ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ชุดโครงการ โครงงานอุตสาหกรรมสำหรับนักศึกษาปริญญาตรี ปี 2547

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ชุดโครงการ โครงงานอุตสาหกรรมสำหรับนักศึกษาปริญญาตรี ปี 2547
นักวิจัย : วิโรจน์ บุญอำนวยวิทยา
คำค้น : การกำหนดค่าวิเคราะห์ , การควบคุมคุณภาพ , การผลิต , การผลิตตู้อบ , การออกแบบ , ค่าสัมประสิทธิ์ความแปรปรวน , จุลชีพแบบต้องการอากาศ , น้ำยาสำเร็จรูป , เอนไซม์
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2549
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG4750046 , http://research.trf.or.th/node/3682
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ชื่อโครงการ : ชุดโครงการ "โครงงานอุตสาหกรรมสำหรับนักศึกษาปริญญาตรี ปี 2547" การศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับรูปแบบของตู้อบพร้อมอุปกรณ์หมุนตัวอย่างสำหรับเลี้ยง จุลชีพแบบต้องการอากาศพบว่ายังไม่มีเครื่องมือดังกล่าวผลิตขึ้นเป็นผลิตภัณฑ์ทางการค้า การศึกษาครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์มุ่งเน้นการออกแบบ และการผลิตตู้อบพร้อมอุปกรณ์หมุนตัวอย่าง สำหรับเลี้ยงจุลชีพแบบต้องการอากาศ ในราคาที่ต่ำกว่าผลิตภัณฑ์ที่มีจำหน่ายทั่วไป หลังจาก การเก็บรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องแล้วการออกแบบจะมุ่งเน้นรูปแบบที่ใช้งานสะดวก ใช้วัสดุ ส่วนใหญ่สำหรับการผลิตที่หาได้ไม่ยากนักในท้องตลาด โดยเฉพาะชิ้นส่วนประกอบในเครื่องมือ จะผลิตในประเทศเป็นหลัก หลังจากที่ได้แบบที่ต้องการแล้วสามารถผลิต และทดสอบการเลี้ยงเชื้อ จุลชีพที่สามารถสกัดสารจากจุลชีพที่สามารถใช้ในการผลิตผลิตภัณฑ์ทางการค้าต่อไปได้ ผลการ ศึกษาพบว่าตู้อบพร้อมอุปกรณ์หมุนตัวอย่างสำหรับเลี้ยงจุลชีพแบบต้องการอากาศ ออกแบบเป็น ตู้สี่เหลี่ยมโครงสร้างสวยงามด้วยโลหะแสตนเลสประตูด้านหน้ามีช่องกระจกเพื่อให้สามารถมอง เห็นสิ่งของในตู้ได้ในขณะที่การผลิตตู้อบพร้อมอุปกรณ์หมุนตัวอย่างสำหรับเลี้ยงจุลชีพแบบต้อง การอากาศยังไม่แล้วเสร็จ จำลองการเลี้ยงจุลชีพด้วยตู้อบพร้อมอุปกรณ์หมุนตัวอย่างสำหรับเลี้ยง จุลชีพแบบต้องการอากาศที่เป็นผลิตภัณฑ์จากต่างประเทศพบว่าสามารถเลี้ยงจุลชีพสำหรับ การผลิตผลิตภัณฑ์ทางการค้าได้ โดยทดลองเลี้ยงเชื้อแอสเปอร์จิลลัสไนเจอร์สำหรับการสกัด เอนไซม์กลูโคสออกซิเดส จากเชื้อที่เก็บได้เองในห้องปฏิบัติการเพื่อนำเอนไซม์ที่สกัดได้ไปใช้ใน การผลิตน้ำยาสำหรับการวิเคราะห์น้ำตาลกลูโคส ผลการศึกษาพบว่าการเลี้ยงเชื้อแอสเปอร์ จิลลัสไนเจอร์ประสบความสำเร็จ แต่สายพันธ์ที่ให้ผลผลิตต่ำจึงยังไม่เหมาะสมสำหรับการผลิต เพื่อการค้าจะต้องใช้สายพันธ์ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าให้ผลผลิตสูง จึงจะเหมาะสำหรับการ เลี้ยงเพื่อการสกัดเอนไซม์สำหรับผลิตน้ำยาสำเร็จรูปต่อไป ชื่อโครงการ: การผลิตและกำหนดค่าตัวอย่างควบคุมคุณภาพทางเคมีคลินิก เพื่อการผลิตเชิงการค้าอย่างง่าย ตัวอย่างควบคุมคุณภาพเป็นวัตถุดิบที่ใช้แสดงถึงความเที่ยงในงานวิเคราะห์ประจำวันสำหรับ งานในห้องปฏิบัติการเคมีคลินิก ตัวอย่างควบคุมคุณภาพที่มีใช้ภายในประเทศต้องมีการนำเข้า มาจากต่างประเทศซึ่งมีราคาแพงมาก ดังนั้นการศึกษาครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์ที่จะผลิตตัวอย่าง ควบคุมคุณภาพเพื่อการผลิตในเชิงการค้าภายในประเทศ การทดลองครั้งนี้ได้เตรียมตัวอย่างควบ คุมคุณภาพชนิดแห้งโดยใช้ซีรัมวัวเป็ยวัตถุดิบที่ 3 ระดับความเข้มข้นตามความตองการทางการ แพทย์ คือ ระดับปกติ ระดับผิดปกติต่ำ และ ระดับผิดปกติสูง ผลการวิเคราะห์เบื้องต้นพบว่า ซีรัมวัวสามารถใช้ผลิตเป็นตัวอย่างควบคุมคุณภาพสำหรับค่าปกติในมนุษย์ได้ถึง 11 รายการ ค่าสูง 4 รายการ และค่าต่ำอีก 6 รายการ การศึกษาเพื่อปรับค่าความเข้มข้นของส่วนประกอบ ในการผลิตตัวอย่างควบคุมคุณภาพที่ทดสอบปรับค่านี้มีการวิเคราะห์ 8 รายการ คือ Glocose, BUN, Creatinine, Uric acid, Total billrubin, Sodium, Potassium และ Chloride กระบวน การเตรียมเริ่มด้วยการกรองซีรัมวัว วัดความเข้มข้นพื้นฐานของสารแต่ละชนิด ซีรัมในระดับ ปกติเตรียมโดยใช้ซีรัมวัวพื้นฐาน 95 เปอร์เซ็นต์ และ ระดับผิดปกติสูงใช้ซีรัมวัวพื้นฐาน 90 เปอร์เซ็นต์หลังจากนั้นปรับความเข้มข้นของสารวิเคราะห์ให้ถึงระดับที่ต้องการปรับปริมาตร สุดท้ายด้วยน้ำกลั่นให้ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ จากนั้นนำไปบรรจุใส่ขวดๆ ละ 5 มล. ปิดจุกหลวม ๆ นำไประเหิดแห้ง ตัวอย่างควบคุมคุณภาพระดับปกติ ระดับผิดปกติต่ำและระดับผิดปกติสูงมีความ แปรปรวนระหว่างขวดด้วยการชั่งน้ำหนักมีค่าทุกรายการมีค่าน้อยกว่า 1 เปอร์เซ็นต์ ผลการ ศึกษาค่าความคงตัวพบว่าการวิเคราะห์หลายครั้งในเวลาสามเดือนหลังการผลิตมีค่าความ แปรปรวนน้อยกว่า 5 เปอร์เซ็นต์ แสดงว่ามีความคงตัวดี และ จากผลการทดลองวิเคราะห์ส่วน ประกอบโดยส่วนใหญ่ในตัวอย่างควบคุมคุณภาพสามารถนำไปใช้ในห้องปฏิบัติการเคมีได้ ส่วน การกำหนดค่าในเบื้องต้น สามารถกำหนดค่าโดยการวิเคราะห์ด้วยเครื่องมือวิเคราะห์เเพียง เครื่องเดียว และ โดยการกำหนดค่าด้วยเครื่องมือวิเคราะห์ที่เพิ่มรายการมากขึ้นจะทำให้สามารถ ผลิตเพื่อใช้งานเชิงพาณิชย์ต่อไปได้ ชื่อโครงการ: การออกแบบ การผลิตและประเมินหุ่นจำลองสมมูลเนื้อเยื่อรูปคน สำหรับการถ่ายภาพรังสี หุ่นจำลองสมมูลเนื้อเยื่อสำหรับการถ่ายภาพรังสี เป็นอุปกรณ์สำคัญสำหรับช่วยลด ปริมาณรังสีในการถ่ายภาพรังสีโดยนำไปใช้เพื่อทดลองหาปริมาณรังสีที่เหมาะสมในการถ่ายภาพ ทางรังสีวินิจฉัย แต่เนื่องจากมีราคาแพงและต้องสั่งซื้อจากต่างประเทศ ทำให้ไม่มีใช้ในโรงพยาบาล ทั่วไป คณะผู้วิจัยเล็งเห็นความสำคัญของอุปกรณ์ซึ่งจะช่วยดูแลผู้ป่วยให้ได้รับรังสีน้อยที่สุดที่จะก่อ ให้เกิดประโยชน์ในการรักษา จึงศึกษาทดลองโดยคัดเลือกวัสดุสมมูลเนื้อเยื่อ ด้วยการเปรียบเทียบ ธาตุที่เป็นองค์ประกอบหลัก ความหนาแน่น ค่าสัมประสิทธิ์การลดทอนเชิงมวล สัมประสิทธิ์ การดูดกลืนพลังงานเชิงมวล คุณสมบัติทางกายภาพ และ ความสะดวกในการนำมาใช้งาน ผลการ ศึกษาได้วัสดุที่ใช้ในการผลิตส่วนเนื้อเยื่อคือ โพลิสไตรีน กลีเซอรอล โพลิยูริเทนโฟม และ น้ำ จากนั้นออกแบบส่วนต่าง ๆ ของหุ่นจำลองโดยให้มีขนาดเท่ากับคน สร้างต้นแบบเพื่อทำพิมพ์ ไฟเบอร์กลาส ภายในตัวหุ่นมีการจัดวางโครงกระดูกตามหลักกายวิภาคศาสตร์ โดยในส่วนช่อง ทรวงอกมีส่วนปอดและหัวใจซึ่งทำด้วยโพริยูริ เทนโฟมบรรจุอยู่ในแบไรด์เรซินเป็นส่วนประกอบ ของกระบังลม จากนั้นหล่อหุ่นโดยใช้โพลิสไตรีนไฟเบอร์กลาสเป็นผิวทั้งหมด ใช้โพลิสไตรีนเป็น เนื้อเยื่อนส่วนลำตัว สำหรับส่วนแขนและขามีรูเปิดสำหรับเลือกใส่น้ำ หรือ กลีเซอรอลเป็นส่วน เนื้อเยื่อได้และสามารถเปลี่ยนไปทดลองกับสารละลายอื่น ๆ ได้ นำชิ้นส่วนที่ผลิตไปประเมินความ เป็นสมมูลเนื้อเยื่อโดยการถ่ายภาพรังสีด้วยเทคนิคการถ่ายภาพที่ใช้กับผู้ป่วยในโรงพยาบาลซึ่งให้ ภาพที่มีความำเหมาะสมแล้ว พบว่าผลจากการเปรียบเทียบค่าความดำของภาพรังสีที่ได้จากหุ่น จำลองที่ผลิตขึ้นกับค่าความดำเฉลี่ยในผู้ป่วย 20 รายที่มีขนาดใกล้เคียงกับหุ่นจำลองและใช้เทคนิค ในการถ่ายภาพเท่ากัน มีค่าไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ เมื่อนำหุ่นจำลองที่ได้ไป ทดลองถ่ายภาพรังสีของส่วนท้องและช่องเชิงกรานที่ต้องการประเมินเทคนิคการตั้งค่าปริมาณรังสีพบว่า สามารถลดค่าปริมาณรังสีที่ให้กับผู้ป่วยลงได้ประมาณ 18-35 เปอร์เซ็นต์ โดยภาพที่ได้มีคุณภาพสามารถ นำไปวินิจฉัยได้ Project Title: Development of prototype-reagents of CELL-FLOWER, CELL-LYSER and CELL-CLEANER for automated blood cell analyzer for commer cialized purpose Complete blood cell count (CBC) is important and useful test for indication of hematological and other diseases. Therefore this test is increasing all the time. Automated blood cell analyzers have been used world wide. Any type of machine needs three main reagents. CELL-FLOWER is the diluting reagent and carrier of blood cell thought the machine. CELL-LYSER is the lysing reagent for lysis of erythrocytes to prevent their intering of WBC count. CELL-CLEANER is the reagent for cleaning of tubing system. Comparison of the quality of these self-preparing regents and the commericial counterparts [CELLPACK , STROMATOLYSER and CELLCLEAM respectively] is the aim. the quality indicators to be compared were 19 parameters for the CELL-FLOWER and 4 patameters for CELL-LYSER and the background count for CELL-CLEANER, Blood samples of noemal subjects [n=25], genreal patients [n=31], thalassemias [n=25] and new-born babies [n=19] were analyzed by Sysmex KX-21N. Sixteen quality indicators obtaining from CELL-FLOWER were not significantly different when compared to parameters obtaining from CELLPACK. Except the values of hemoglobin [HGB], mean cell volume [MCH] and nean cell hemoglobin concentration [MCHC] obtaining from CELL-FLOWER and HGB obtaining from CELL-LYSER were significantly different from the values obtaining from commercial reagents. However, these parameters can be adjectd by adding a constant factor. The background count obtaining from CELL- CLEANER was not significantly different from CELLCLEAN. In conclusion all three self-preparing reagents are encouraged to replace the commercial counterparts for economic reason. Furthermore the prototype reagents may have a commercialized opportunity. However, HGB values obtaining from self- preparing reagents should be adjected by adding a constant factor to be comparable with values obtaining form the commercial reagents. Therefore we recommend our self-preparing reagents in general laboratory use. Project Title: Development of prototype-reagents for flow cytometric enumeration of neutrophils with phagocytosis and killing activity for commercialized purpose Efficacy of non-specific immunity can be measured by flow cytometic enumeration of neutrophils with phagocytosis and killing activity Fluorescent labeled yeasts are regularly used as target organism. Aim of this study is to develop the protype reagents for flow cytometric enumeration of neutrophils with phagocytosis and killing activity. FACS lysing solution, phycoerythrin [PE] conjugated anti-CD13 and 2,7-bis-[2-carboxyyethyl]-5-[and-6]- carboxyfluorescein, pentaacetoxymethyl ester [BCECF-AM] were used for preparation of 3 protype regents. These were working lysing solution, anti- CD13-PE solution and BCECF-AM solution. Granulocytes labeled with anti- CD13-PE were used for detection of neutrophils in flow cytometric histograms. Four strains of BCECF-AM labed yeasts consisted of Candida albicans [CA] Candida tropicalls [CT], Torulopsis glabrata [TG] and Rhodotorula sp. [Rsp] were incubated with neutrophils. Lysing solution was employed for hemolysis. Neutrophils with phagocytosis that emitted green flurescence can be enumerated by flow cytometry. Two hour incubation of neutrophils with viable yeasts was solubillzed by distilled water. The solution was cultivated for 2 days at room temperature. Killing activity of neutrophils was evaluated by counting of colony forming units compare with control yeasts. Anti-CD13-PE was able to indicate neutrophil population in flow cytometric histograms. Percentages of neutrophils with phagocytosis of CA, CT, TG and Rsp in normal subjects were 59+-9 46+-10 59+-11 and 27+-10% and in thalassemia were 50+-20, 47+-19, 49+-22 and 27+-12% respectively Percentages of killed yeasts in normal subject were 28+-9, 21+-3, 60+-36 and 45+-24% respectively and thalassemia were 35+-24, 10+-10, 19+-10 and 53+-19% respectively. These prototype reagents were able to quantified neutrophils function of phagocytosis and killing activities Further more these regent may have a commercialized opportunity. Project Title: Development of prototype-reagent for flow cytometric of apoptotic and necrotic cells for commercialized purpose Flow cytometry is a technique for enumeration of the cells in suspersion pn passing through the laser beam one by one at a hign number within a shot time. Apoptotic and necrotiv cells can be counted by this technique. Binding buffer, annexin-V [AV] conjugated fluoresciein isothiocyanate [FITC] and propidium iodide [PI] are reagents in the commercial test kit, which is very expensive and have to be imported. Comparison of quality between self-preparing and commercial reagents is the aim of the study. The indicators to be compared were %apoptotic [AV+&PI-] and %necrotic [AV+&PI+] cells in peripheral blood mononuclear cells [PBMC] separated by gradient centrifugtion using Histopaque-1077. Annexin- V-FITC and PI staining on PBMC were analyzed by flow cytometry. Percentages of apoptotic and necrotic PBMC obtaining from self-preparting reagents in normal subject [n-20] were 8.5+-3.4 and 0.06+-0.08% and in thalassmic patients [n=20] were 60.4+-26.6 and 28.6+-26.9% respectively. thesr values obtaining from commercial reagents in normal subjects were 8.5+-3.4 and 0.06+-0.07% and in the patients were 59.9+-26.7 and 28.8+-26.7% respectively. These were not significantly different between the 2 set of reagents used [p>0.05] Moreover,the two samples of normal PBMC tested in a period of time courses after blood collection at 0, 6, 12, 24 hours show %apoptotic of 8.6, 11.3, 4.3, 7.0% and 11.3, 21.6, 12.8, 12.4% respectively. While the %necrotic cells of these samples were 0.00, 0.01, 0.45% and 0.01, 0.02, 0.01, 0.54% respectively In conclusion, the quality of set-preparing reagents were not significant different from the commercial counterparts. Therefore the self- preparing reagents are encouraged to replace the commercial counterparts for the economical reason, Furthermore these prototype reagents may have a commerciallized opportunity.

บรรณานุกรม :
วิโรจน์ บุญอำนวยวิทยา . (2549). ชุดโครงการ โครงงานอุตสาหกรรมสำหรับนักศึกษาปริญญาตรี ปี 2547.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
วิโรจน์ บุญอำนวยวิทยา . 2549. "ชุดโครงการ โครงงานอุตสาหกรรมสำหรับนักศึกษาปริญญาตรี ปี 2547".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
วิโรจน์ บุญอำนวยวิทยา . "ชุดโครงการ โครงงานอุตสาหกรรมสำหรับนักศึกษาปริญญาตรี ปี 2547."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2549. Print.
วิโรจน์ บุญอำนวยวิทยา . ชุดโครงการ โครงงานอุตสาหกรรมสำหรับนักศึกษาปริญญาตรี ปี 2547. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2549.