ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาสมรรถนะของฮีตไปป์แบบมีวิกเป็นซินเทอร์แมททีเรียล

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาสมรรถนะของฮีตไปป์แบบมีวิกเป็นซินเทอร์แมททีเรียล
นักวิจัย : มานิจ มานะศิลป์
คำค้น : -
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : พงษ์ธร จรัญญากรณ์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะวิศวกรรมศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2550
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/15233
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2550

วิทยานิพนธ์นี้ ศึกษาสมรรถนะของฮีตไปป์ที่ใช้ซินเทอร์แมททีเรียลเป็นวิก เป็นที่ทราบกันว่า ฮีตไปป์ที่ใช้ซินเทอร์แมททีเรียลเป็นวิก มีศักยภาพทางทฤษฎีสูง แต่ยังขาดข้อมูลการทดลองจริง งานวิจัยนี้ใช้ผงทองแดงมาทำเป็นวัสดุซินเทอร์แมททีเรียลเพื่อเป็นวิกของฮีตไปป์ โดยใช้ผงทองแดงขนาด 212 – 300 ไมโครเมตร อบในเตาภายใต้กาซไฮโดรเจน ที่อุณหภูมิ 900 [degree Celcius] นาน 9 ชั่วโมง นำออกมาปล่อยให้เย็น แล้วอบอีกครั้งที่สภาวะเดิม ซึ่งพบว่ากรรมวิธีดังกล่าวจะได้วัสดุซินเทอร์แมททีเรียลที่แข็งแรงไม่แตกหักง่าย และการทดลองนี้ใช้น้ำเป็นของไหลใช้งาน จากผลการทดลองพบว่า ฮีตไปป์ที่สร้างขึ้นสามารถทำงานในสภาวะต้านแรงโน้มถ่วงของโลกได้ โดยที่มุมติดตั้ง 90 [degree] ให้สมรรถนะการถ่ายเทความร้อนดีกว่าท่อกลวง สมรรถนะการถ่ายเทความร้อนของฮีตไปป์จะขึ้นอยู่กับมุมติดตั้ง ที่มุม 90 [degree] ฮีตไปป์ให้สมรรถนะการถ่ายเทความร้อนน้อยที่สุด (อุณหภูมิแตกต่างระหว่างส่วนระเหยกับคอนเดนเซอร์ 8.28, 11.76 และ 14.88 K ให้อัตราการถ่ายเทความร้อน 1.0, 1.7 และ 3.1 W/cm[superscript 2] ตามลำดับ) ที่มุม 0 [degree]ฮีตไปป์ให้สมรรถนะการถ่ายเทความร้อนดีที่สุดสำหรับการทำงานต้านแรงโน้มถ่วงของโลก (อุณหภูมิแตกต่างระหว่างส่วนระเหยกับคอนเดนเซอร์ 12.58, 16.88 และ 22.47 K ให้อัตราการถ่ายเทความร้อน 2.5, 3.6 และ 3.7 W/cm[superscript 2] ตามลำดับ) กราฟสมรรถนะการถ่ายเทความร้อนของฮีตไปป์ที่มุม 30[degree] และ 60[degree] จะเกาะกลุ่มกันอยู่ระหว่างที่มุม 0[degree] และ 90[degree] สำหรับท่อทองแดงกลวง อุณหภูมิแตกต่างระหว่างส่วนร้อนกับส่วนเย็น 8.28, 11.76 และ 14.88 K ให้อัตราการถ่ายเทความร้อน 0.5, 0.7 และ 0.9 W/cm[superscript 2] ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม อัตราการถ่ายเทความร้อนของฮีตไปป์ที่วัดได้ ยังนับว่ามีค่าน้อยกว่าค่าขอบเขตความสามารถในการถ่ายเทความร้อนของฮีตไปป์ที่ได้จากการคำนวณค่อนข้างมาก จึงยังมีช่องทางปรับปรุงสมรรถนะของฮีตไปป์ แนวทางหนึ่งในการปรับปรุงในการสร้างฮีตไปป์ คือ การจำกัดช่วงและขนาดของผงโลหะที่นำมาทำเป็นซินเทอร์แมททีเรียลให้เล็กและแคบลง โดยให้อยู่ในช่วง 100-150 ไมโครเมตร ซึ่งจะช่วยเพิ่มแรงคาปิลารีและความพรุนของซินเทอร์แมททีเรียลให้มีค่ามากขึ้น

บรรณานุกรม :
มานิจ มานะศิลป์ . (2550). การศึกษาสมรรถนะของฮีตไปป์แบบมีวิกเป็นซินเทอร์แมททีเรียล.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
มานิจ มานะศิลป์ . 2550. "การศึกษาสมรรถนะของฮีตไปป์แบบมีวิกเป็นซินเทอร์แมททีเรียล".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
มานิจ มานะศิลป์ . "การศึกษาสมรรถนะของฮีตไปป์แบบมีวิกเป็นซินเทอร์แมททีเรียล."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2550. Print.
มานิจ มานะศิลป์ . การศึกษาสมรรถนะของฮีตไปป์แบบมีวิกเป็นซินเทอร์แมททีเรียล. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2550.