ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาที่มาของสมบัติที่โดดเด่นของยางธรรมชาติ

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาที่มาของสมบัติที่โดดเด่นของยางธรรมชาติ
นักวิจัย : จิตต์ลัดดา ศักดาภิพาณิชย์
คำค้น : คุณสมบัติ , ยางธรรมชาติ
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2552
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RMU4980046 , http://research.trf.or.th/node/5323
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ยางธรรมชาติจากฮีเวียบรสซิลเลียนซิส เป็น1,4 พอลิไอโซปรีนที่ใช้กันมากกว่า 99% ของยางธรรมชาติที่มีอยู่ในโลก อันเนื่องมาจากทั้งผลผลิตที่มากและสมบัติทางกายภาพที่ดีกว่ายางพอลิไอโซปรีนสังเคราะห์ ถึงแม้ว่ายางพอลิไอโซปรีนสังเคราะห์ที่สังเคราะห์โดยการใช้ซิกเกอร์-แนตตาคะตะลิตส์จะมีหน่วยไอโซปรีนมากกว่า 98% ก็ตาม แต่ก็มีสมบัติที่ด้อยกว่ายางฮีเวีย ทำไมยางธรรมชาติจึงมีสมบัติที่ดี? นั่นคือนอกจากเรื่องของโครงสร้างไอโซปรีนแล้วเชื่อว่ายังมีผลมาจากส่วนที่ไม่ใช่ยางที่ทำให้ยางฮีเวียมีสมบัติเฉพาะตัว แต่ก็ไม่มีข้อมูลที่อธิบายตรงนี้ ดังนั้นวัตถุประสงค์หลักของงานนี้จึงเป็นการศึกษาในระดับลึกเพื่อให้เข้าใจว่าทำไมยางธรรมชาติจึงมีสมบัติที่เด่น จากศึกษาความปรวนแปรของสมบัติความแข็งแรงของฟิล์มยางธรรมชาติที่เตรียมด้วยวิธีการต่างๆ เพื่ออธิบายถึงสาเหตุของลักษณะความเค้นต่อความเครียดที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของยางธรรมชาติ ซึ่งสมบัตินี้เกี่ยวข้องกับโครงสร้างกิ่งก้านของสายโซ่ยาง การเปลี่ยนแปลงลักษณะความเค้นต่อความเครียด เนื่องจากวิธีการเตรียมแผ่นฟิล์มและการให้ความร้อนเป็นลักษณะเฉพาะตัวของยางธรรมชาติซึ่งไม่พบในกรณียางสังเคราะห์ ผลการทดลองพบว่าโครงสร้างร่างแหที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติโดยการประกอบของโปรตีนและฟอสโฟลิปิด เป็นสาเหตุสำคัญส่งผลให้ยางธรรมชาติมีความแข็งแรงสูง และมีความสามารถในการเกิดผลึกขณะเปลี่ยนแปลงรูปร่างได้ดี การกำจัดโปรตีนและฟอสโฟลิปิดออกจากยางธรรมชาติ มีผลทำให้ความแข็งแรงและความสามารถในการเกิดผลึกขณะเปลี่ยนแปลงรูปร่างลดลงอย่างมาก ความหนาแน่นของโครงสร้างร่างแหที่เพิ่มขึ้น ส่งผลทำให้ความแข็งแรงและความสามารถในการเกิดผลึกขณะเปลี่ยนแปลงรูปร่างเพิ่มขึ้น จากการทดลองยังพบว่าลักษณะความเค้นต่อความเครียดของยางธรรมชาติที่ไม่ได้ผ่านการวัลคาไนซ์ขึ้นกับเงื่อนไขของการทดลอง เช่น อุณหภูมิและความเร็วในการดึงตัวอย่าง ซึ่งความเร็วในการดึงตัวอย่างมีผลต่อลักษณะความเค้นต่อความเครียด และความ สามารถในการเกิดผลึกขณะเปลี่ยนแปลงรูปร่างของยางธรรมชาติที่ไม่ได้ผ่านการวัลคาไนซ์อย่างมาก โดยยางธรรมชาติแสดงพฤติกรรมที่แตกต่างกันก่อนและหลังการวัลคาไนซ์ ซึ่งสามารถอธิบายได้จากอิทธิพลของการพันกันของสายโซ่โมเลกุล จากการวิเคราะห์โครงสร้างกิ่งก้านของยางธรรมชาติด้วย โดยทำการศึกษาโดยการสลายด้วยกระบวนการทางกายภาพ ด้วยการใช้สารลดความตึงผิวร่วมกับการปั่นล้างที่ความเร็วรอบสูงจากผลงานวิจัยพบว่าการลดลงของโปรตีนนั้นมีความสอดคล้องกับการแตกสลายเจลที่สนับสนุนว่าโปรตีนมีส่วนร่วมในการควบคุมการเกิดโครงสร้างกิ่งก้านที่ปลายด้านโอเมก้าโดยเกิดผ่านพันธะไฮโดรเจน จากผลการศึกษาความสามารถของกระบวนการดีโพรทีไนซ์โดยการวิเคราะห์ SDSPAGE การทำดีโพรทีไนซ์ด้วยเอนไซม์สามารถตัดโปรตีนให้เหลือเป็นโอลิโกเปปไทด์ หรือเปปไทด์สั้นๆ ส่วนการปั่นล้างด้วยสารลดแรงตึงผิวจะไปทำให้ลักษณะธรรมชาติของโปรตีนเปลี่ยนไป โดยไม่เกิดการตัดโปรตีน ในขณะที่การทำปฏิกิริยาสะพอนิฟิเคชั่นนั้นคาดว่าทำปฏิกิริยากับทั้งโปรตีนและลิปิดในยางธรรมชาติ อย่างไรก็ตามการเกิดปฏิกิริยาเคมียังไม่ทราบแน่นอน จากผลการเก็บน้ำยางดีโพรทีไนซ์เป็นเวลานานพบว่า ปริมาณเจลไม่สามารถเกิดได้เท่ากับกรณีน้ำยางสดปรกติเนื่องมาจากการขาดโปรตีน ส่งผลให้สมบัติทางกายภาพของยางแย่ลง นอกจากนี้ผลของการศึกษาการแข็งขึ้นของยางดีโพรทีไนซ์ภายใต้สภาวะเร่งพบว่าโปรตีนที่เหลืออยู่รวมไปถึงกรดไขมันมีบทบาทต่อการเกิดเจลและการเปลี่ยนแปลงของสมบัติทางกายภาพ

บรรณานุกรม :
จิตต์ลัดดา ศักดาภิพาณิชย์ . (2552). การศึกษาที่มาของสมบัติที่โดดเด่นของยางธรรมชาติ.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
จิตต์ลัดดา ศักดาภิพาณิชย์ . 2552. "การศึกษาที่มาของสมบัติที่โดดเด่นของยางธรรมชาติ".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
จิตต์ลัดดา ศักดาภิพาณิชย์ . "การศึกษาที่มาของสมบัติที่โดดเด่นของยางธรรมชาติ."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2552. Print.
จิตต์ลัดดา ศักดาภิพาณิชย์ . การศึกษาที่มาของสมบัติที่โดดเด่นของยางธรรมชาติ. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2552.