ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ความสัมพันธ์ระหว่างระบบคำกริยา 'ตี' กับระบบปริชานของผู้พูดภาษาไทยและผู้พูดภาษาขมุ : การทดสอบสมมติฐานวอร์ฟ

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ความสัมพันธ์ระหว่างระบบคำกริยา 'ตี' กับระบบปริชานของผู้พูดภาษาไทยและผู้พูดภาษาขมุ : การทดสอบสมมติฐานวอร์ฟ
นักวิจัย : ชุติชล เอมดิษฐ
คำค้น : สมมติฐานซาเพียร์-วอร์ฟ , อรรถศาสตร์ชาติพันธุ์ , ไวยากรณ์ปริชาน , ภาษาขมุ , ภาษาไทย -- สระ , ภาษาขมุ -- สระ
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : อมรา ประสิทธิ์รัฐสินธุ์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะอักษรศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2551
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/16126
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (อ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2551

ผลการวิจัยที่ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับระบบปริชานเพื่อทดสอบสมมติฐานวอร์ฟในอดีตมีเป็นจำนวนมาก แต่ยังมีงานวิจัยที่ศึกษาอิทธิพลของภาษาไทยต่อระบบปริชานของผู้พูดภาษาไทยอยู่เป็นจำนวนไม่มาก และไม่พบงานวิจัยที่ศึกษาอิทธิพลของภาษาขมุต่อระบบปริชานของผู้ที่พูดภาษาขมุเลย วิทยานิพนธ์เล่มนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อพิสูจน์สมมติฐานวอร์ฟ โดยวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างระบบคำกริยา ‘ตี’ ในภาษาไทย และภาษาขมุ ซึ่งได้แก่ ความมีชีวิตของวัตถุ ขนาดและรูปร่างของวัตถุ ลักษณะการใช้มือ ทิศทาง และน้ำหนัก กับระบบปริชานของผู้พูดภาษา ซึ่งตีความได้จากพฤติกรรมความใส่ใจ และการจำแนกประเภท ผู้วิจัยกำหนดจำนวนผู้ถูกทดลองที่พูดภาษาไทย และภาษาขมุเป็นภาษาแม่ภาษาละ 30 คน ในการทดลองเพื่อทดสอบความใส่ใจ ความมีชีวิตของวัตถุ ขนาดและรูปร่างของวัตถุ ลักษณะการใช้มือ ทิศทาง ผู้ถูกทดลองต้องเลือกภาพที่แตกต่างจากภาพอื่น จำนวนทั้งหมด 20 ชุด และการทดลองเพื่อทดสอบความใส่ใจน้ำหนัก ผู้ถูกทดลองจะถูกปิดตาและตัดสินว่าวัตถุในมือเหมือนกันหรือไม่ จำนวนทั้งหมด 5 ชุด และในการทดลองเพื่อทดสอบพฤติกรรมการจำแนกประเภทความมีชีวิตของวัตถุ ขนาดและรูปร่างของวัตถุ ลักษณะการใช้มือ ทิศทาง ผู้ถูกทดลองจะต้องตัดสินว่าภาพหรือวัตถุใดมีความคล้ายคลึงกับภาพหรือวัตถุต้นแบบมากที่สุด จำนวนทั้งหมด 40 ชุด และการทดลองเพื่อทดสอบพฤติกรรมการจำแนกประเภทน้ำหนัก ผู้ถูกทดลองจะต้องจับคู่วัตถุที่คิดว่าคล้ายคลึงกันมากที่สุด จำนวนทั้งหมด 10 ชุด งานวิจัยนี้มีสมมติฐานในการทดลองคือ ผู้ถูกทดลองที่พูดภาษาขมุจะแสดงให้เห็นในการทดลองว่ามีพฤติกรรมความใส่ใจ และการจำแนกประเภทเกี่ยวกับความมีชีวิตของวัตถุ ขนาดและรูปร่างของวัตถุ ลักษณะการใช้มือ ทิศทาง และน้ำหนักมากกว่าผู้ถูกทดลองที่พูดภาษาไทย ผลการทดลองพบว่า เป็นไปตามสมมติฐานเป็นส่วนใหญ่ ผู้ถูกทดลองที่พูดภาษาขมุมีความใส่ใจความมีชีวิตของวัตถุ ลักษณะการใช้มือและน้ำหนักมากกว่าผู้พูดภาษาไทยอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ แต่ไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในการทดลองเกี่ยวกับทิศทาง และขนาดและรูปร่างของวัตถุ และผู้ถูกทดลองที่พูดภาษาขมุมีพฤติกรรมการจำแนกประเภทโดยใช้เกณฑ์ความมีชีวิตของวัตถุ ลักษณะการใช้มือ ทิศทาง และน้ำหนักมากกว่าผู้ถูกทดลองที่พูดภาษาไทยอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ แต่ผู้ถูกทดลองที่พูดภาษาไทย และภาษาขมุมีพฤติกรรมการจำแนกประเภทโดยใช้เกณฑ์ขนาดและรูปร่างของวัตถุไม่แตกต่างกัน ผลการทดลองสามารถสรุปได้ว่า ภาษามีความสอดคล้องกับพฤติกรรมทางปริชานของผู้พูดภาษา จะเห็นได้จากผู้พูดภาษาขมุมีพฤติกรรมความใส่ใจ และการจำแนกประเภทไปตามระบบของภาษา และกล่าวได้ว่าเป็นการสนับสนุนสมมติฐานวอร์ฟที่ว่า ภาษามีอิทธิพลต่อระบบปริชาน ภาษาที่แตกต่างกันส่งผลให้ผู้พูดภาษามีระบบปริชานที่แตกต่างกัน

บรรณานุกรม :
ชุติชล เอมดิษฐ . (2551). ความสัมพันธ์ระหว่างระบบคำกริยา 'ตี' กับระบบปริชานของผู้พูดภาษาไทยและผู้พูดภาษาขมุ : การทดสอบสมมติฐานวอร์ฟ.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ชุติชล เอมดิษฐ . 2551. "ความสัมพันธ์ระหว่างระบบคำกริยา 'ตี' กับระบบปริชานของผู้พูดภาษาไทยและผู้พูดภาษาขมุ : การทดสอบสมมติฐานวอร์ฟ".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ชุติชล เอมดิษฐ . "ความสัมพันธ์ระหว่างระบบคำกริยา 'ตี' กับระบบปริชานของผู้พูดภาษาไทยและผู้พูดภาษาขมุ : การทดสอบสมมติฐานวอร์ฟ."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2551. Print.
ชุติชล เอมดิษฐ . ความสัมพันธ์ระหว่างระบบคำกริยา 'ตี' กับระบบปริชานของผู้พูดภาษาไทยและผู้พูดภาษาขมุ : การทดสอบสมมติฐานวอร์ฟ. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2551.