ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การเปรียบเทียบการดำเนินการของผู้ประกอบการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนในกิจการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยหรือปานกลางตามหลักเกณฑ์ในปี พ.ศ. 2536 กับ หลักเกณฑ์ในปี พ.ศ. 2552

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การเปรียบเทียบการดำเนินการของผู้ประกอบการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนในกิจการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยหรือปานกลางตามหลักเกณฑ์ในปี พ.ศ. 2536 กับ หลักเกณฑ์ในปี พ.ศ. 2552
นักวิจัย : อภิสิทธิ์ ภัทรดุษฎี
คำค้น : การส่งเสริมการลงทุน , นโยบายสาธารณะ , ที่อยู่อาศัย
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : มานพ พงศทัต , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2552
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/16199
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (คพ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552

จากการเปรียบเทียบหลักเกณฑ์การส่งเสริมการลงทุนในกิจการที่อยู่อาศัยนั้น ได้ประกาศใช้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2536 และได้มีการปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์ในปี พ.ศ. 2552 การวิจัยในครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเปรียบเทียบหลักเกณฑ์การส่งเสริมการลงทุน และวิเคราะห์ ข้อดี ข้อจำกัด โดยใช้วิธีการสัมภาษณ์ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ตัวแทนสมาคมด้านอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 3 สมาคม และผู้ประกอบการที่ผ่านการเข้ารับการส่งเสริมการลงทุน โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 ผู้ประกอบการที่เคยเข้ารับการส่งเสริมการลงทุนทั้ง 2 หลักเกณฑ์ จำนวน 2 ราย กลุ่มที่ 2 ผู้ประกอบการที่เคยเข้ารับการส่งเสริมการลงทุนเฉพาะหลักเกณฑ์ในปี พ.ศ. 2536 จำนวน 1 ราย กลุ่มที่ 3 ผู้ประกอบการที่เคยเข้ารับการส่งเสริมการลงทุนเฉพาะหลักเกณฑ์ในปี พ.ศ. 2552 จำนวน 3 ราย ผลการศึกษาสรุปได้ดังนี้ 1. มีการเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์การส่งเสริม 3 เรื่อง 1. จำนวนหน่วยต่อโครงการจาก 150 หน่วยเป็น 50 หน่วยในทุกเขตการส่งเสริม 2. เรื่องพื้นที่ใช้สอยต่อหน่วยโดยแยกประเภทอาคาร ประเภทบ้านปรับเพิ่มจากเดิม 31 ตร.ม. เป็น 70 ตร.ม. ส่วนประเภทอาคารชุดลดจาก 31 ตร.ม. เป็น 28 ตร.ม. เฉพาะเขต 1 3. ระดับราคาต่อหน่วย โดยแยกประเภทอาคาร ประเภทบ้านปรับเพิ่มจากราคา 600,000 บาทเป็น 1,200,000 บาท ส่วนประเภทอาคารชุดปรับเพิ่มจากราคา 600,000 บาทเป็น 1,000,000 บาท เฉพาะเขต 1 ทั้งนี้สาเหตุของการเปลี่ยนแปลงเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งส่งผลให้ผู้ประกอบการมีต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ข้อกำหนดในเรื่องพื้นที่และระดับราคายังคงเดิมมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2536 2. เหตุผลที่ผู้ประกอบการเข้ารับหรือไม่เข้ารับการส่งเสริมคือ ผู้ประกอบการกลุ่ม 1 สามารถดำเนินการอยู่ การปรับหลักเกณฑ์ใหม่ไม่เป็นข้อจำกัดในการดำเนินงาน ผู้ประกอบการกลุ่มที่ 2 ไม่สามารถเข้ารับการส่งเสริมการลงทุนต่อได้ เนื่องจากติดเรื่องการเพิ่มพื้นที่ใช้สอย ผู้ประกอบการกลุ่มที่ 3 นั้นที่ก่อนหน้านี้ไม่เข้ารับการส่งเสริมนั้น เนื่องจากไม่สามารถทำราคาได้ตามข้อกำหนดเดิม 3. จากการวิเคราะห์ ข้อดี ข้อจำกัดของการดำเนินการของผู้ประกอบการ พบว่ามีข้อดี 4 ข้อดังนี้ 1.ได้รับยกเว้นภาษี 30% ทำให้ต้นทุนของผู้ประกอบการลดลง 5-9% 2. ทำให้ผู้ประกอบการรายเล็กเข้าร่วมได้เนื่องจากจำนวนหน่วยที่ลดลง 3. เป็นการขยายตลาดผู้ซื้อเนื่องจากการปรับลดราคา 4. จะมีปริมาณบ้านบีโอไอในตลาดมากขึ้น ทำให้ผู้มีรายได้น้อยมีตัวเลือกมากขึ้น เนื่องจากผู้ประกอบการสามารถดำเนินงานตามหลักเกณฑ์ได้เพิ่มขึ้น ส่วนข้อจำกัดพบว่ามีจำกัด 3 ข้อดังนี้ 1. เรื่องพื้นที่ใช้สอยต่อหน่วยของประเภทบ้านเดียว บ้านแถวที่มีการปรับหลักเกณฑ์เพิ่มสูงขึ้น 2. เรื่องเขตพื้นที่การส่งเสริมที่ยังจำกัดเฉพาะพื้นที่เขต1 3. เรื่องราคาต่อหน่วยของประเภทอาคารชุดที่ผู้ประกอบการควรจะปรับเป็นราคา 1,200,000 บาท เนื่องจากราคาที่ดิน 4. การดำเนินการตามหลักเกณฑ์นั้นจะเห็นได้ว่าผู้ประกอบการในกลุ่มที่ 1 มีการปรับราคาขึ้นให้เหมาะสมกับภาวการณ์ปัจจุบัน ส่วนผู้ประกอบการกลุ่มที่ 3 นั้นมีการปรับลดราคาลงเพื่อให้เข้าเกณฑ์การส่งเสริม ผลจากการปรับเปลี่ยนทำให้จำนวนบ้านบีโอไอเพิ่มมากขึ้นในพื้นที่เขต 1 แต่พื้นที่เขต 2, 3 กลับมีจำนวนหน่วยลดลง และกลุ่มผู้ประกอบการกลุ่มที่ 2 ที่เคยเข้ารับการส่งเสริมที่ทำประเภทบ้านชั้นเดียวพื้นที่มากกว่า 31 ตร.ม. แต่ไม่ถึง 70 ตร.ม. และขายราคาไม่เกิน 600,000 บาท จะไม่เข้าข่ายได้รับการส่งเสริมอีกทั้งที่หลักเกณฑ์ปี พ.ศ. 2536 เคยได้รับการส่งเสริม ส่งผลถึงผู้มีรายได้น้อยไม่สามารถซื้อบ้านในระดับราคานี้ได้ จากผลการศึกษาจะเห็นได้ว่า มีผู้ประกอบการที่เคยเข้ารับการส่งเสริมในหลักเกณฑ์ปี พ.ศ. 2536 ได้รับผลกระทบจากการปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์ในเรื่องพื้นที่ 1. เสนอให้คงหลักเกณฑ์เดิมไว้ด้วยคือพื้นที่ใช้สอยไม่น้อยกว่า 31 ตร.ม. ราคาขายไม่เกิน 600,000 บาท 2. เสนอให้ขยายเขตพื้นที่การส่งเสริมการลงทุนไปในเขต 2, 3 3. น่าจะมีการศึกษาเรื่องนี้ในด้านของผู้มีรายน้อยต่อไป การที่ผู้ประกอบได้รับการยกเว้นภาษีนั้นจะช่วยให้ต้นทุนของผู้ประกอบการลดลง 5-9% เพื่อนำไปลดราคาให้กับผู้ซื้อหรือนำไปทำการตลาดเพื่อการแข่งขัน ดังนั้นผู้ประกอบการที่ขายในระดับราคานี้แล้วไม่เข้ารับการส่งเสริมก็จะแข่งขันได้ยาก

บรรณานุกรม :
อภิสิทธิ์ ภัทรดุษฎี . (2552). การเปรียบเทียบการดำเนินการของผู้ประกอบการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนในกิจการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยหรือปานกลางตามหลักเกณฑ์ในปี พ.ศ. 2536 กับ หลักเกณฑ์ในปี พ.ศ. 2552.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อภิสิทธิ์ ภัทรดุษฎี . 2552. "การเปรียบเทียบการดำเนินการของผู้ประกอบการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนในกิจการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยหรือปานกลางตามหลักเกณฑ์ในปี พ.ศ. 2536 กับ หลักเกณฑ์ในปี พ.ศ. 2552".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อภิสิทธิ์ ภัทรดุษฎี . "การเปรียบเทียบการดำเนินการของผู้ประกอบการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนในกิจการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยหรือปานกลางตามหลักเกณฑ์ในปี พ.ศ. 2536 กับ หลักเกณฑ์ในปี พ.ศ. 2552."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552. Print.
อภิสิทธิ์ ภัทรดุษฎี . การเปรียบเทียบการดำเนินการของผู้ประกอบการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนในกิจการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยหรือปานกลางตามหลักเกณฑ์ในปี พ.ศ. 2536 กับ หลักเกณฑ์ในปี พ.ศ. 2552. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2552.