ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาคำเรียกสัมผัสและคำแสดงทัศนคติเกี่ยวกับสัมผัสในภาษาไทยตามแนวอรรถศาสตร์ชาติพันธุ์

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาคำเรียกสัมผัสและคำแสดงทัศนคติเกี่ยวกับสัมผัสในภาษาไทยตามแนวอรรถศาสตร์ชาติพันธุ์
นักวิจัย : กัณฑิมา รักวงษ์วาน
คำค้น : อรรถศาสตร์ชาติพันธุ์ , ภาษาไทย -- อรรถศาสตร์ , ภาษาไทย -- หน่วยคำ
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : อมรา ประสิทธิ์รัฐสินธุ์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะอักษรศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2550
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/19411
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (อ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2550

สัมผัสเป็นการรับรู้พื้นฐาน สัมผัสแต่ละชนิดต้องมีคำเรียก แต่จากการทบทวนวรรณกรรม พบว่าผลงานเกี่ยวกับสัมผัสส่วนใหญ่เป็นด้านวิทยาศาสตร์ ยังไม่มีงานวิจัยใดเลยที่วิเคราะห์คำเรียกสัมผัสอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะในภาษาไทย งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อจำแนกคำเกี่ยวกับสัมผัสในภาษาไทย และวิเคราะห์องค์ประกอบทางความหมายของคำเรียกสัมผัสพื้นฐาน กลวิธีการสร้างคำเรียกสัมผัสไม่พื้นฐาน และคำแสดงทัศนคติเกี่ยวกับสัมผัส ข้อมูลที่ใช้ในการวิเคราะห์ได้มาจากการรวบรวมคำเกี่ยวกับสัมผัสจากพจนานุกรมและนวนิยาย จากการให้ผู้บอกภาษา 50 คน เขียนคำเกี่ยวกับสัมผัส และจากการสัมภาษณ์ผู้บอกภาษาอีกกลุ่ม จำนวน 20 คน โดยให้สัมผัสสิ่งของแล้วให้ระบุคำที่บรรยายการรับรู้และทัศนคติ ผลการวิเคราะห์พบว่าคำเรียกสัมผัสพื้นฐานในภาษาไทยมีทั้งสิ้น 25 คำ ได้แก่ ขรุขระ ตะปุ่มตะป่ำ หรือ ปุ่มป่ำ เรียบ สาก ลื่น ฝืด หยาบ ละเอียด แข็ง นิ่ม นุ่ม กรอบ เปราะ หยุ่น เหลว เละ เหนียว เย็น อุ่น ร้อน เปียก หมาด ชื้น และ แห้ง และคำเหล่านี้เป็นตัวแทนของประเภทสัมผัสพื้นฐานในภาษาไทย 24 ประเภท ซึ่งจากการวิเคราะห์องค์ประกอบพบว่าคำเหล่านี้แตกต่างกันใน 4 มิติหลัก ได้แก่ 1) เนื้อสาร ซึ่งแบ่งเป็น10 มิติย่อย คือการเป็นของแข็ง การยุบตัว การคืนตัว การคืนตัวเร็ว ความแน่น ความเหนอะ การแตกง่าย การแตกเป็นหลายชิ้น การมีชิ้นเนื้อ การเป็นเนื้อสารขนาดใหญ่ 2) พื้นผิว ซึ่งแบ่งเป็นความเสมอของพื้นผิว ความเป็นปุ่มนูน และความเสียดทาน 3) ความเปียก และ 4) อุณหภูมิ จากการวิเคราะห์โครงสร้างของคำเรียกสัมผัสไม่พื้นฐานในภาษาไทยพบว่า ผู้พูดภาษาไทยมีกลวิธีในการสร้างคำเรียกสัมผัสไม่พื้นฐานทั้งหมด 7 กลวิธีใหญ่ ได้แก่ 1) กลวิธีการซ้ำคำ เช่น นิ่มๆ ลื้นลื่น 2) กลวิธีการประสมคำเรียกสัมผัส 2 คำเข้าด้วยกัน เช่น นุ่มนิ่ม เรียบเนียน เนียนลื่นชุ่มโชก 3) กลวิธีการประสมคำเรียกสัมผัสกับคำขยาย เช่น นิ่มป๋อย ร้อนวูบ เรียบเกลี้ยง 4) กลวิธีการใช้คำเรียกวัตถุเฉพาะ เช่น เหมือนกำมะหยี่ คล้ายวุ้น 5) กลวิธีการใช้ศัพท์เดี่ยว เช่น แฉะ 6) กลวิธีการใช้คำว่า ค่อนข้าง กับคำเรียกสัมผัสพื้นฐาน เช่น ค่อนข้างสาก และ 7) กลวิธีการใช้คำว่า ออก กับคำเรียกสัมผัสพื้นฐาน เช่น ออกสาก ผลการวิเคราะห์คำแสดงทัศนคติเกี่ยวกับสัมผัสในภาษาไทยพบว่าผู้พูดภาษาไทยใช้คำแสดงทัศนคติทางบวก เช่น สบาย สนุกดี แข็งแรง ไม่อันตราย และ สะอาด คำแสดงทัศนคติทางลบ เช่น ไม่สบาย ขยะแขยง ไม่ดี ไม่แข็งแรง สกปรก รำคาญ และ อันตราย และ คำแสดงทัศนคติที่มีความหมายเป็นกลาง เช่น เฉยๆ และ ธรรมดา ส่วนประเภทสัมผัสที่คนชอบมากที่สุด คือ นุ่ม และประเภทสัมผัสที่คนไม่ชอบมากที่สุด คือ เละ ผลการศึกษาคำเรียกสัมผัสในวิทยานิพนธ์เล่มนี้ ทำให้เห็นว่าการวิเคราะห์แนวอรรถศาสตร์ชาติพันธุ์เป็นวิธีการที่ได้ผลดีในการแสดงให้เห็นระบบความคิดของคนไทยในการจัดประเภทการรับรู้พื้นฐาน คือ ทำให้เห็นระบบการรับรู้ทางสัมผัสของคนไทยที่สะท้อนในภาษาไทย ซึ่งอาจต่างจากระบบการรับรู้ทางสัมผัสของคนที่พูดภาษาอื่น

บรรณานุกรม :
กัณฑิมา รักวงษ์วาน . (2550). การศึกษาคำเรียกสัมผัสและคำแสดงทัศนคติเกี่ยวกับสัมผัสในภาษาไทยตามแนวอรรถศาสตร์ชาติพันธุ์.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
กัณฑิมา รักวงษ์วาน . 2550. "การศึกษาคำเรียกสัมผัสและคำแสดงทัศนคติเกี่ยวกับสัมผัสในภาษาไทยตามแนวอรรถศาสตร์ชาติพันธุ์".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
กัณฑิมา รักวงษ์วาน . "การศึกษาคำเรียกสัมผัสและคำแสดงทัศนคติเกี่ยวกับสัมผัสในภาษาไทยตามแนวอรรถศาสตร์ชาติพันธุ์."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2550. Print.
กัณฑิมา รักวงษ์วาน . การศึกษาคำเรียกสัมผัสและคำแสดงทัศนคติเกี่ยวกับสัมผัสในภาษาไทยตามแนวอรรถศาสตร์ชาติพันธุ์. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2550.