ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ผลของภาวะการเก็บเชื้อต่อการรอดชีวิตและความสามารถในการย่อยสลายไพรีนของกล้าเชื้อกลุ่มแบคทีเรีย STK

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ผลของภาวะการเก็บเชื้อต่อการรอดชีวิตและความสามารถในการย่อยสลายไพรีนของกล้าเชื้อกลุ่มแบคทีเรีย STK
นักวิจัย : กานต์ชนา สิทธิ์เหล่าถาวร
คำค้น : การบำบัดสารมลพิษทางชีวภาพ , ไพรีน -- การย่อยสลายทางชีวภาพ , แบคทีเรีย
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : กาญจณา จันทองจีน , กอบชัย ภัทรกุลวณิชย์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะวิทยาศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2551
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/15163
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.) -- จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2551

กลุ่มแบคทีเรีย STK สามารถย่อยสลายและใช้ไพรีนซึ่งเป็นสารพิษเป็นแหล่งคาร์บอนและแหล่งพลังงานได้ งานวิจัยนี้มุ่งที่จะเก็บรักษากลุ่มแบคทีเรีย STK ในเศษใบไม้เพื่อใช้ในการบำบัดการปนเปื้อนของไพรีนในดิน เศษใบไม้ประกอบด้วยใบจามจุรี ใบหูกวาง ใบโพธิ์ และใบประดู่ เลี้ยงกลุ่มแบคทีเรีย STK ในเศษใบไม้ที่แบ่งเป็นไม่เติม และเติมไพรีน 100 พีพีเอ็ม และปรับความชื้น บ่มที่อุณหภูมิ 30 ℃ ในที่มืด เป็นเวลา 14 วัน แบ่งกล้าเชื้อที่สร้างเป็น 2 ส่วน ส่วนที่ 1 ใช้กล้าเชื้อ 1.5 กรัม เก็บใส่ถุงอะลูมิเนียม ปิดถุงและทำให้ภายในเป็นสุญญากาศ แยกเก็บที่อุณหภูมิ 4℃ และอุณหภูมิห้อง ส่วนที่ 2 ใช้กล้าเชื้อเดียวกัน นำไปลดความชื้นให้เป็น 40% และ 30%ของความจุสูงสุดในการอุ้มน้ำ โดยการทำให้แห้งแบบเยือกแข็ง เก็บใส่ถุงอะลูมิเนียมและปิดถุงให้ภายในเป็นสุญญากาศ แยกเก็บที่ภาวะเดียวกับส่วนที่1 เปรียบเทียบกับกลุ่มแบคทีเรีย STK ที่เก็บรักษาด้วยวิธีไลโอฟิไลซ์ที่มี 10% ซูโครส เป็นสารป้องกันความเย็น และเก็บที่อุณหภูมิ 4 ℃ เมื่อครบเวลา 0 4 8 และ 12 เดือนนับจำนวนเชื้อ STK ที่เก็บทั้ง 2 แบบโดยทำ Viable plate count พบว่าการเก็บที่อุณหภูมิ 4 ℃ ให้การอยู่รอดชีวิตสูงกว่าที่อุณหภูมิห้อง และพบว่าการเก็บด้วยวิธีไลโอฟิไลซ์มีการรอดชีวิตสูงกว่าวิธีที่เก็บด้วยการเลี้ยงกล้าเชื้อในเศษใบไม้ โดยพบว่าในเดือนที่ 8 และ 12 ของการเก็บรักษา จำนวนเซลล์ลดลง 13.3% และ17.6% ตามลำดับ และพบว่าในภาวะการเลี้ยงในเศษใบไม้ที่ความชื้น30%ของความจุสูงสุดในการอุ้มน้ำ ใส่ไพรีน เก็บที่อุณหภูมิ 4 oซ มีการรอดชีวิตใกล้เคียงกับไลโอฟิไลซ์ที่สุด คือ ค่า จำนวนเซลล์ลดลงลดลง 29.3% และ 36.8% เมื่อทำการทดสอบความสามารถในการย่อยสลายไพรีน 100 พีพีเอ็ม โดยเติมกล้าเชื้อในเศษใบไม้หรือในไลโอฟิไลซ์ ลงในสเลอรีดิน (ดิน : น้ำ = 1: 8) ที่ไม่ปลอดเชื้อ วิเคราะห์ปริมาณไพรีน ด้วยวิธี HPLC พบว่า กลุ่มแบคทีเรีย STK ที่เก็บโดยเลี้ยงในเศษใบไม้สามารถย่อยสลายไพรีนได้ดีกว่าการเก็บด้วยวิธีไลโอฟิไลซ์ โดยในเดือนที่12 ของการเก็บรักษา กลุ่มแบคทีเรีย STK ที่เลี้ยงในเศษใบไม้ที่ความชื้น 30%ของความจุสูงสุดในการอุ้มน้ำ ใส่และไม่ใส่ไพรีน เก็บที่อุณหภูมิ 4 ℃ ทำให้ปริมาณไพรีนที่เหลืออยู่ เท่ากับ และ 6.8% และ 10.5% ตามลำดับ ขณะที่การเก็บรักษากลุ่มแบคทีเรีย STK ด้วยวิธืไลโอฟไลซ์ทำให้ปริมาณไพรีนที่เหลืออยู่ 11%. ติดตามพลวัตรประชากรกลุ่มแบคทีเรีย STK ในช่วงเวลาของการบำบัดไพรีนในสเลอรีดินด้วยวิธี Denaturing Gradient Gel Electrophoresis

บรรณานุกรม :
กานต์ชนา สิทธิ์เหล่าถาวร . (2551). ผลของภาวะการเก็บเชื้อต่อการรอดชีวิตและความสามารถในการย่อยสลายไพรีนของกล้าเชื้อกลุ่มแบคทีเรีย STK.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
กานต์ชนา สิทธิ์เหล่าถาวร . 2551. "ผลของภาวะการเก็บเชื้อต่อการรอดชีวิตและความสามารถในการย่อยสลายไพรีนของกล้าเชื้อกลุ่มแบคทีเรีย STK".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
กานต์ชนา สิทธิ์เหล่าถาวร . "ผลของภาวะการเก็บเชื้อต่อการรอดชีวิตและความสามารถในการย่อยสลายไพรีนของกล้าเชื้อกลุ่มแบคทีเรีย STK."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2551. Print.
กานต์ชนา สิทธิ์เหล่าถาวร . ผลของภาวะการเก็บเชื้อต่อการรอดชีวิตและความสามารถในการย่อยสลายไพรีนของกล้าเชื้อกลุ่มแบคทีเรีย STK. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2551.