ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

พระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ในการยับยั้งร่างกฎหมาย

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : พระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ในการยับยั้งร่างกฎหมาย
นักวิจัย : ณภัทร์พร สิงห์ประเสริฐ
คำค้น : พระราชอำนาจ , กษัตริย์และผู้ครองนคร , สิทธิยับยั้ง , กฎหมายรัฐธรรมนูญ
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : เกรียงไกร เจริญธนาวัฒน์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะนิติศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2552
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/16333
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (น.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552

รัฐถือเป็นการจัดสถาบันของอำนาจสูงสุดในรัฐหรืออำนาจอธิปไตย โดยมีรัฐธรรมนูญเป็นบทกฎหมายสูงสุดที่กำหนดตำแหน่ง และอำนาจขององคาพยพในรัฐ เช่นเดียวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่มีกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ เป็นกฎเกณฑ์การเข้าสู่ตำแหน่งประมุขของรัฐ อีกทั้งมีรัฐธรรมนูญและธรรมเนียมปฏิบัติทางรัฐธรรมนูญ เป็นกรอบในการใช้พระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ จากการศึกษาพบว่า ในประเทศอังกฤษ อำนาจในการตรากฎหมายของพระมหากษัตริย์ มีลักษณะเป็นอำนาจที่เป็นสัญลักษณ์ พระมหากษัตริย์จะพระราชทานความยินยอมเห็นชอบ และจะทรงลงพระปรมาภิไธยในร่างกฎหมายที่ผ่านรัฐสภามาแล้ว เพื่อประกาศให้ใช้บังคับเป็นกฎหมายเสมอ จึงเป็นธรรมเนียมปฏิบัติทางรัฐธรรมนูญที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่า พระมหากษัตริย์จะไม่ทรงยับยั้งร่างกฎหมายที่ผ่านสภามาแล้ว เนื่องจากพระองค์ทรงปฏิบัติตามคำแนะนำและยินยอมของคณะรัฐมนตรี หากคณะรัฐมนตรีจะถวายคำแนะนำให้พระมหากษัตริย์ทรงยับยั้งร่างกฎหมายใด จะเป็นการไม่สมควรอย่างยิ่ง โดยถือเป็นการละเมิดธรรมเนียมปฏิบัติทางรัฐธรรมนูญ ดังนั้นพระมหากษัตริย์จะใช้พระราชอำนาจในการยับยั้งร่างกฎหมายเฉพาะกรณีที่เป็นสถานการณ์พิเศษและฉุกเฉินอย่างยิ่ง สำหรับในประเทศไทย พระราชอำนาจในการยับยั้งร่างกฎหมาย เป็นพระราชอำนาจที่พระมหากษัตริย์ทรงริเริ่มใช้ด้วยพระองค์เอง แต่มิได้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย ด้วยบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ที่บัญญัติให้สมาชิกรัฐสภาสามารถลงคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสาม ของจำนวนสมาชิกที่มีอยู่สองสภายืนยันร่างกฎหมายที่พระมหากษัตริย์ ทรงยับยั้งประกาศใช้บังคับเป็นกฎหมายได้เสมือนหนึ่งว่าทรงลงพระปรมาภิไธยแล้ว พระราชอำนาจในการยับยั้งร่างกฎหมายนี้ แท้จริงเป็นอำนาจดุลพินิจที่จะทรงยับยั้งหรือไม่ทรงยับยั้งร่างกฎหมายก็ได้ ซึ่งโดยปกติแล้วพระมหากษัตริย์จะไม่ทรงใช้พระราชอำนาจนั้น เว้นเสียแต่ว่ามีความผิดพลาดอย่างชัดแจ้ง หรือสภานั้นประกอบด้วยสมาชิกสภาที่มาจากการแต่งตั้ง มิใช่จากการเลือกตั้ง และเมื่อใดที่พระมหากษัตริย์ทรงใช้พระราชอำนาจในการยับยั้งร่างกฎหมายแล้ว รัฐสภาก็ไม่สมควรลงมติยืนยันต่อร่างกฎหมายเดิม อันทำให้เกิดธรรมเนียมทางปฏิบัติทางรัฐธรรมนูญตามมาว่าร่างกฎหมายฉบับนั้นจะตกไป นอกจากนี้พระมหากษัตริย์ทรงมีพระราชอำนาจ ตามจารีตประเพณีในการพระราชทาน คำปรึกษาหารือแก่ฝ่ายบริหารในการตราพระราชกฤษฎีกาหรือพระราชกำหนด ด้วยการพระราชทาน พระราชกระแสต่างๆ จากพระราชภารกิจในการร่างกฎหมายดังกล่าว ทำให้ซาบซึ้งถึงพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระมหากษัตริย์ไทยทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยและพระบรมราชวิจารณญาณในเรื่องต่างๆ ก่อนที่จะทรงลงพระปรมาภิไธยในร่างกฎหมายแต่ละฉบับอย่างละเอียดถี่ถ้วน และสูงเกินกว่าที่จะใช้เหตุผลใดๆ อธิบายได้ อันเป็นพระราชยุติธรรมจรรยาที่สถาบันพระมหากษัตริย์ไทยทรงปฏิบัติมาตลอดทุกรัชสมัย

บรรณานุกรม :
ณภัทร์พร สิงห์ประเสริฐ . (2552). พระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ในการยับยั้งร่างกฎหมาย.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ณภัทร์พร สิงห์ประเสริฐ . 2552. "พระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ในการยับยั้งร่างกฎหมาย".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ณภัทร์พร สิงห์ประเสริฐ . "พระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ในการยับยั้งร่างกฎหมาย."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552. Print.
ณภัทร์พร สิงห์ประเสริฐ . พระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ในการยับยั้งร่างกฎหมาย. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2552.