ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

พลวัตเศรษฐกิจการเมืองไทย พศ. 2543

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : พลวัตเศรษฐกิจการเมืองไทย พศ. 2543
นักวิจัย : ผาสุก พงษ์ไพจิตร
คำค้น : พลวัตเศรษฐกิจการเมืองไทย , พศ. 2543
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2544
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RTA4080011 , http://research.trf.or.th/node/4588
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ในช่วงเวลา 3 ปี (พ.ศ. 2541-2543) ศ.ดร.ผาสุก พงษ์ไพจิตร ในฐานะเมธีวิจัย อาวุโส สกว. ภายใต้โครงการวิจัย พลวัตเศรษฐกิจเมืองไทย พ.ศ. 2543 ได้ดำเนินการวิจัยตามวัตถุ ประสงค์ โดยมีผู้ร่วมโครงการประกอบด้วย นักวิชาการ นักวิจัยอิสระ บุคลากรขององค์กรพัฒนา เอกชน นิสิตปริญญาโทและเอก 21 คน โครงการวิจัยแบ่งออกเป็น 2 ระยะคือ โครงการปีแรก เป็นการศึกษาเรื่องอุตสาห กรรมการพนัน โดยเจาะไปที่สภาพของธุรกิจการพนันและการบริหารจัดการอุตสาหกรรมนี้โดยรัฐ รวมทั้งการจัดเก็บภาษี การแก้ปัญหาผู้ติดพนัน ฯลฯ ที่สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ออสเตรเลีย และไทย วิธีการศึกษาเป็นการวิเคราะห์จากข้อมูลเอกสาร วิทยานิพนธ์ หนังสือ ผลงานวิจัย รายงานของราช การ และการสัมภาษณ์บุคลากรในหน่วยงานที่กำกับดูแลอุตสาหกรรมการพนัน ผู้ให้บริการรับแทง พนัน นักธุรกิจ นักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญเรื่องการพนันและนโยบายสาธารณะ และการไปดูงานในสถาน บริการการพนันประเภทต่าง ๆ ในประเทศที่ศึกษา การวิจัยในปีแรกนี้มีข้อค้นพบที่สำคัญคือ ทุกประเทศมีคนเล่นพนันเป็นจำนวนมาก แทบทุกสังคมเผชิญกับประเด็นที่ว่า ถ้าการพนันบางประเภทถูกห้าม ผลก็คือเกิดคอร์รัปชันใน บรรดาผู้บังคับใช้กฎหมาย และองค์กรที่คุ้มครองการพนันผิดกฎหมายจะเกิดขึ้นที่สหรัฐฯ ออสเตร เลีย อังกฤษ และมาเลเซีย พิจารณาเปิดการพนันเป็นธุรกิจถูกกฎหมายเพื่อให้ง่ายแก่การควบคุม เพื่อเป็นกลไกการแก้ปัญหาคอร์รัปชันของตำรวจ ปรัชญาเบื้องหลังนโยบายแตกต่างในแต่ละ ประเทศ เช่น ที่อังกฤษประสงค์จะแก้ปัญหาสังคมคือสนองความต้องการพนันที่มีอยู่เดิม แก้ปัญหา องค์กรอาชญากรรมและการคอร์รัปชัน ไม่ต้องการขยาย และไม่ถือว่ารายได้จากภาษีพนันเป็นเป้า หมายหลัก ที่ออสเตรเลียถือว่าการพนันเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม รัฐบาลมี เป้าหมายเก็บ ภาษีจากกิจการพนันเป็นรายได้รัฐ แต่มีการจำกัดจำนวนสถานพนัน ที่สหรัฐฯ ที่ลาสเวกัส รัฐเนวา ดา การพนันถือว่าเป็นอุตสาหกรรมประเภทหนึ่ง รัฐของมลรัฐจึงเปิดเสรีการพนันภายใต้กฎเกณฑ์ที่ รัฐกำหนดเพื่อคุ้มครองผู้เล่นและรักษาความโปร่งใสของผู้ให้บริการการเปิดเสรีมีความหมายที่ว่า ไม่ จำกัดจำนวนสถานการพนันที่จะได้รับใบอนุญาตให้ทำธุรกิจเข้าแข่งขันกัน หากสามารถปฏิบัติตาม กฎเกณฑ์ของรัฐอย่างเคร่งครัดได้ คณะวิจัยวิเคราะห์ผลการศึกษาประสบการณ์ของประเทศต่างๆ เพื่อเป็นบทเรียน ด้านนโยบายแก่ไทย โดยพิจารณาเฉพาะนโยบายเรื่องล็อตเตอรี่และหวยใต้ดิน การพนันฟุตบอล และบ่อนคาสิโน มีข้อเสนอแนะให้รัฐเข้าจัดการเรื่องหวยใต้ดิน ผ่านการปฏิรูประบบและองค์กรที่จัด การสลากกินแบ่ง เพื่อให้สามารถเข้าไปแข่งขันกับหวยใต้ดินได้ โดยดึงส่วนแบ่งของตลาดจากหวย ใต้ดิน ด้วยจุดประสงค์เพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค จัดสรรผลตอบแทนคืนกับชุมชน แต่ในกรณีของ การพนันฟุตบอล เห็นควรให้เป็นธุรกิจผิดกฎหมายต่อไป เพราะคาดว่าผลเสียของการทำให้ถูก กฎหมายยังจะมากกว่าผลดี แต่เห็นควรว่าต้องปรับปรุงบทลงโทษและการดำเนินงานของตำรวจให้ มีประสิทธิภาพมากขึ้น ในกรณีของบ่อนคาสิโน เห็นควรให้มีการศึกษาถึงลักษณะของผู้เล่นพนัน และปัญหาให้ลึกซึ้งเสียก่อน เพราะประเทศไทยเป็นสังคมกำลังพัฒนาที่มีคนยากจนจำนวนมาก ผล เสียของการทำบ่อนให้ถูกกฎหมายโดยมิได้มีการวางมาตรการอย่างรอบคอบน่าจะมากกว่าผลได้ และหากจะพิจารณาเปิดก็ควรจะตั้งเป้าไปที่การแก้ปัญหาสังคม และมีการจำกัดจำนวนสถานคาสิโน เพื่อป้องกันการเพิ่มขึ้นของจำนวนนักพนันและการแพร่กระจายของปัญหาติดการพนัน โครงการระยะที่ 2 ในช่วง 2 ปีหลัง เป็นการศึกษาขบวนการทางสังคมร่วมสมัย ของไทยเป็นการศึกษาแบบสหวิทยากรสังคมศาสตร์คือประสานสังคมวิทยา มานุษยวิทยา เศรษฐ ศาสตร์ และรัฐศาสตร์เข้าด้วยกันในการวิเคราะห์ ใช้วิธีการวิจัยหลายรูปแบบ รวมทั้งการศึกษา เอกสารการสัมภาษณ์การทำ focus group การสังเกตการณ์ในพื้นที่การร่วมกิจกรรมกับขบวนการ ต่าง ๆ ศึกษาขบวนการสำคัญโดยแบ่งกลุ่มคณะวิจัยออกเป็น 8 กลุ่มด้วยกันคือ (1) ขบวนการทาง สังคมบนมิติการเมืองเรื่องเพศ และร่างกายผู้หญิง เป็นการศึกษาถึงขบวนการของกลุ่มผู้หญิงเพื่อให้ ได้มาซึ่งสิทธิเหนือสรีระของตนเองในกรณีการต่อสู้ให้ได้มาซึ่งสิทธิการทำแท้ง สิทธิของหญิงรักหญิง และการต่อต้านความรุนแรงที่กระทำกับผู้หญิง (2) ขบวนการคนงานหญิงเพื่อเรียกร้องให้มีการดู แลสุขภาพและรัฐบาลออกกฎหมายคุ้มครองความปลอดภัยของคนงานในสถานที่ทำงาน (3) ขบวนการของชาวบ้านที่ต่อต้านการสร้างเขื่อนราษีไศลและเขื่อนปากมูล (4) ขบวนการของชาว นากลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง (ชาวไทยภูเขา) เพื่อเรียกร้องสิทธิในการจัดการทรัพยากรป่าที่ดิน และ น้ำเพื่อธำรงวัฒนธรรมและสภาพนิเวศ (5) ขบวนการชาวพื้นบ้านภาคใต้กรณีศึกษาสมัชชาประมง พื้นบ้านอันดามันเพื่อความยั่งยืนของการทำประมงขนาดย่อมและพิทักษ์สิ่งแวดล้อมชายฝั่งทะเล (6) ขบวนการคนสลัมเพื่อสิทธิการมีที่อยู่อาศัยและมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายการวางแผนชุม ชนเมือง (7) ขบวนการแพทย์ชนบทเพื่อต่อต้านการคอร์รัปชัน และ (8) ขบวนการเรียกร้องรัฐธรรม นูญใหม่พ.ศ. 2539-40 และการเมืองภาคประชาชน ข้อค้นพบสำคัญของการศึกษาคือขบวนการต่าง ๆ มิใช่เป็นเพียงปรากฎการณ์ที่สำแดงความคับข้องใจต่อสภาพปัจจุบัน แต่เป็นตัวบ่งชี้ความไฝ่ฝัน ของประชาชนจำนวนมากที่ต้องการกำหนดรูปแบบของสังคมที่ปรารถนา ขบวนการทางสังคมต่าง ๆ มีความชอบธรรมภายใต้กรอบการเมืองในระบบรัฐสภาประชาธิปไตย การวิเคราะห์ในทางทฤษฎีมีข้อสรุปว่า ขบวนการทางสังคมร่วมสมัยมิได้เจาะจงอยู่ ในกลุ่มคนชั้นกลางดังในกรณีตะวันตก (new social movements) แต่มีทั้งคนชั้นกลาง และคนระดับ ล่าง ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มหลัง ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเรียกร้องและปกป้องสิทธิขั้นพื้นฐาน เช่น สิทธิทำกิน สิทธิที่อยู่อาศัย สิทธิมีส่วนร่วมกำหนดนโยบายที่ส่งผลกระทบต่อการทำมาหากินวิถีชีวิตและระบบ นิเวศ ขบวนการทางสังคมในประเทศกำลังพัฒนาเช่นไทยมิได้มีความ ‘ใหม่’ อย่างสิ้นเชิงดังในสังคม ตะวันตกยังคงเป็นการเมืองภาคประชาชน เป็นส่วนหนึ่งของการเมือง การสร้างกรอบทฤษฎีขบวน การทางสังคมสำหรับประเทศกำลังพัฒนาจะต้องคำนึงถึงลักษณะสำคัญ ๆ ที่เป็นเรื่องเฉพาะแตก ต่างจากขบวนการร่วมสมัยที่ตะวันตกคือบทบาทของชุมชน บทบาทสำคัญของคนธรรมดา ๆ ใน ขบวนการต่าง ๆ ซึ่งอดีตถูกกันออกจากการมีสิทธิมีเสียงทางการเมือง การจัดองค์กรเป็นแนวราบ แบบการสร้างเครือข่ายภายในกลุ่มเดียวกันและกับกลุ่มอื่น ๆ การที่ผู้หญิงมีบทบาทสำคัญ บทบาท สำคัญขององค์กรพัฒนาเอกชนและผู้นำจากชุมชนท้องถิ่น ท้ายที่สุดในเรื่องยุทธศาสตร์เพื่อเปลี่ยน แปลงสังคมไทยสู่ภาวะที่พึงปรารถนา ขบวนการทางสังคมไทยร่วมสมัยที่ศึกษายึดแนวทางภายใต้ กรอบของรัฐสภาประชาธิปไตย โดยเน้นไปที่การปรับเปลี่ยนกฎหมาย การบังคับใช้ ปรับเปลี่ยน สถาบันและทัศนคติโดยผ่านกิจกรรมทางสังคมต่างๆ การ ล้อบบี้นักการเมืองและการเน้นส่ง เสริมการเมืองภาคประชาชนคือการให้ประชาชนมีส่วนร่วมในกระบวนการกำหนดนโยบายและโครง การพัฒนาโดยตรง ผลงาน 1. ผลงานตีพิมพ์ในวารสารวิชาการนานาชาติ (ดูรายละเอียดใน list of publication) 2. หนังสือ และบทความทางวิชาการที่ได้รับการจัดพิมพ์ในวารสารวิชาการ หรือกำลัง ดำเนินการให้วารสารจัดพิมพ์คือ 2.1 ผลงานวิจัยด้านธุรกิจการพนัน 7 เรื่อง ซึ่งรวบรวมเป็นหนังสือชื่อ อุตสาห กรรมการพนัน ไทย สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และมาเลเซีย โดย ผาสุก พงษ์ไพจิตร สัง ศิต พิริยะรังสรรค์ นวลน้อย ตรีรัตน์ กนกศักดิ์ แก้วเทพ โดยสำนักพิมพ์ตรัสวิน (ซิลค์เวอร์ม บุกส์) พ.ศ. 2543 2.2 ผลงานวิจัยเกี่ยวกับขบวนการทางสังคม (social movements) และเศรษฐ กิจการเมืองไทยร่วมสมัย 10 เรื่อง โดย 9 เรื่อง รวบรวมมาจัดพิมพ์เป็นหนังสือชื่อ ลุกขึ้นสู้ : ขบวนการประชาชนร่วมสมัย โดย ผาสุก พงษ์ไพจิตร และคณะ 2.3 การเมืองเรื่องเพศและร่างกายผู้หญิง : เอดส์ แท้ง ความรุนแรง และ หญิงรักหญิง โดย กฤตยา อาชวนิจกุล และกนกวรรณ ธราวรรณ กำลังจัดหาแหล่งพิมพ์ การ พิมพ์ในส่วนนี้จะมีรายละเอียดมากกว่าบทที่พิมพ์ใน ลุกขึ้นสู้…และจะรวมความเห็นของนัก วิชา การ และการสนองรับจากสื่อมวลชนต่อผลงานวิจัยด้วย ผลงานวิจัยชิ้นนี้เสนอข้อมูลซึ่งใช้เป็นองค์ ประกอบในการแก้ไขร่างพ.ร.บ.ทำแท้งที่แพทยสภาเสนอต่อรัฐสภา 2.4 Civilising The State : State, Civil Society and Politics in Thailand โดย Pasuk Phongpaichit The Wertheim Lecture 1999, CASA – Centre for Asian Studies Amsterdam. 2.5 นวลน้อย ตรีรัตน์ ขบวนการหมอชนบทกับการต่อต้านคอร์รัปชัน, กำลังจัดหาแหล่งพิมพ์ 2.6 ผาสุก พงษ์ไพจิตร. ‘ทฤษฎีขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมใช้กับสังคมไทย ได้หรือไม่’ เศรษฐศาสตร์การเมือง ลุกขึ้นสู้ ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ บรรณาธิการ มกราคม 2543 2.7 Kritaya Atvanijkul, ‘Sexual and body Politics in the Thai Social Movements’, กำลังจัดส่งให้วารสาร Cultural & Sexuality. 2.8 Pasuk Phongpaichit & Chris Baker, ‘Thailand’s Crisis : Neo-liberal Agenda and Local Reaction’, ใน Financial Liberalization and the Asian Crisis eds. Ha-Joon Chang, Gabriel Palma, D Hugh Whittaker, New York : Palgrave, 2001. 2.9 Pasuk Phongpaichit & Chris baker, ‘Thinking Social Alternatives’, ใน Asian Crisis and Beyond, ed. Peter Warr, Routledge, 2001. 2.10 ผาสุก พงษ์ไพจิตร ‘ทฤษฎีขบวนการทางสังคมสำหรับประเทศกำลัง พัฒนา’ พิมพ์ในหนังสือเล่มโครงการวิถีทรรศน์ ฉบับทฤษฏี พ.ศ. 2544. 2.11 Voravidh Charoenlert, ‘Women Workers, Trade Unions and NGO’s in the Occupational, Safty and Health Reform Movement’, จะส่งไปลงพิมพ์ที่ Journal of Contemporary Asia. 2.12 Nualnoi Treerat, ‘Making National Anti-Corruption Policies and Programme More Effective : A Case Study of Thailand’, จะจัดพิมพ์โดย World Bank. 1

บรรณานุกรม :
ผาสุก พงษ์ไพจิตร . (2544). พลวัตเศรษฐกิจการเมืองไทย พศ. 2543.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ผาสุก พงษ์ไพจิตร . 2544. "พลวัตเศรษฐกิจการเมืองไทย พศ. 2543".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ผาสุก พงษ์ไพจิตร . "พลวัตเศรษฐกิจการเมืองไทย พศ. 2543."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2544. Print.
ผาสุก พงษ์ไพจิตร . พลวัตเศรษฐกิจการเมืองไทย พศ. 2543. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2544.