะรดพันธุ์ภูแลและนางแลในระหว่าง การเก็บรักษาที่อุณหภูมิ 10 oC เริ่มพบอาการไส้สีน้ำตาลในผลสับปะรดพันธุ์ภูแลและพันธุ์นางแลในวันที่ 20 และ 25 วัน ของการเก็บรักษา ตามลำดับ อาการผิดปกติรุนแรงมากขึ้นตามระยะเวลาการเก็บรักษา อย่างไรก็ตามผล สับปะรดที่ได้รับ 1- MCP ที่ความเข้มข้น 200 nL·L-1 สามารถลดความรุนแรงของการเกิดอาการไส้สีน้ำตาล ชะลอ การเปลี่ยนแปลงสีเปลือกและเนื้อ และการเปลี่ยนแปลงปริมาณ TSS และ TA ซึ่งแสดงว่า การใช้ 1-MCP ที่ความ เข้มข้น 200 nL·L-1 สามารถชะลอการเปลี่ยนแปลงคุณภาพและลดความรุนแรงการเกิดอาการไส้สีน้ำตาลได้ ทั้งนี้ อาจเป็นผลเนื่องมาจากผลสับปะรดที่ได้รับ 1-MCP ที่ความเข้มข้น 200 nL·L-1 มีปริมาณ glutathione และ กิจกรรมเอนไซม์ CAT มากกว่าชุดการทดลองอื่นๆ ซึ่งอาจช่วยในการกำจัดปริมาณอนุมูลอิสระที่ถูกสร้างขึ้นใน ระหว่างที่ผลสับปะรดได้รับความเครียดจากการเก็บรักษาที่อุณหภูมิต่ำ ถึงแม้ว่าจะไม่พบความแตกต่างอย่างมี 3 นัยสำคัญทางสถิติของปริมาณ H2O2 และ วิตามินซี และกิจกรรมของเอนไซม์ SOD และ APX ระหว่าง 1-MCP ที่ ความเข้มข้นต่างๆกัน โดยผลการทดลองที่ได้มีแนวโน้มเช่นเดียวกันในผลสับปะรดทั้งสองพันธุ์ การทดลองสุดท้ายศึกษาเปรียบเทียบผลของ PDJ ที่ความเข้มข้น 200 ppm และ 1-MCP ที่ความเข้มข้น 200 nL·L-1 ต่อการต้านออกซิเดชัน และการลดการเกิดอาการไส้สีน้ำตาลในสับปะรดพันธุ์ภูแลและนางแลใน ระหว่างการเก็บรักษาที่อุณหภูมิ 10 oC บันทึกผลการทดลองเช่นเดียวกับการทดลองข้างต้น ผลการทดลองที่ได้คือ ไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในระหว่างชุดการทดลองที่ได้รับ PDJ และ 1-MCP ทั้งการ เปลี่ยนแปลงทางกายภาพและทางเคมีของน้ำคั้น การเกิดอาการไส้สีน้ำตาล ปริมาณ H2O2 และกิจกรรมของ เอนไซม์ SOD, CAT และ APX โดยผลการทดลองที่ได้มีแนวโน้มเช่นเดียวกันในผลสับปะรดทั้งสองพันธุ์ The objectives of this research aim to investigate the relationship of internal browning and antioxidant system in Phulae and Nanglae pineapples during storage at 10 oC. The possibility role of plant growth regulators, n-propyl dihydrojasmonate (PDJ) and 1- methylcyclopropene (1-MCP) on reducing of internal browning in cold stored pineapple were also investigated. In experiment I, the involvement of internal browning and antioxidant system were studied in cold stored Phulae and Nanglae pineapple varieties. Fruits were harvested at a commercial maturity stage and subjected to store at 10 oC for 30 days. The changes of internal browning, vitamin C, glutathione and hydrogen peroxide (H2O2) contents and the activities of superoxide dismutase (SOD), catalase (CAT) and ascorbate peroxidase (APX) were investigated. Internal browning symptom appeared from 25 days in storage and Nanglae had lower browning score than the Phulae. However, after day 25, the internal browning score in Nanglae greatly increased and reached to higher score than Phulae pineapples. The H2O2 contents increased throughout storage period in both pineapple varieties and coincided with internal browning incidence. Vitamin C contents in Phulae pineapple were almost three times higher than in Nanglae pineapple. Its contents were approximately the same value and remained higher than in Nanglae throughout storage period. Glutathione contents were significantly higher in Phulae than Nanglae variety at the beginning of storage. Thereafter, glutathione decreased throughout storage period in both pineapple varieties. SOD activities gradually decreased and its activities were higher in Nanglae than the Phulae variety. While CAT and APX activities increased along with storage time in both Phulae and Nanglae varieties. It suggests that there are responses in enzymes associated with low temperature storage. This indicates that oxidative stress may be 5 involved in cold induced flesh tissue damage of pineapple even though there were not significant differences in severity of flesh damage between Phulae and Nanglae varieties. In experiment II, the effect of various concentrations of PDJ (0, 100, 200 and 250 ppm) on antioxidant and internal browning in pineapple were investigated. There were no significant difference on total soluble solid (TSS), titratable acidity (TA) and the ratio of TSS/TA among various concentrations of PDJ. The changes of TSS, TA and TSS/TA showed similar tendency in both pineapple verities. The contents of vitamin C and glutathione decreased throughout the storage times while H2O2 and SOD, CAT activities increased. While, APX activities were greatly increased and subsequently decreased throughout storage time. The significantly different on those changes were not observed among different concentrations of PDJ. The changes of antioxidant system in Pulae and Nanglar had similar tendency. Although there were no significant different among various concentrations of PDJ but pineapples treated by 200 ppm of PDJ gave better appearance and lower internal browning score than the other treatments. In experiment III, the objective of this study was to determine the involvement of 1-MCP on reducing internal browning and antioxidant systems in Phulae pineapple fruit under chilling stress. Phulae pineapple at 25% yellow peel stage were pre-treated with different concentrations of 1-MCP (100, 200, and 400 nL·L-1) for 16 hr, at 25oC, and non-treated fruit were used as the control. Fruit were packed in corrugated boxes and stored at 10 oC, 90–95% RH, for 30 day. Internal browning symptoms were first observed in the control treatment after 20 days of storage, while pretreatment with 200 nL·L-1 of 1-MCP significantly reduced the percentage of internal browning in Phulae pineapple fruit. The changes of peel color and TSS was delayed by 1-MCP treatment. H2O2, SOD, and APX increased during storage and their changes were not significantly affected by different concentrations of 1-MCP treatment. The activity of CAT was higher in 200 nL·L-1 of 1-MCP than other concentrations until 10 days of storage. Glutathione content was significantly higher in fruit pre-treated by 200 nL·L-1 of 1-MCP than in fruit pretreated with other concentrations throughout storage. These results suggest that 200 nL·L-1 of 1- MCP could increase chilling resistance in Phulae pineapple fruit by regulating glutathione metabolism. In experiment IV, the effect of 200 ppm of PDJ or 200 nL·L-1 1-MCP on reducing of internal browning in Phulae and Nanglae pineapples were compared. The experiment was done as similar explained in the experiment II and III. The significantly different on internal browning and antioxidant system between PDJ and 1-MCP treatments were not observed. The results showed similar tendency as mentioned in the experiment II and III.

บรรณานุกรม :
สุทธิวัลย์ สีทา . (2556). บทบาทของสารควบคุมการเจริญเติบโตของพืชต่อการต้านออกซิเดชั่นและอาการไส้สีน้ำตาลในสับปะรดพันธุ์ภูแลและนางแล.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
สุทธิวัลย์ สีทา . 2556. "บทบาทของสารควบคุมการเจริญเติบโตของพืชต่อการต้านออกซิเดชั่นและอาการไส้สีน้ำตาลในสับปะรดพันธุ์ภูแลและนางแล".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
สุทธิวัลย์ สีทา . "บทบาทของสารควบคุมการเจริญเติบโตของพืชต่อการต้านออกซิเดชั่นและอาการไส้สีน้ำตาลในสับปะรดพันธุ์ภูแลและนางแล."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2556. Print.
สุทธิวัลย์ สีทา . บทบาทของสารควบคุมการเจริญเติบโตของพืชต่อการต้านออกซิเดชั่นและอาการไส้สีน้ำตาลในสับปะรดพันธุ์ภูแลและนางแล. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2556.