ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

บทบาทของ liver X receptor (LXR) ต่อการควบคุมตัวขนส่งโซเดียมชนิด ENaC ในเซลล์ท่อไตเล็กส่วนปลาย

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : บทบาทของ liver X receptor (LXR) ต่อการควบคุมตัวขนส่งโซเดียมชนิด ENaC ในเซลล์ท่อไตเล็กส่วนปลาย
นักวิจัย : สัณหภาส สุดวิลัย
คำค้น : hypertension , kidney , nuclear receptors , regulation
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2556
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=MRG5380048 , http://research.trf.or.th/node/6565
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยนี้ได้ทำการศึกษาผลของสารกระตุ้น LXRs ต่อการควบคุมการทำงานของตัวขนส่งโซเดียมชนิด ENaC ในเซลล์เยื่อบุของหลอดไตรวมชนิด M1 ที่แยกจากหนูไมค์ กระตุ้นเซลล์ M1 เป็นเวลา 24 ชั่วโมงด้วยสารกระตุ้น LXRs TO901317 หรือ GW3965 (exogenous ligand) หรือ 22R-hydroxycholesterol ซึ่งเป็นสารกระตุ้น LXRs ที่พบในร่างกาย (endogenous ligand) มีผลลดการขนส่งโซเดียมจากการทำงานของ ENaC การลดการทำงานของ ENaC มีความสัมพันธ์กับการเพิ่มขึ้นของความต้านทานระหว่างชั้นของเซลล์เยื่อบุ (tranepithelial resistance) ซึ่งเป็นค่าที่บอกถึงการขนส่งสารระหว่างชั้นของเซลล์เยื่อบุ การลดการขนส่งโซเดียมไม่ได้เกิดจากการลดการทำงานของตัวขนส่งโซเดียมที่ด้าน basolateral ของเมมเบรน แต่อาจมีผลจากการทดการทำงานของ ENaC โดยตรงโดยลดการแสดงออกของ mRNA ของ ENaC ทั้งสามชนิดคือ ENaCα ENaCβ และ ENaCγ นอกจากนี้การกระตุ้นการทำงานของ LXRs โดยสาร GW3965 มีผลยับยั้งการทำงานของฮอร์โมนอัลโดสเตอโรนในการกระตุ้นการขนส่งโซเดียมเข้าเซลล์ การศึกษาในเซลล์ primary culture ของเซลล์เยื่อบุหลอดไตรวมพบว่าการกระตุ้นเซลล์ด้วยสาร TO901317 หรือ GW3965 มีผลลดการทำงานของ ENaC ในการขนส่งโซเดียมเข้าเซลล์คล้ายกับข้อมูลที่ได้จากเซลล์ M1 นอกจากนี้ยังพบว่าหนูที่ได้รับสาร TO901317 เป็นเวลา 7 วันเพิ่มการขับโซเดียมทางปัสสาวะมากกว่ากลุ่มควบคุม ผลการวิจัยนี้เป็นข้อมูลแรกที่แสดงถึงผลของการกระตุ้นการทำงานของ LXRs สามารถปรับเปลี่ยนการทำงานของ ENaC ในการขนส่งโซเดียมในเซลล์เยื่อบุของหลอดไตรวม ข้อมูลที่ได้บ่งบอกว่า LXRs อาจเป็นเป้าหมายใหม่ในการรักษาโรคที่มีสาเหตุจากความผิดปกติของการทำงานของ ENaC เช่นโรคความดันโลหิตสูง The present study investigated the effects of LXR-activating ligands on modulation of epithelial sodium channel (ENaC)-mediated sodium transport in collecting duct cells. Exposure of the M1 cells to synthetic LXR agonists, TO901317 and GW3965, or the natural ligand, 22R-hydroxycholesterol for 24 h decreased amiloride-sensitive sodium transport, corresponding with an increase of transepithelial resistance. The inhibition of amiloride-sensitive sodium transport after incubation with TO901317 or GW3965 was not mediated by a reduction of Na+/K+ATPase-mediated basolateral sodium transport. On the other hand, TO901317 and GW3965 decreased mRNA abundance of all subunits of ENaC and decreased protein expression of ENaCβ and ENaCγ. Preincubation the monolayer with GW3965 attenuated aldosterone-induced stimulation sodium transport. In primary cultures of collecting duct cells TO901317 and GW3965 similarly inhibited ENaC transport function as in M1 cells. Moreover, the natriuresis effect was observed in mice-treated with TO901317 (50 mg/KgBW/day) for 7 days. This is the first evidence showing LXR-activating ligands modulate ENaC-mediated sodium transport in collecting duct cells. These results suggest that LXRs may represent a novel therapeutic target for treatment of conditions with dysregulation of ENaC such as hypertension.

บรรณานุกรม :
สัณหภาส สุดวิลัย . (2556). บทบาทของ liver X receptor (LXR) ต่อการควบคุมตัวขนส่งโซเดียมชนิด ENaC ในเซลล์ท่อไตเล็กส่วนปลาย.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
สัณหภาส สุดวิลัย . 2556. "บทบาทของ liver X receptor (LXR) ต่อการควบคุมตัวขนส่งโซเดียมชนิด ENaC ในเซลล์ท่อไตเล็กส่วนปลาย".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
สัณหภาส สุดวิลัย . "บทบาทของ liver X receptor (LXR) ต่อการควบคุมตัวขนส่งโซเดียมชนิด ENaC ในเซลล์ท่อไตเล็กส่วนปลาย."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2556. Print.
สัณหภาส สุดวิลัย . บทบาทของ liver X receptor (LXR) ต่อการควบคุมตัวขนส่งโซเดียมชนิด ENaC ในเซลล์ท่อไตเล็กส่วนปลาย. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2556.