ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากกากชาสำหรับใช้ในช่องปาก

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากกากชาสำหรับใช้ในช่องปาก
นักวิจัย : มัลลิกา ชมนาวัง(ไตรเดช)
คำค้น : ผลิตภัณฑ์จากกากชา
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2552
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG4920062 , http://research.trf.or.th/node/3910
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

โครงการวิจัยนี ้มุ่งเน้นการใช้ประโยชน์ของกากใบชาซึ่งเป็นวัสดุเหลือใช้จากกระบวนการผลิต ชาพร้อมดื่ม ซึ่งยังมีสารสำคัญตกค้างอยู่ในส่วนนี ้และน่าจะมีการนำมาใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม ดังนัน้ การศึกษานีจ้ ึงมีวัตถุประสงค์เพื่อทดสอบคุณสมบัติในการทำลายเชือ้ แบคทีเรียที่ก่อโรคฟันผุและ โรคปริทันต์ของสารสกัดกากชา และทำการพัฒนาเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ต้นแบบน้ำ ยาบ้วนปากรูปแบบ แกรนูลฟ่ ูผสมสารสกัดกากชาที่สะดวกต่อการพกพา และพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบแผ่นฟิ ล์มจากสาร สกัดกากชาเขียวที่มีฤทธิ์ทำลายเชือ้ แบคทีเรียที่ก่อโรคฟันผุและโรคปริทันต์ เพื่อนำเทคนิคเหล่านี้ไป ประยุกต์ใช้ในการขยายขนาดการผลิตในระดับอุตสาหกรรมขนาดเล็กที่มีต้นทุนตํ่า ซึ่งเป็นการเพิ่มมูลค่า จากของเหลือใช้ด้วย ในการศึกษาครั้งนี้ได้ทำการทดสอบเบือ้ งต้นถึงฤทธิ์ในการยับยัง้ เชือ้ แบคทีเรียก่อ โรคชนิดต่างๆ พบว่า สารสกัดกากชายังคงมีฤทธิ์ยับยัง้ เชือ้ แบคทีเรียได้หลากหลายสายพันธ์ และเมื่อทำ การทดสอบฤทธิ์ในการยับยัง้ เชือ้ แบคทีเรียก่อโรคในช่องปาก พบว่า สารสกัดกากชามีฤทธิ์ยับยัง้ การ เจริญของเชือ้ แบคทีเรียทัง้ สามชนิด สเตรปโตคอคคัส มิวแทน, สเตรปโตคอคคัส แซงกวินิส และพอไฟโร โมนาส จิงจิวาลิสได้ นอกจากนีย้ ังทำการทดสอบสารอื่นๆ ที่มักใช้เป็นส่วนประกอบในตำรับนำ้ ยาบ้วน ปากทั่วไป เช่น เฮกซะเดกซิลไพริเดียม คลอไรด์ โมโนไฮเดรต นำ้ มันเปปเปอร์มินท์ เมนทัลและไทมอ ลพบว่า สารดังกล่าวมีความสามารถในการต้านเชือ้ ได้ด้วยประสิทธิภาพแตกต่างกัน แต่เมื่อนำมา ทดสอบเพิ่มเติมไม่พบการเสริมฤทธิ์กันของสารดังกล่าวกับสารสกัดกากชา ในส่วนของการตัง้ ตำรับ คณะผู้วิจัยได้เลือกใช้วิธีการทำแกรนูลแบบเปียกในการเตรียมแกรนูลฟ่ ู สารสกัดกากชา โดยผสมสารสกัดกากชาร้อยละ 2 ซึ่งผลจากการประเมินผลของตำรับ พบว่าลักษณะ ทางกายภาพของตำรับเป็นที่ยอมรับได้ และยังมีฤทธิ์ในการยับยัง้ การเจริญเติบโตของเชือ้ แบคทีเรียก่อ โรคในช่องปากทัง้ สามชนิดได้ดีที่สุด สำหรับตำรับแผ่นฟิล์มผสมชา ได้เลือกตำรับที่ผสมชาร้อยละ 0.2 ซึ่งได้แผ่นฟิล์มเรียบใส แห้ง ลอกแผ่นได้ง่าย มีความแข็งแรง คงรูปดี มีค่านำ้ หนักแห้งและความหนาที่ ค่อนข้างคงที่ เมื่อทำการทดสอบความคงตัวของผลิตภัณฑ์ พบว่า แกรนูลฟ่ ูและแผ่นฟิ ล์มให้ผลที่ คล้ายคลึงกัน คือ สารสำคัญทัง้ 4 ชนิดในชามีความคงตัวดีถ้าเก็บที่อุณหภูมิตํ่า นอกจากนี ้จากการ สังเกตเบือ้ งต้นพบว่า ความชืน้ ในตำรับอาจเป็นอีกปัจจัยหนึ่งในการเร่งการสลายตัวของชา จึงสามารถ สรุปได้ว่าสภาวะในการจัดเก็บผลิตภัณฑ์กากชาคือเก็บที่ในที่เย็นและควรป้ องกันความชืน้ ด้วย This study emphasizes on the usage of spent tea leaves which are the additional wastes in the ready-to-drink tea production. Spent tea leaves still contain active compounds and should be managed for other useful purposes. Therefore, the main objectives of this study are to examine antimicrobial activity of spent tea leaves against bacteria causing periodontal diseases and dental caries, develop the model product in the form of effervescent granules containing spent tea leaves extract which are easy to carry and storage, and develop the model product in the form of films containing spent tea leaves extract that are effectively active against bacteria causing periodontal diseases. This technique may be applied to batch production in small sized and low cost industry. When the extract was tested with bacteria causing periodontal diseases, the results showed that it could inhibit the growth of Streptococcus mutans, Streptococcus sanguinis, and Porphyromonas gingivalis. Other compounds commonly used in mouthwash preparations such as hexadecylpyridium chloride monohydrate, peppermint oil, menthol, and thymol were also examined. It was demonstrated that the selected compounds had some inhibitory effects against all three pathogens with different levels but there were no synergistic effect between the tested compounds and spent tea leaves extract. In the formulation part, wet granulation was chosen to prepare effervescent granules. The formulation of granules containing 2% spent tea leaves extract was the best preparation because it had acceptable physiological properties and effective inhibitory activity against all three periodontal pathogens. For film preparation, the formulation containing 0.2% spent tea leaves extract was the best choice. It was clear, easy to be dried and peeled, stable, and steady in weight and thickness. In stability test, effervescent granules and films gave similar results in terms of the content of active compounds. All four active compounds were stable when kept at low temperature. However, moisture content in the formulation was observed to have critical effect on the degradation of tea components. It could be concluded that storage condition that was suitable for these two preparations should be cold and prevented from humidity.

บรรณานุกรม :
มัลลิกา ชมนาวัง(ไตรเดช) . (2552). การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากกากชาสำหรับใช้ในช่องปาก.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
มัลลิกา ชมนาวัง(ไตรเดช) . 2552. "การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากกากชาสำหรับใช้ในช่องปาก".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
มัลลิกา ชมนาวัง(ไตรเดช) . "การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากกากชาสำหรับใช้ในช่องปาก."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2552. Print.
มัลลิกา ชมนาวัง(ไตรเดช) . การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากกากชาสำหรับใช้ในช่องปาก. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2552.