ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ความสัมพันธ์ระหว่างระบบคำกริยา 'ใส่' กับระบบปริชานของผู้พูดภาษาไทยและภาษาญี่ปุ่น : การทดสอบสมมติฐานวอร์ฟ

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ความสัมพันธ์ระหว่างระบบคำกริยา 'ใส่' กับระบบปริชานของผู้พูดภาษาไทยและภาษาญี่ปุ่น : การทดสอบสมมติฐานวอร์ฟ
นักวิจัย : อนงค์นาฏ นุศาสตร์เลิศ
คำค้น : ภาษาไทย -- คำกริยา , ภาษาญี่ปุ่น -- คำกริยา , ไวยากรณ์ปริชาน
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : อมรา ประสิทธิ์รัฐสินธุ์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะอักษรศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2552
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/15709
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (อ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพิสูจน์สมมติฐานวอร์ฟโดยวิเคราะห์และเปรียบเทียบระบบคำกริยา ‘ใส่’ ในภาษาไทยและภาษาญี่ปุ่นและศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างระบบคำกริยา ‘ใส่’ กับระบบปริชานซึ่งแสดงออกทางพฤติกรรมทางการจัดประเภทและความใส่ใจ ผู้วิจัยเก็บรวบรวมคำกริยา ‘ใส่’ ของทั้งสองภาษาจากพจนานุกรม ฐานข้อมูล และการสัมภาษณ์ผู้บอกภาษากลุ่มละ 10 คน แล้วนำมาวิเคราะห์องค์ประกอบ ผลการวิเคราะห์พบว่า ภาษาญี่ปุ่นมีการจำแนกคำกริยา ‘ใส่’ ขึ้นอยู่กับ การมีชีวิตของ วัตถุ ส่วนของร่างกาย และความพอดีของการใส่ ส่วนการจำแนกคำกริยา ‘ใส่’ ในภาษาไทยขึ้นอยู่กับ รูปร่างลักษณะของวัตถุ ผู้เข้าร่วมการทดลองคือผู้พูดภาษาไทยและภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาแม่กลุ่มละ 30 คน การทดสอบทางปริชานมุ่งไปที่ การจัดประเภทและความใส่ใจ 4 ด้าน ได้แก่ ด้านการมีชีวิตของวัตถุ ด้านส่วนของร่างกาย ด้านรูปร่างลักษณะของวัตถุ และ ด้านความพอดีของการใส่ ในการทดลองเพื่อทดสอบการจัดประเภท ผู้เข้าร่วมการทดลองจะต้องดูภาพจำนวน 3 ภาพและ ตัดสินว่า 2 ภาพใดมีความเหมือนหรือคล้ายคลึงกันมากที่สุดในแต่ละชุดภาพทดลอง ส่วนในการทดลองเพื่อทดสอบความใส่ใจ ผู้เข้าร่วมการทดลองทั้งสองกลุ่มจะต้องจับผิดภาพ โดยดูภาพทั้งหมดห้าภาพ จากนั้นหยิบภาพขึ้นมาทีละภาพแล้วบอกว่า มีจุดใดบ้างในภาพที่แตกต่างจากภาพทั้งหมดที่เหลือในแต่ละชุดภาพทดลอง งานวิจัยนี้มีสมมติฐานข้อแรกคือ ผู้เข้าร่วมการทดลองชาวญี่ปุ่นซึ่งเป็นภาษาที่คำกริยา ‘ใส่’ มีความชัดเจนในการจำแนกคำกริยาตามการมีชีวิตของวัตถุ จะแสดงให้เห็นในการทดลองว่ามีพฤติกรรมการจำแนกประเภทและความใส่ใจ อยู่บนพื้นฐานของการมีชีวิตของวัตถุมากกว่าผู้เข้าร่วมการทดลองชาวไทย ซึ่งภาษาไม่มีการจำแนกคำกริยาเช่นนั้น ผลการทดลอง ส่วนนี้สนับสนุนสมมติฐานของผู้วิจัย ผู้เข้าร่วมการทดลองชาวญี่ปุ่นมีพฤติกรรมการจำแนกประเภท และพฤติกรรมความใส่ใจ ในเรื่องการมีชีวิตของวัตถุมากกว่าผู้พูดภาษาไทยอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ สมมติฐานข้อสองคือ ผู้เข้าร่วมการทดลองชาวญี่ปุ่นซึ่งเป็นภาษาที่คำกริยา ‘ใส่’ มีความชัดเจนในการจำแนกคำกริยาตามความพอดีของการใส่ และแสดงความใส่ใจอยู่บนพื้นฐานของขนาดพื้นที่มากกว่าผู้เข้าร่วมการทดลองชาวไทย ซึ่งภาษาไม่มีการจำแนกคำกริยาด้วยเกณฑ์เช่นนั้น ผลการทดลองส่วนนี้สนับสนุนสมมติฐานของผู้วิจัยอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ สมมติฐานข้อที่สามคือ ผู้เข้าร่วมการทดลองชาวญี่ปุ่นซึ่งเป็นภาษาที่คำกริยา ‘ใส่’ มีความชัดเจนในการจำแนกคำกริยา ‘ใส่’ เป็นไปตามส่วนของร่างกายจะแสดงให้เห็นในการทดลองว่ามีพฤติกรรมการจัดประเภทและความใส่ใจขึ้นอยู่กับ ส่วนของร่างกาย ผลการทดลองเป็นไปตามสมมติฐานอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติสมมติฐานข้อสุดท้าย ผู้เข้าร่วมการทดลองชาวไทยซึ่งพูดภาษาที่มีการจัดประเภทคำกริยา ‘ใส่’ ตามรูปร่างลักษณะของวัตถุ จะแสดงให้เห็นในการทดลองว่ามีพฤติกรรมการใส่ใจ และการจัดประเภทเป็นไปตามรูปร่างลักษณะของวัตถุมากกว่า ผู้เข้าร่วมการทดลองชาวญี่ปุ่นซึ่งภาษาไม่มีการจัดระบบเช่นนั้น ผลการทดลองไม่เป็นไปตามสมมติฐาน กล่าวโดยสรุปผลการ ทดลองสามในสี่ครั้งแสดงให้เห็นว่า ภาษามีอิทธิพลต่อระบบปริชาน ซึ่งเป็นการสนับสนุนสมมติฐานวอร์ฟ.

บรรณานุกรม :
อนงค์นาฏ นุศาสตร์เลิศ . (2552). ความสัมพันธ์ระหว่างระบบคำกริยา 'ใส่' กับระบบปริชานของผู้พูดภาษาไทยและภาษาญี่ปุ่น : การทดสอบสมมติฐานวอร์ฟ.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อนงค์นาฏ นุศาสตร์เลิศ . 2552. "ความสัมพันธ์ระหว่างระบบคำกริยา 'ใส่' กับระบบปริชานของผู้พูดภาษาไทยและภาษาญี่ปุ่น : การทดสอบสมมติฐานวอร์ฟ".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อนงค์นาฏ นุศาสตร์เลิศ . "ความสัมพันธ์ระหว่างระบบคำกริยา 'ใส่' กับระบบปริชานของผู้พูดภาษาไทยและภาษาญี่ปุ่น : การทดสอบสมมติฐานวอร์ฟ."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552. Print.
อนงค์นาฏ นุศาสตร์เลิศ . ความสัมพันธ์ระหว่างระบบคำกริยา 'ใส่' กับระบบปริชานของผู้พูดภาษาไทยและภาษาญี่ปุ่น : การทดสอบสมมติฐานวอร์ฟ. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2552.