ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การสร้างเครือข่ายเกษตรกรผู้ปลูกส้มโอในเขตลุ่มน้ำปากพนังเพื่อการผลิตส้มโอให้มีคุณภาพ

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การสร้างเครือข่ายเกษตรกรผู้ปลูกส้มโอในเขตลุ่มน้ำปากพนังเพื่อการผลิตส้มโอให้มีคุณภาพ
นักวิจัย : สมพร ณ นคร
คำค้น : การตลาด , นครศรีธรรมราช , ลุ่มน้ำปากพนัง , ส้มโอ , เครือข่ายเกษตรกร
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2553
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG5020017 , http://research.trf.or.th/node/4118
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การสร้างเครือข่ายเกษตรกรผู้ปลูกส้มโอในเขตกลุ่มน้ำปากพนังเพื่อการผลิตส้มโอให้มีคุณภาพ เป็น โครงการที่มุ่งเน้นพัฒนาศักยภาพของเกษตรกรผู้ผลิตส้มโอในจังหวัดนครศรีธรรมราช ปัจจุบัน ความสามารถในการผลิตส้มโอที่มีคุณภาพเพื่อการส่งออกของเกษตรกรในจังหวัดนครศรีธรรมราช นั้น ยัง ผลิตส้มโอไม่ได้มาตรฐาน เนื่องจากขาดความรู้ทางวิชาการ ขาดการเชื่อมโยงของกลุ่มเกษตรกร ทั้งระดับ กลุ่มย่อยระดับตำบล ระดับอำเภอ และจังหวัด ขาดการร่วมมือและขาดการแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ ประสบการณ์ซึ่งกันและกัน จึงทำให้มีเกษตรกรผู้ปลูกส้มโอในเขตลุ่มน้ำปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช อีกจำนวนมากยังผลิตส้มโอไม่ได้มาตรฐานการดำเนินโครงการการสร้างเครือข่ายเกษตรกรผู้ปลูกส้มโอใน เขตลุ่มน้ำปากพนังเพื่อการผลิตส้มโอให้มีคุณภาพ มีพื้นที่เป้าหมายในการดำเนินโครงการ 3 อำเภอใน จังหวัดนครศรีธรรมราช คืออำเภอปากพนัง ขนอน และสิชล ระยะเวลาดำเนินโครงการ 18 เดือน ตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 2550 ถึง 31 ตุลาคม 2551 วิธีการวิจัยโครงการนี้ เริ่มต้นจากคัดเลือกรายชื่อเกษตรกรแกนนำ จากอำเภอที่มีพื้นที่ปลูกส้มโอเป็นจำนวนมาก คือ อำเภอปากพนัง ขนอม และสิชล เพื่อประชุมวางแผนการ ดำเนินการจัดตั้งกลุ่มเกษตรกรกลุ่มย่อยกลุ่มละ 8-12 คน ประชุมแกนนำเกษตรกร และมอบหมายให้ เกษตรกรแกนนำ สำรวจสามชิกและรวบรวมรายชื่อสมาชิกในพื้นที่ตำบล และอำเภอดังนี้ (1) ตำบลสิชล อำเภอสิชล จำนวน 1 กลุ่ม (2) ตำบลควนทอง ตำบลขนอม อำเภอขนอม จำนวน 4 กลุ่ม รวมทั้งหมด 5 กลุ่ม และ (3) ตำบลคลองน้อย ตำบลเกาะทวด อำเภอปากพนัง จำนวน 5 กลุ่ม หลังจากรวบรวมรายชื่อ เกษตรกรได้ครบทุกกลุ่ม เชิญเกษตรกรทั้งหมด 10 กลุ่ม ร่วมประชุมเพื่อกำหนดตารางและแผนการ ถ่ายทอดเทคโนโลยี ตามความต้องการของเกษตรกร โดยการวิเคราะห์จุดแข็ง และจุออ่อนจาก สภาพแวดล้อมภายใน โอกาสและอุปสรรคจากสภาพแวดล้อมภายนอกของแต่ละกลุ่ม รวบรวมประเด็น ปัญหา ความต้องการของกลุ่ม แล้วนำมากำหนดเป็นแผนการถ่ายทอดเทคโนโลยีตามความต้องการของ เกษตรกร โดยแบ่งพื้นที่การถ่ายทอดเทคโนโลยีเป็น 2 พื้นที่ พื้นที่ละ 5 กลุ่ม คือ (1) อำเภอขนอม และสิชล จำนวน 5 กลุ่ม (2) อำเภอปากพนัง จำนวน 5 กลุ่ม พื้นที่ละ 10 ครั้ง หลังการถ่ายทอดเทคโนโลยี วัดผลแนะประเมินผลความรู้ความเข้าใจและนำผลไปปฏิบัติ โดยใช้แบบสอบถาม แบ่งออกเป็น 3 ตอน ดังนี้ ตอนที่ (1) ข้อมูลทั่วไปของผู้กรอกแบบสอมถาม ตอนที่ (2) ความคิดเห็น การรับรู้และการนำผลการ รับรู้ไปปฏิบัติในการผลิตส้มโอให้มีคุณภาพ โดยครอบคลุมประเด็นที่ได้ถ่ายทอดเทคโนโลยีดังกล่าว ข้างต้น และตอนที่ (3) ข้อเสนอแนะ ผลการดำเนินโครงการในครั้งนี้ ได้เครือข่ายของเกษตรกรผู้ปลูกส้มโอในอำเภอปากพนัง ขนอม และสิชล ประกอบด้วยกลุ่มย่อย จำนวน 10 กลุ่ม มีสมาชิกทั้งหมด 100 คน การถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่กลุ่ม เกษตรกร จำนวน 10 กลุ่มๆ ละ 10 ครั้ง ผลการดำเนินโครงการสามารถดำเนินแล้วเสร็จตามแผนที่กำหนด และเป็นไปตามความต้องการของเกษตรกร และจากผลการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่กลุ่มเกาตรกร 10 กลุ่ม สมาชิก 100 คน พบว่า ข้อมูลทั่วไปของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ เป็นเพศชายร้อยละ 81 เป็นเพศ หญิงร้อยละ 19 มีการศึกษาส่วนใหญ่ค่อนข้างต่ำ ร้อยละ 76 มีการศึกษาในระดับประถมศึกษาและ มัธยมศึกษา อายุเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการส่วนใหญ่ มีอายุระหว่าง 50-60 ปี ร้อยละ 50 อายุระหว่าง 41-50 ปี ร้อยละ 27 อายุระหว่าง 31-40 ปี ร้อยละ 20 อายุระหว่าง 31-40 ปี ร้อยละ 20 อายุระหว่าง 21-30 ปี ร้อยละ 2 และอายุต่ำกว่า 20 ปี ร้อยละ 2 เกษตรกรส่วนใหญ่มีพื้นที่ปลูกส้มโอระหว่าง 1-10 ไร่ ร้อยละ 61 และเกษตรกรส่วนใหญ่มีประสบการณ์ในการทำสวนส้มโอระหว่าง 6-10 ปี หลังการถ่ายทอด เทคโนโลยีพื้นที่ละ 10 ครั้ง พบว่า เกษตรกรมีความคิดเห็น การรับรู้ และสามารถนำผลจากการรับรู้ไปใช้ ปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมในระดับมากทุกด้านที่ทำการถ่ายทอดเทคโนโลยี และผลการถ่ายทอด เทคโนโลยี เกษตรกรมีความคิดเห็นต่อการถ่ายทอดเทคโนโลยี และการรับรู้จากการถ่ายทอดเทคโนโลยี และนำไปปฏิบัติหลังจากการฝึกอบรมมีค่าเฉลี่ยก่อนและหลังแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญยิ่งทางสถิติทุก ด้าน ที่วัดและประเมินผล และจากการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างประสบการณ์ในการทำสวนส้มโอของ เกษตรกรที่กำหนดให้เป็นตัวแปรต้น กับการผลิตส้มโอที่คุณภาพเพื่อการส่งออกที่กำหนดให้เป็นตัวแปร ตาม พบว่า เกษตรกรที่มีประสบการณ์มากสามรถผลิตส้มโอที่มีคุณภาพส่งออกได้มากกว่าเกษตรกรที่มี ประสบการณ์น้อยกว่า คือ เกษตรกรที่มีประสบการณ์ 1-5 ปี สามารถผลิตส้มโอเพื่อการส่งออกได้เฉลี่ย ร้อยละ 52.12 มีประสบการณ์ 6-10 ปี สามารถผลิตส้มโอเพื่อการส่งออกได้เฉลี่ย ร้อยละ 57.31 มี ประสบการณ์ 11-15 ปี สามารถผลิตส้มโอเพื่อการส่งออกได้เฉลี่ย ร้อยละ 60.00 มีประสบการณ์ 16-20 ปี สามารถผลิตส้มโอเพื่อการส่งออกได้เฉลี่ย ร้อยละ 62.50 และมีประสบการณ์มากกว่า 20 ปี สามารถ ผลิตส้มโอเพื่อการส่งออกได้เฉลี่ย ร้อยละ 80 โดยประสบการณ์ของเกษตรกรกับคุณภาพผลผลิตส้มโอ มี ความสัมพันธ์กันทางสถิติอย่างมีนัยสำคัญยิ่ง The establishment of pomelo farmer network for quality production focused on farmers’ potential development in Pak Panang basin, Nakhon Si Thammarat Province. Presently, the pomelo production is not up to standard due to lack of academic knowledge, no local, district and provincial networks, no co-operation and no exchange of knowledge and experience. Owing to these factors, most pomelo farmers in this area could not produce pomelos up to standard. The study was conducted in three districts of Nakhon Si Thammarat – Pak Panang, Kanom and Sichon districts for 18 months from 1 May 2007 to 31 October 2008. The leaders of Pak Panang, Kanom and Sichon districts where pomelos were grown most were selected to establish the sub-groups of 8-12 farmers. The meetings were held and the pomelo leaders were assigned to survey and collect member names in the sub-districts and districts: (1) one group from Sichon sub-district, Sichon district (2) four groups from Kuan Thong and Kanom sub-districts, Kanom district, and (3) five groups from Klong Noi and Koh Tuad sub-districts, Pak Panang district. After the names of 10 sub-groups were collected, farmers had a meeting to set a schedule and a plan for technology transfer based on their needs. The strengths and weaknesses of interior environment as well as opportunities and problems of exterior environment of each group were analyzed and the plan was set to impart technology based on farmers’ needs. The technology transfer was done in two areas 10 times each: (1) five groups from Kanom and Sichon districts, and (2) five groups from Pak Panang district. After the technology transfer, the questionnaires used to evaluate farmers’ knowledge, understanding and application were divided into 3 parts: (1) general information about the respondents (2) knowledge and application of technology transfer for quality pomelo production, and (3) suggestions. The results showed that pomelo farmer network in Pak Panang, Kanom and Sichon districts consisted of 10 sub-groups with the total number of 100 farmers. The technology transfer was given to each group ten times, and the successful project was in accordance with farmers’ needs. The results from 10 sub-groups comprising 100 members indicated that farmers who participated in the project were 81% males and 19% females. Seventy-six percent of farmers graduated from primary and secondary schools. Most farmers were between 50-60 years of age, 50% between 41-50, 27% between 31-40, 20% between 31-40, 20% between 21-30, and 2% below 20. The pomelo planting area of most farmers was between 1-10 rai, and most of them had 6-10 years of experience in planting pomelos. Farmers applied the technology for pomelo production at the high level in all aspects, and significant differences were found before and after training as farmers’ knowledge increased after the technology transfer. Data from the correlation analysis between experience in pomelo gardening and quality pomelo production for exports indicated that farmers having more experience could produce quality pomelos for exports than those with less experience. Farmers having 1-5 years of experience exported pomelos on average at 52.12%, 6-10 years of experience at 57.31%, 11-15 years of experience at 60%, 16-20 years of experience at 62.50%, and over 20 years of experience at 80%. Significant differences were observed between farmers’ experience and quality pomelo production.

บรรณานุกรม :
สมพร ณ นคร . (2553). การสร้างเครือข่ายเกษตรกรผู้ปลูกส้มโอในเขตลุ่มน้ำปากพนังเพื่อการผลิตส้มโอให้มีคุณภาพ.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
สมพร ณ นคร . 2553. "การสร้างเครือข่ายเกษตรกรผู้ปลูกส้มโอในเขตลุ่มน้ำปากพนังเพื่อการผลิตส้มโอให้มีคุณภาพ".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
สมพร ณ นคร . "การสร้างเครือข่ายเกษตรกรผู้ปลูกส้มโอในเขตลุ่มน้ำปากพนังเพื่อการผลิตส้มโอให้มีคุณภาพ."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2553. Print.
สมพร ณ นคร . การสร้างเครือข่ายเกษตรกรผู้ปลูกส้มโอในเขตลุ่มน้ำปากพนังเพื่อการผลิตส้มโอให้มีคุณภาพ. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2553.