ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

จากญาณวิทยาสู่กระบวนวิธีวิจัย: ศึกษาปรากฏการณ์วิทยาในสถาปัตยกรรม

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : จากญาณวิทยาสู่กระบวนวิธีวิจัย: ศึกษาปรากฏการณ์วิทยาในสถาปัตยกรรม
นักวิจัย : สันต์ สุวัจฉราภินันท์
คำค้น : architecture , identity , Methodology , Phenomenology , Place , กระบวนวิธีวิจัย , ถิ่นที่ , ปรากฏการณ์วิทยา , สถาปัตยกรรม , อัตลักษณ์
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2554
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=MRG5280036 , http://research.trf.or.th/node/4965
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อตรวจสอบอิทธิพลของแนวคิดทาง “ปรากฏการณ์วิทยา” ที่มีต่อสถาปัตยกรรมศาสตร์อย่างเป็น รูปธรรมทั้งในระดับทฤษฏี (วิธีวิทยาในงานวิจัย) และระดับปฎิบัติการ(หลักในงานออกแบบ) 2. เพื่อทำการรวบรวม จัดกลุ่มแนวทางของการประยุกต์ใช้แนวคิดทางปรากฏการณ์วิทยาที่เกิดขึ้นใน งานเขียน งานวิชาการ และงานวิจัยสายสถาปัตยกกรรมในประเทศไทย 3. เพื่อสร้างให้เกิดความชัดเจนในหลักเกณฑ์ วิธีวิจัย เครื่องมือในการเก็บข้อมูลตามแนวคิดทาง ปรากฏการณ์วิทยา เพื่อนำไปใช้ในการวิจัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ “ปรากฎการณ์วิทยา” ถูกพูดถึงและถูกนำมาใช้ในศาสตร์ทางสถาปัตยกรรมเป็นอย่างมากเช่น ในแง่มุมของการสร้างประสบการณ์ การลงภาคสนามเพื่อเก็บข้อมูลด้านประวัติศาสตร์และความทรงจำหรือแม้กระทั่งนำกลับมาใช้เพื่อการออกแบบ แต่กลับไม่ได้พูดถึงเท่าที่ควรและบ่อยครั้งที่นำมาใช้แบบไม่รู้เท่าทันหรือตระหนักถึงแนวคิดทางปรากฏการณ์วิทยาอย่างเข้าใจ ดังนั้นงานวิจัยชิ้นนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทำการตรวจสอบอิทธิพลของแนวคิดทาง “ปรากฏการณ์วิทยา” ที่มีต่อสถาปัตยกรรมทั้งในระดับทฤษฎี (หรือในระดับกระบวนวิธีวิจัย) และระดับปฎิบัติ (หรือในระดับออกแบบ) รวมทั้งการสร้างความกระจ่างชัดในการนำเอาปรากฏการณ์วิทยามาใช้เพื่อเป็นกระบวนวิธีวิจัยในการทำวิจัยและเงื่อนไขในการออกแบบงานวิจัยชิ้นนี้ตั้งอยู่บนการวิเคราะห์และสังเคราะห์อย่างละเอียดอ่อนจาก งานวิจัยของนักวิชาการไทยสามท่านหรือที่งานวิจัยชิ้นนี้เรียกว่า วรรณกรรมคัดสรรขั้นที่1 ประกอบไปด้วยงานเขียนของ รศ.ดร.ทิพย์สุดา ปทุมมานนท์ ทั้งสี่เล่ม คือ ปรากฏการณ์ศาสตร์ในสถาปัตยกรรม (2539), สถาปัตยกรรมกังสดาลแห่งความคิด (2543), จิตวิทยาสถาปัตยกรรมมนุษยปฎิสันถาร (2547), และจิตวิทยาสถาปัตยกรรมสวัสดี(2549) และ งานวิจัยของ มล.ดร. ปิลยดา เทวกุล, “A Tradition Rediscovered: Toward an Understandingof Experiential Characteristics and Meanings of the Traditional Thai House” (1999), และงานวิจัยของวิมลรัตน์ อิสระธรรมนูญ, “การศึกษาเพื่อจัดทำโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟู ย่านสามแพร่ง” (2543)โครงสร้างของงานวิจัยชิ้นนี้ตั้งอยู่บนการขยายความ วิเคราะห์ สังเคราะห์ และ วิพากษ์วรรณกรรมคัดสรรขั้นที่ 1 นี้ โดยแบ่งโครงสร้างออกเป็น 6 บท และผลจากการวิเคราะห์และสังเคราะห์ที่ได้เรียบเรียงผ่านโครงสร้างของงานวิจัยพบว่า “ปรากฏการณ์วิทยา” ที่มีอิทธิพลต่องานสถาปัตยกรรมนั้น เกิดขึ้นโดยผ่าน “การ เชื่อมโยง” โดยเฉพาะอย่างยิ่งปรากฏในสามระดับ คือ การเชื่อมโยงระหว่างตัวตนและโลก การเชื่อมโยงระหว่างสิ่งของทางกายภาพและความเป็นสิ่งของ, การเชื่อมโยงระหว่างคนและถิ่นที่, การเชื่อมโยงทางประสบการณ์ ส่วนเงื่อนไขของการนำเอาปรากฏการณ์วิทยาไปในเป็นกระบวนวิธีวิจัยหรือเครื่องมือวิจัยนั้นจะต้องคำนึงเงื่อนไขทั้ง 6 ประการเหล่านี้ เงื่อนไขที่ 1 คือ “จะต้องกำหนดจุดยืนของเราที่จะเข้าไปมีประสบการณ์ในพื้นที่”, เงื่อนไขที่ 2 คือ “จะต้องกำหนดสถานะ ปัจเจก สิ่งของ หรือพื้นที่ที่เราจะพิจารณาความสัมพันธ์ด้วย”, เงื่อนไขที่ 3 คือ “จะต้องตระหนักถึงมิติทางประวัติศาสตร์ ผ่านประสบการณ์ ความทรงจำ รวมถึง ความหมาย ที่ถูกดึงมาใช้ในการพิจารณาปรากฏการณ์”, เงื่อนไขที่ 4 คือ “จะต้องกำหนดให้ได้ว่าอะไรคือ ‘หน่วยวิจัย’ (Units of Analysis)”, เงื่อนไขที่ 5 คือ “จะต้องรู้จัก เทคนิคและวิธีในการตีความและถอดความ”, และ เงื่อนไขสุดท้ายที่นักวิจัยจะต้องตระหนักถึง คือ จะต้องมีความเข้าใจในผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการปรากฏขึ้นของปรากฏการณ์ งานวิจัยชิ้นนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า “ปรากฏการณ์” มิใช่เป็นสิ่งที่เป็นนามธรรมและเป็นความคิดความรู้สึกในเชิงอัตวิสัย และในขณะเดียวกันก็ไม่ใช่สิ่งที่วัดได้ในเชิงวัตถุวิสัย แต่เป็นสิ่งที่เกิดจากการเชี่อมโยงของทั้งสองและที่สำคัญสามารถแยกพิจารณาในรายละเอียดได้ ภายในกรอบทฤษฎีปรากฏการณ์วิทยานี้มีคำสำคัญหลายต่อหลายคำ เช่น ตัวตน การดำรงอยู่ เส้นขอบฟ้า มโนทัศน์ความเข้าใจ พื้นที่ ถิ่นที่ จิตวิญญาณของถิ่น ที่ ความทรงจำสั่งสมร่วม ฯลฯ คำเหล่านี้สามารถเข้าใจได้ว่าเป็น ความพยายามที่จะสร้างแนวคิดรวบยอดหลัก ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างมากที่จะต้องเข้าใจในเงื่อนไขและปัจจัยที่อยู่ภายใต้กรอบแนวคิดรวบยอดหลักเหล่านี้ ผลลัพธ์ที่ได้มาจากการเข้าสู่ปรากฏการณ์มิใช่ การอ้างอิงและอ้างสิทธิเหนือความหมาย และกำหนดสร้างวาทกรรมของความแท้ขึ้นมาใหม่ เพราะนั่นเท่ากับเป็นการตกหลุมพรางของความคิดอีกครั้งเพราะ ปรากฏการณ์วิทยา คือ ศาสตร์และกระบวนวิธีในตัวเองที่เอื้อให้เราสำรวจตัวตนและการดำรงอยู่ This research aims: 1. to investigate how “Phenomenology” has influenced on architecture both in the theoretical and in the practical level 2. to conceptualize and categorize ways of using “Phenomenology” in the literature, academic writings, and architectural researches in Thailand 3. to clarify what the conditions we need to be aware of when “Phenomenology” is used as a research framework, a methodology, as well as methods to conduct the research Within the multi-disciplinary approach, “Phenomenology” has been brought to the architectural discipline, such as for capturing the experience in space, for conducting a research fieldwork related to history and memory of the people and in the particular site, and somehow those information has also been used as a part of design materials. Yet, such knowledge has not been discussed that much or used without knowing the vital conditions. This research aims to investigate how “Phenomenology” has influenced on architecture both in the theoretical and in the practical level, and also to clarify what the conditions do we need when we use “Phenomenology” in a research methodology as well as in a design process. This research is based heavily on the selected primarily literature of three Thai researchers: Asst. Prof. Tipsuda Patumanon’s book series, which I call “Phenomenology of Architecture’s Series” (from 1996 – 2006); Piyalada Devakula, “A Tradition Rediscovered: Toward an Understanding of Experiential Characteristics and Meanings of the Traditional Thai House”; and Wimonrart Isarathammanoon, “A Study for the Preservation and Renewal Program of Sam Prang District” The structure of this research has divided into 6 chapters. From the analysis and synthesis process, this research found that the vital important condition that “Phenomenology” has influenced on architecture is through the notion of “connectivity”. There are three levels of connectivity: 1) between the Self and the World, 2) between The Object and The Thing, and 3) between Being and Place through experience. Moreover, there are six conditions for those who aims to use “Phenomenology” as a research methodology need to be aware of: 1) we must have a clear position before we experience the site or the event, 2) we must realize the status of the people, the thing or the place we aim to experience, 3) we must be aware of historical layers in the site or of the event through the experienced, memory or meaning in order to explore the phenomenon, 4) we must identify what the research units are, 5) we must learn the technique and the concept of interpretation, 6) we must understand the result and the meaning deriving from the experience, in particular should be regarding as a way of understanding the self This research is able to show “Phenomenology” is not totally abstraction or only a subjective experience which hardly be proof or arguable; at the same time it is not something that can be measure objectively. It is about the connectivity and that can be explored methodologically. There are various jargons in this epistemology, such as “Being/being”, “the Self”, “Horizontal”, “Understanding”, “Place/Space”, “the Spirit of Place”, “Collective Memory” etc. It is important to unpack these words in order to get into the phenomenon. Importantly, the notion of “Authenticity” and “Root” should be understood as a way of returning to oneself, not a way of claiming the origin over the other.

บรรณานุกรม :
สันต์ สุวัจฉราภินันท์ . (2554). จากญาณวิทยาสู่กระบวนวิธีวิจัย: ศึกษาปรากฏการณ์วิทยาในสถาปัตยกรรม.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
สันต์ สุวัจฉราภินันท์ . 2554. "จากญาณวิทยาสู่กระบวนวิธีวิจัย: ศึกษาปรากฏการณ์วิทยาในสถาปัตยกรรม".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
สันต์ สุวัจฉราภินันท์ . "จากญาณวิทยาสู่กระบวนวิธีวิจัย: ศึกษาปรากฏการณ์วิทยาในสถาปัตยกรรม."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2554. Print.
สันต์ สุวัจฉราภินันท์ . จากญาณวิทยาสู่กระบวนวิธีวิจัย: ศึกษาปรากฏการณ์วิทยาในสถาปัตยกรรม. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2554.