ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ข้าราชการพลเรือนสามัญกับกฎหมายแรงงาน

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ข้าราชการพลเรือนสามัญกับกฎหมายแรงงาน
นักวิจัย : ปานทิพย์ พฤกษาชลวิทย์
คำค้น : กฎหมายแรงงาน , สัญญาจ้างแรงงาน , แรงงาน , แรงงานสัมพันธ์ , พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 , พระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2543 , ข้าราชการพลเรือน -- กฎหมายและระเบียบข้อบังคับ , ความมั่นคงในการทำงาน -- กฎหมายและระเบียบข้อบังคับ
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : สุดาศิริ วศวงศ์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะนิติศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2551
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/15598
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (น.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,2551

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ มุ่งศึกษาถึงการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของข้าราชการพลเรือนสามัญ เปรียบเทียบกับการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของลูกจ้างในภาคเอกชน ตามอนุสัญญาขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ กฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองแรงงานและกฎหมายเกี่ยวกับการแรงงานสัมพันธ์ ซึ่งพบว่า สิทธิประโยชน์ในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการคุ้มครองการทำงาน ค่าตอบแทนการทำงาน สวัสดิการ และการเลิกจ้างที่ข้าราชการพลเรือนสามัญได้รับการคุ้มครองอยู่ในปัจจุบันนั้น มีไม่น้อยไปกว่าที่กำหนดไว้ในอนุสัญญาขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 แต่สิทธิในการรวมกลุ่มของข้าราชการยังไม่ได้มีการปฏิบัติอย่างแท้จริง แม้ว่ารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักไทย พ.ศ. 2550 และพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ได้กำหนดให้ข้าราชการมีสิทธิในการรวมกลุ่ม แต่ก็ยังไม่ได้กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการรวมกลุ่มไว้ จากการศึกษาเปรียบเทียบหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการรวมกลุ่มตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 พระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2543 และแนวทางการรวมกลุ่มของข้าราชการในประเทศมาเลเซียและฟิลิปปินส์ จึงได้แนวทางในการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการรวมกลุ่มที่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 และพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ว่าควรกำหนดให้ข้าราชการพลเรือนสามัญสามารถรวมกลุ่ม โดยใช้ชื่อว่า “สหภาพข้าราชการ” โดยไม่จำกัดจำนวนข้าราชการในแต่ละสหภาพ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพของหน่วยงานราชการที่มีจำนวนตำแหน่งข้าราชการที่แตกต่างกัน แต่จะต้องกำหนดไว้ให้หนึ่งหน่วยงานมีเพียงหนึ่งสหภาพเท่านั้น ส่วนวัตถุประสงค์ของการตั้งสหภาพควรกำหนดไว้ให้ชัดเจน ว่าจัดตั้งเพื่อการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของข้าราชการ ทั้งนี้ ควรมีการกำหนดเงื่อนไขจำกัดสิทธิในการรวมกลุ่มของข้าราชการพลเรือนสามัญ เพื่อมิให้การรวมกลุ่มนั้นเป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของข้าราชการมากกว่าผลประโยชน์ของประชาชนส่วนรวมและประเทศชาติ โดยกำหนดเงื่อนไขจำกัดสิทธิข้าราชการพลเรือนสามัญในการนัดหยุดงานในกรณีที่จะเกิดผลกระทบต่อสาธารณะ และกำหนดเงื่อนไขจำกัดสิทธิในการเจรจาต่อรองในบางเรื่อง เช่น เรื่องเงินเดือน เป็นต้น ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและระเบียบข้าราชการพลเรือนที่กำหนดให้การรวมกลุ่มนั้นจะต้องไม่กระทบต่อประสิทธิภาพในการบริหารราชการแผ่นดินและความต่อเนื่องในการจัดทำบริการสาธารณะ นอกจากนี้ ควรมีการจัดตั้งองค์กรพิเศษเข้ามาช่วยเหลือข้าราชการพลเรือนสามัญในการปกป้องสิทธิประโยชน์ในเรื่องที่กำหนดไม่ให้ข้าราชการพลเรือนสามัญเจรจาต่อรองได้ดังเช่นประเทศมาเลเซีย เพื่อให้ข้าราชการพลเรือนสามัญได้รับการคุ้มครองสิทธิประโยชน์อย่างแท้จริง

บรรณานุกรม :
ปานทิพย์ พฤกษาชลวิทย์ . (2551). ข้าราชการพลเรือนสามัญกับกฎหมายแรงงาน.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ปานทิพย์ พฤกษาชลวิทย์ . 2551. "ข้าราชการพลเรือนสามัญกับกฎหมายแรงงาน".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ปานทิพย์ พฤกษาชลวิทย์ . "ข้าราชการพลเรือนสามัญกับกฎหมายแรงงาน."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2551. Print.
ปานทิพย์ พฤกษาชลวิทย์ . ข้าราชการพลเรือนสามัญกับกฎหมายแรงงาน. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2551.