ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม : กรณีศึกษาวัฒนธรรมของชุมชนชาวกวยในเขตอีสานใต้และลาวใต้

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม : กรณีศึกษาวัฒนธรรมของชุมชนชาวกวยในเขตอีสานใต้และลาวใต้
นักวิจัย : ชื่น ศรีสวัสดิ์
คำค้น : Culture Tourism , Gouy , South of Esan , South of Loas , การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม , ชาวกวย , ลาวใต้ , อีสานใต้
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2551
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG4950078 , http://research.trf.or.th/node/3989
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ที่สำคัญ 4 ประการ คือ 1. เพื่อสำรวจสภาพทางชาติพันธุ์ และวัฒนธรรมที่มีลักษณะเด่น ของชุมชนชาวกวย (ส่วย) ในเขตอีสานใต้และลาวใต้ 2. เพื่อ ศึกษาความเชื่อมโยง สัมพันธ์ระหว่างชุมชนชาวกวยในเขตอีสานใต้และลาวใต้ ทั้งในด้าน ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม 3. เพื่อศึกษาแนวทางพัฒนาการท่องเที่ยวในเชิงวัฒนธรรมของ ชุมชนชาวกวย (ส่วย) ในเขตอีสานใต้และลาวใต้ และ 4. เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์การพึ่งพา เพื่อ เสริมสร้างความเข้มแข็ง การพัฒนาและจัดการท่องเที่ยวเชิงพื้นที่กลุ่มอีสานใต้และลาวใต้สู่ความ ยั่งยืน โดยเชื่อมโยงกับกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน ในด้านวิธีการวิจัยได้มีการสำรวจสภาพทั่วไปของ ชุมชนชาวกวยในเขตอีสานใต้จำนวน 147 ตำบล 52 อำเภอ ในพื้นที่ 5 จังหวัด และมีการ สำรวจชุมชนชาวกวยหรือส่วยในลาวใต้ โดยการสัมภาษณ์ผู้นำชุมชนและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ เกี่ยวข้องในพื้นที่แขวงจำปาสัก แขวงสาละวัน และแขวงอัตปือ ผลการวิจัยพบว่า 1. ชุมชนชาวกวยในเขตอีสานใต้ยังมีอยู่เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในเขตพื้นที่จังหวัด บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี และบางส่วนของจังหวัดมหาสารคาม รวมทั้งหมด ประมาณ 474,486 คน โดยมีอยู่หนาแน่นในเขตพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษและจังหวัดสุรินทร์ ส่วน ในลาวใต้มีอยู่ประมาณ 45,498 คน ส่วนใหญ่จะมีอยู่ในแขวงสาละวันและจำปาสัก ลักษณะ เด่นของชุมชนดังกล่าว คือ แนวคิด ความเชื่อ ประเพณี วัฒนธรรม และการประกอบอาชีพ เช่น การเลี้ยงช้าง และการทอผ้า 2. ชุมชนชาวกวยทั้งในเขตอีสานใต้และลาวใต้ มีความเชื่อมโยงสัมพันธ์กันในทาง ประวัติศาสตร์ทางชาติพันธุ์และทางวัฒนธรรม เนื่องจากเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่พูดภาษาในตระกูล มอญ-เขมร มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาร่วมกัน โดยมีการอพยพมาจากภาคเหนือของประเทศ อินเดีย แถบเทือกเขาหิมาลัยด้วยกันเมื่อประมาณ 3,500 ปีก่อน และมีการกระจายกันอยู่ตาม พื้นที่ต่าง ๆ ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งในเขตอีสานใต้และลาวใต้ด้วย 3. แนวทางในการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของชุมชนชาวกวย อาจทำได้โดย การสำรวจสภาพชุมชนที่มีลักษณะเด่นทางวัฒนธรรม และขึ้นบัญชีไว้อย่างเป็นระบบในรูปแบบ ของฐานข้อมูลในคอมพิวเตอร์ แล้วเผยแพร่ให้กับธุรกิจท่องเที่ยวโดยผ่านการประชุมสัมมนา ใน รูปของเอกสาร แผ่นพับ โปสเตอร์ และอินเตอร์เน็ต ได้รับรู้และเข้าใจในแนวทางการท่องเที่ยว เชิงวัฒนธรรม ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์อย่างยั่งยืน ทั้งต่อนักท่องเที่ยวและแหล่งท่องเที่ยวใน ระยะยาว 4. แนวทางการกำหนดยุทธศาสตร์เพื่อการพึ่งพาในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน สามารถทำ ได้โดยการประสานความร่วมมือกันระหว่างประเทศที่มีทรัพยากรการท่องเที่ยวร่วมกัน เช่น การ อำนวยความสะดวกในการเดินทางโดยไม่ต้องมีวีซ่า (VISA) ระหว่างกัน การให้ข้อมูลข่าวสารแก่ นักท่องเที่ยวอย่างกว้างขวางทั้งของประเทศตนเองและประเทศเพื่อนบ้านที่มีแหล่งท่องเที่ยวใน ลักษณะเดียวกัน และการใช้บัตรการเดินทางท่องเที่ยวร่วมกันของกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน The purpose of this research was focuses on 4 subjects are 1. To find out the out standing of human race and culture of Gouy community in the area of South Esan and South of Laos. 2. To study the relation between Gouy Community the South Esan and South of Laos area in historical and cultural dimension. 3. To study of cultural tourism development of Gouy community in the South of Esan and South of Laos area and 4. To identify the self-learning strategy in order to consistently strengthen and cultural tourism management in South of Esan and South of Laos area with sustainable. The researching method found that there are 147 Sub-districts, 52 Districts in the area of 5 Provinces that there are community of Gouy by interviewing to government officers and community leaders in the area of Champasak, Salawan and adtapue having results as follow : 1. There are a lot of Gouy community in South Esan area especially in Burirum, Surin, Srisakaet, Ubon Ratchathani and some in Mahasarakarm province with the total of 474,486 people. Mostly stay in the area of Srisakaet, Surin and There are 45,498 people in South of Laos living in Salawan, Champasak district. The out standing characteristics of community are opinion, believe, tradition. Culture and occupational such as elephant raise and textile. 2. Both of Gouy community in South of Esan and South of Laos area having relationships in historical of cultural and human race in accordance of same ancestor language, Morn-Ka Mae. At the past, people altogether moved from the North of India, Himalayas Mountain, since 3500 years ago, and diversity in another area of South East Asia including South of Esan and South of Laos. 3. The cultural tourism feasibility of Gouy community might activated by researching the distinguish of culture then register in computer systems and publish to tourism business through seminar as leaflet, poster and internet which consistently benefit to tourists and tourism resources. 4. The feasibility of self learning strategy among neighborhood countries might happened by co-operate between countries have the same tourism resources just like traveling without visa between each other, sharing information among country widely who has the similar tourism resources and using co-operating traveling card among neighborhood countries.

บรรณานุกรม :
ชื่น ศรีสวัสดิ์ . (2551). การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม : กรณีศึกษาวัฒนธรรมของชุมชนชาวกวยในเขตอีสานใต้และลาวใต้.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ชื่น ศรีสวัสดิ์ . 2551. "การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม : กรณีศึกษาวัฒนธรรมของชุมชนชาวกวยในเขตอีสานใต้และลาวใต้".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ชื่น ศรีสวัสดิ์ . "การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม : กรณีศึกษาวัฒนธรรมของชุมชนชาวกวยในเขตอีสานใต้และลาวใต้."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2551. Print.
ชื่น ศรีสวัสดิ์ . การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม : กรณีศึกษาวัฒนธรรมของชุมชนชาวกวยในเขตอีสานใต้และลาวใต้. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2551.