ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

พัฒนาการของพหุหน้าที่ของคำว่า ซึ่ง ในภาษาไทย

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : พัฒนาการของพหุหน้าที่ของคำว่า ซึ่ง ในภาษาไทย
นักวิจัย : นัทธ์ชนัน เยาวพัฒน์
คำค้น : ภาษาไทย -- การใช้ภาษา , ภาษาไทย -- ไวยากรณ์ , ภาษาไทย -- บุรพบท , ปริญญาดุษฎีบัณฑิต
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : อมรา ประสิทธิ์รัฐสินธุ์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะอักษรศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2551
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/16136
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (อ.ด.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2551

งานวิจัยนี้มุ่งวิเคราะห์หน้าที่ทางไวยากรณ์และพัฒนาการทางด้านหน้าที่ของคำว่า ซึ่ง ในภาษาไทย ตั้งแต่สมัยสุโขทัยจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ยังมุ่งวิเคราะห์คุณสมบัติทางวากยสัมพันธ์และอรรถศาสตร์ของคำว่า ซึ่ง ในหน้าที่ต่างๆ โดยมีสมมติฐานว่า ความแตกต่างทางวากยสัมพันธ์ของ ซึ่ง ในหน้าที่ต่างๆ จำแนกโดยกลวิธีการสร้างอนุประโยคขยายนามและลำดับนามวลีที่ขยายด้วยอนุประโยค ส่วนความแตกต่างทางอรรถศาสตร์จำแนกโดยคุณสมบัติมีชีวิต/ไม่มีชีวิต คุณสมบัติชี้เฉพาะ/ไม่ชี้เฉพาะ และบทบาทของนามวลี ข้อมูลที่ใช้ในงานวิจัยนี้ได้มาจากการสุ่มตัวอย่างเอกสารประเภทร้อยแก้วที่มีใช้อยู่จริงใน 5 ช่วงสมัย ได้แก่ สมัยสุโขทัย สมัยอยุธยา สมัยรัชกาลที่ 1-4 สมัยรัชกาลที่ 5-8 และสมัยรัชกาลที่ 9 ผลการวิจัยพบว่า ซึ่ง มีหน้าที่ทางไวยากรณ์ 3 ระดับ คือ ระดับวากยสัมพันธ์ ระดับวัจนปฏิบัติศาสตร์ และระดับสัมพันธสาร โดย ซึ่ง ที่ทำหน้าที่ตัวบ่งชี้คุณานุประโยค เช่น นี่คือสิ่งซึ่งน่าจดจำ และตัวนำอนุประโยคเติมเต็ม เช่น ซึ่งทุกคนสามัคคีกันเป็นสิ่งที่ดี เป็นหน้าที่ในระดับวากยสัมพันธ์ ส่วน ซึ่ง ที่เป็นตัวบ่งชี้เรื่อง เช่น ซึ่งเรื่องนี้เขายังไม่ทราบ และ ซึ่ง ที่เป็นตัวบ่งชี้จุดสำคัญข้างท้าย เช่น อย่าละเลยซึ่งหน้าที่ เป็นหน้าที่ในระดับวัจนปฏิบัติศาสตร์ และ ซึ่ง ที่เป็นตัวบ่งชี้สัมพันธสาร เช่น เศรษฐกิจย่ำแย่ซึ่งคนต้องตกงานกันมาก เป็นหน้าที่ระดับสัมพันธสาร ผู้วิจัยพบว่าหน้าที่ที่เก่าแก่ที่สุดที่เริ่มปรากฏในสมัยสุโขทัยคือ หน้าที่ตัวบ่งชี้คุณานุประโยค ตัวบ่งชี้เรื่อง และตัวบ่งชี้จุดสำคัญข้างท้าย ส่วนหน้าที่ตัวนำอนุประโยคเติมเต็มเริ่มปรากฏในสมัยอยุธยา และหน้าที่ตัวบ่งชี้สัมพันธสารซึ่งเป็นหน้าที่ใหม่ เริ่มปรากฏในสมัยรัชกาลที่ 5-8 อย่างไรก็ตาม ผู้วิจัยพบว่า หน้าที่ตัวนำอนุประโยคเติมเต็มเป็นหน้าที่เดียวที่ไม่ได้ปรากฏอย่างต่อเนื่องมาจนถึงสมัยรัชกาลที่ 9 ทั้งนี้ น่าจะเป็นเพราะถูกแทนที่ด้วยคำว่า ที่ จากการเปรียบเทียบความถี่ในการปรากฏตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน พบว่า ซึ่ง ในหน้าที่ตัวบ่งชี้คุณานุประโยค และตัวบ่งชี้ สัมพันธสารปรากฏในความถี่ที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ ในขณะที่ ตัวบ่งชี้เรื่อง และตัวบ่งชี้จุดสำคัญข้างท้ายมีความถี่ลดลงเรื่อยๆ สำหรับ ซึ่ง ที่เป็นตัวนำอนุประโยคเติมเต็ม พบว่ามีความถี่ในการปรากฏต่ำมากในทุกสมัยที่ปรากฏ ทั้งนี้ น่าจะเป็นเพราะถูกแทนที่ด้วยตัวบ่งชี้ ที่ ซึ่งเป็นตัวนำอนุประโยคเติมเต็มในภาษาไทยเช่นกัน นอกจากนี้ ผู้วิจัยยังพบว่า ซึ่ง ที่ทำหน้าที่ตัวบ่งชี้สัมพันธสารพัฒนามาจากตัวบ่งชี้เรื่อง ผลการวิเคราะห์วากยสัมพันธ์พบว่า ซึ่ง เป็นคำบุพบทและเป็นส่วนหลักในหน่วยสร้างไร้ศูนย์บุพบทวลี ผลการศึกษาแบบลักษณ์พบว่า คุณานุประโยค ซึ่ง เป็นชนิดที่นามวลีหลักปรากฏอยู่ภายนอกและเป็นชนิดที่ปรากฏหลังนามวลีหลัก อีกทั้งยังพบว่า คุณานุประโยค ซึ่ง สร้างด้วยกลวิธีช่องว่างหรือกลวิธีบุรุษสรรพนาม โดยตัวอ้างอิงร่วมอาจมีบทบาทประธาน กรรมตรง กรรมรอง การกอ้อม หรือการกเจ้าของ โดยตัวอ้างอิงร่วมบทบาทประธานมีความถี่ในการปรากฏมากที่สุด ผลการวิเคราะห์อรรถศาสตร์พบว่า คุณานุประโยค ซึ่ง ปรากฏกับนามวลีหลักที่มีคุณสมบัติไม่มีชีวิตและนามวลีหลักที่มีคุณสมบัติชี้เฉพาะ

บรรณานุกรม :
นัทธ์ชนัน เยาวพัฒน์ . (2551). พัฒนาการของพหุหน้าที่ของคำว่า ซึ่ง ในภาษาไทย.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นัทธ์ชนัน เยาวพัฒน์ . 2551. "พัฒนาการของพหุหน้าที่ของคำว่า ซึ่ง ในภาษาไทย".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นัทธ์ชนัน เยาวพัฒน์ . "พัฒนาการของพหุหน้าที่ของคำว่า ซึ่ง ในภาษาไทย."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2551. Print.
นัทธ์ชนัน เยาวพัฒน์ . พัฒนาการของพหุหน้าที่ของคำว่า ซึ่ง ในภาษาไทย. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2551.