ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การประเมินการสัมผัสสารเคมีทางการเกษตรในเกษตรกรสวนส้ม โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การประเมินการสัมผัสสารเคมีทางการเกษตรในเกษตรกรสวนส้ม โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน
นักวิจัย : ทิพวรรณ ประภามณฑล
คำค้น : สสส
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2551
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG4630042 , http://research.trf.or.th/node/3532
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

โครงการนี้มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อให้ได้ข้อมูลระดับการสัมผัสสารเคมีทางการเกษตรของ เกษตรกรสวนส้มและปัจจัยที่มีต่อการสัมผัสสารเคมีฯ (2) เพื่อประเมินผลกระทบต่อสุขภาพเกษตรกร และผลกระทบทางเศรษฐศาสตร์จากผลการสัมผัสสารเคมีฯ (3) เพื่อจัดทำรูปแบบและวิธีการที่ เหมาะสมสำหรับเกษตรกรในการป้องกันการสัมผัสสารเคมีฯและสามารถประเมินผลกระทบสุขภาพได้ ด้วยตนเอง (4) เพื่อเสนอแนะแนวทางและมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาผลกระทบต่อสุขภาพ รูปแบบการวิจัยเป็นแบบศึกษาติดตามไปข้างหน้า ประกอบด้วยกลุ่มเกษตรกร 2 กลุ่ม (กลุ่มชายและ กลุ่มหญิง) และสมาชิกในครอบครัว กลุ่มควบคุมมี 2 กลุ่มคือกลุ่มผู้บริโภคในพื้นที่และกลุ่มผู้บริโภคใน เมืองเชียงใหม่ เก็บข้อมูลส่วนตัว การใช้สารเคมีฯ และสุขภาวะโดยใช้แบบสัมภาษณ์และการสนทนา กลุ่ม เจาะเลือดเพื่อตรวจการสัมผัสสารเคมีฯ กลุ่มออร์กาโนคลอรีน กลุ่มออร์กาโนฟอสเฟตและกลุ่ม คาร์บาเมต ศึกษาผลกระทบต่อสุขภาพโดยการตรวจการแตกหักของโครโมโซมในเม็ดเลือดขาว พบว่า กลุ่มตัวอย่างทุกกลุ่มมีการสัมผัสสารเคมีฯ โดยกลุ่มเกษตรกรมีการสัมผัสสารเคมีฯ สูงกว่ากลุ่ม ผู้บริโภคในพื้นที่และกลุ่มผู้บริโภคในเมือง ตามลำดับ การสัมผัสสารเคมีฯ กลุ่มออร์กาโนฟอสเฟตและ คาร์บาเมตในกลุ่มเกษตรกรและกลุ่มผู้บริโภคในพื้นที่เพิ่มมากขึ้นในช่วงการติดตาม 3 ครั้ง ระหว่าง มิถุนายน พ.ศ.2547 - มิถุนายน พ.ศ. 2548 คือฤดูฝน ฤดูแล้ง และฤดูฝน ตามลำดับ มีการแตกหักของ โครโมโซมมากขึ้นในช่วงการติดตามครั้งที่ 3 (ฤดูฝน) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ซึ่งเป็นไปในทิศทาง เดียวกับการสัมผัสสารเคมีฯ ที่เพิ่มมากขึ้น กลุ่มเกษตรกรชายทำหน้าที่ผสมและฉีดพ่น สารเคมีฯ มากกว่ากลุ่มเกษตรกรหญิง แต่มีระดับการสัมผัสสารเคมีฯ ไม่แตกต่างกัน เกษตรกรส่วนมากกังวลว่า สารเคมีฯ จะมีอันตรายต่อคนและสิ่งแวดล้อม การทำสวนส้มทำให้เกิดการแย่งชิงการใช้น้ำและที่ดิน มากขึ้น ทำให้แม่น้ำลำคลองมีสารเคมีฯ ปนเปื้อนมากขึ้น แต่คิดว่าสารเคมีฯ ยังมีความจำเป็นและขาด ไม่ได้ในการทำสวนส้ม อีกทั้งการทำสวนส้มทำให้ครอบครัวและสังคมมีรายได้มากขึ้นว่าการปลูกพืช อื่น จากผลจากการศึกษาครั้งนี้ ควรเสนอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในภาครัฐ เอกชน และชุมชนทราบข้อมูลและ ออกมาตรการควบคุมและลดการใช้สารเคมีในการทำสวนส้ม รวมทั้งการเกษตรอื่นๆ อย่างเร่งด่วน เพื่อให้เกษตรกร ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ รวมทั้งผู้บริโภคทั่วไป มีความปลอดภัยจากการสัมผัสสารเคมีฯ และการทำสวนส้ม รวมทั้งพืชอื่นๆ ดำเนินต่อไปได้อย่างยั่งยืน Objectives of the present study were (1) to obtain levels of exposure to agrochemicals in citrus orchard farmers and the exposure factors, (2) to assess the impact of exposure on health and economics of farmers (3) to design an appropriate handbook for the farmers to prevent pesticide exposure and to assess the exposure on health impact by themselves, and (4) to advocate the preventive and mitigation policy on health impact. The study design was a prospective follow-up study of farmers (males and females) and their family members, consumers in the study area and Chiang Mai City as control groups. Demographic and agrochemical usage data were collected by interviewing using questionnaires and focus group discussion. Venous blood sample was taken for pesticide exposure and health effect assessment using lymphocyte chromosome aberrations. We found that all studied groups had exposed to pesticides whereas farmers had exposed to pesticides greater than consumers in the studied area and Chiang Mai City, respectively. Pesticide exposure was studied in organochlorines (OCs), organophosphates (OPs) and carbamates. Increased exposure to OPs and cabamates was found in 3 visits from June 2004 to June 2005 i.e. rainy- dry- rainy seasons, respectively. Increased chromosome aberrations were also found in visit 3 along with increased pesticide exposure. Male farmers whom performed pesticide mixing and spraying more frequent than female farmers but their exposure levels were not statistically significant difference. Most farmers showed their concern on the impact on health and the environment and agrochemicals are in needed in citrus orchard. Citrus orchard caused water and land problems i.e. increased pesticide contamination in waters. Furthermore, citrus orchard provided better income than other vegetations. The results of this study should be disseminated to governmental, private and community sectors in order to consider to issues regulation to control and reduce the use of pesticides in citrus orchard as well as other plants.

บรรณานุกรม :
ทิพวรรณ ประภามณฑล . (2551). การประเมินการสัมผัสสารเคมีทางการเกษตรในเกษตรกรสวนส้ม โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ทิพวรรณ ประภามณฑล . 2551. "การประเมินการสัมผัสสารเคมีทางการเกษตรในเกษตรกรสวนส้ม โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ทิพวรรณ ประภามณฑล . "การประเมินการสัมผัสสารเคมีทางการเกษตรในเกษตรกรสวนส้ม โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2551. Print.
ทิพวรรณ ประภามณฑล . การประเมินการสัมผัสสารเคมีทางการเกษตรในเกษตรกรสวนส้ม โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2551.