ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การจัดการโรคและแมลงศัตรูที่สำคัญของลำไยนอกฤดูในเขตภาคเหนือ

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การจัดการโรคและแมลงศัตรูที่สำคัญของลำไยนอกฤดูในเขตภาคเหนือ
นักวิจัย : ชาตรี สิทธิกุล
คำค้น : การจัดการโรคและแมลงศัตรูลำไย , ลำไย
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2547
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG4520036 , http://research.trf.or.th/node/3472
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ผลงานโดยสรุป 1. การสำรวจ และศึกษาอาการโรคผลลาย ผลแตก และผลร่วงของลำไย อาการผลลาย ผลแตกของลำไยพันธุ์ดอพบตามแหล่งปลูกลำไยนอกฤดู ที่สำคัญเกือบทุกแห่ง ในจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน และจันทบุรี และในบางพื้นที่อาการรุนแรงเป็นโรค 100% จนไม่สามารถเก็บ ผลผลิตได้เลย เช่น สวนลำไยที่อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน และสวนลำไยที่อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัด จันทบุรี อาการผลลายเป็นจุดสีดำเกิดขึ้นทั้งเปลือกนอก และเปลือกในผล นอกจากนี้ยังมีเปลือกบางกว่า ผลปกติ 2. ปัจจัยที่ทำให้เกิดอาการผลลายของลำไย สารสกัดชีวภาพที่เกษตรกรนิยมใช้พ่นในสวนลำไย ได้แก่ น้ำสกัดจากหอยเชอรี่ สารชีวภาพซัค คารีน ซุปเปอร์อีเอ็ม และโพลีแอร์-พลัส ไม่ได้เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการผลแตก ผลลาย แก่ลำไย แต่ ทำให้สีผิวของผลลำไยเมื่อสุกแก่สีคล้ำขึ้น ซึ่งมีผลต่อคุณภาพทำให้ราคาลดลง ส่วนขนาดของผลเมื่อพ่น ด้วยสารสกัดชีวภาพเปรียบเทียบกับกรรมวิธีที่ไม่ได้พ่น มีทั้งที่มีความแตกต่างและไม่มีความแตกต่างกัน กับต้นที่ไม่ได้พ่นสาร ทั้งนี้อาจเป็นเพราะมีปัจจัยภายนอกอื่นๆ ที่มาเกี่ยวข้อง เช่น สภาพความสมบูรณ์ ของต้น ความอุดมสมบูรณ์ของดิน ที่คาดว่าอาจมีความแตกต่างกัน ดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่จะ ต้องไปเพิ่มขนาดผลโดยการใส่สารต่างๆ ดังกล่าว ซึ่งจะทำให้สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น 3. ชนิดของเชื้อโรคที่พบบนอาการผลลาย ผลแตก และผลร่วงของลำไย จากการทดลองปลูกเชื้อราที่แยกได้จากอาการผลแตก ผลลายของลำไยจากตัวอย่างที่เก็บใน จังหวัดเชียงใหม่ และจันทบุรี และเชื้อราจากโรคผลเน่าของมะม่วง และฝรั่ง พบว่าเชื้อจากลำไยคือ isolate Unknown 5 และ isolate จันทบุรี ก่อให้เกิดโรคได้เหมือนกับโรคที่เกิดในสภาพสวน และเชื้อจาก ผลไม้ชนิดอื่น คือมะม่วง และฝรั่ง ก็ทำให้ลำไยแสดงอาการของโรคด้วย ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเชื้อทุก isolate ที่แยกได้นอกจากเข้าทำลายลำไยแล้ว น่าจะเข้าทำลายผลไม้ชนิดอื่นๆ ด้วย 4. การกระตุ้นเชื้อสาเหตุของโรคผลลาย ผลแตก และผลร่วงของลำไยให้สร้างสปอร์ และการจัดจำแนกชนิด การกระตุ้นให้เชื้อสาเหตุโรคผลลาย ผลแตกของลำไยให้สร้างสปอร์ ทำทั้งหมด 53 วิธี ผล ปรากฏว่าไม่มีวิธีใดที่สามารถทำให้เชื้อราสร้างสปอร์ได้ และจากการเปรียบเทียบเชื้อราที่เป็นสาเหตุของ โรคผลลาย ผลแตกของลำไยนี้ พบว่ามีลักษณะเหมือนกับเชื้อ Rhizoctonia sp. คือ เส้นใยแตกแขนงมี ลักษณะตั้งฉาก และมีผนังกั้นเส้นใยเช่นเดียวกัน จึงสรุปว่าเชื้อทั้ง isolate Unknown 5 และ isolate จาก จันทบุรี น่าจะเป็นสมาชิกของ Rhizoctonia sp., Class Basidiomycytes ซึ่งในระยะ imperfect ของเชื้อรา กลุ่มนี้จะไม่สร้างสปอร์ 5. การทดสอบประสิทธิภาพของสารเคมีกำจัดเชื้อราควบคุมโรคผลลาย ผลแตกของลำไย ในห้องปฏิบัติการ และในสภาพสวน การทดสอบสารเคมีกำจัดเชื้อราในห้องปฏิบัติการ พบว่า สารกำจัดเชื้อรา 5 ชนิดซึ่งได้แก่ benomyl 50%WP, carbendazim 50%WP, procymidone 50%WP, tebuconazole 25%EW, difenoconazole 25%SC และ carbendazim 50%WP + benomyl 50% ใช้ได้ผล 100% ในการควบคุมการ เจริญของเชื้อ Unknown 5 ที่พบในภาคเหนือ ส่วนเชื้อที่แยกได้จากจังหวัดจันทบุรี (จันทบุรี isolate) พบ ว่า procymidone 50%WP และ tebuconazole 25%EW ให้ผลในการหยุดการเจริญของเชื้อได้ 100% สำหรับการทดสอบในสภาพสวนนั้น ทำที่อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี ผลปรากฏว่าไม่มีเชื้อ ระบาด 6. ประสิทธิภาพของจุลินทรีย์ปฏิปักษ์ และสารกำจัดเชื้อราต่อการควบคุมโรคผลลาย ผลแตก และผลร่วง ของลำไย จากการทดสอบประสิทธิภาพการยับยั้งการเจริญของเชื้อสาเหตุโรคผลลายผลแตกลำไย Unknown 5 และ isolate จันทบุรี ด้วย B. subtilis จาก stock culture จำนวน 45 isolate ของมหาวิทยาลัย สงขลานครินทร์และที่แยกจากส่วนต่าง ๆ ของลำไย จำนวน 32 isolate พบว่า ไม่สามารถยับยั้งการเจริญ ของเชื้อสาเหตุโรคผลลายผลแตกลำไยดังกล่าวได้ ส่วนผลการใช้ B. subtilis ที่อยู่ในรูปผงสำเร็จรูปที่ ผลิตเป็นการค้า พบว่า B. subtilis ที่อยู่ในรูปผงสำเร็จรูปที่ผลิตเป็นการค้าที่ความเข้มข้นอัตราแนะนำต่ำ กว่าอัตราแนะนำ 50% ต่ำกว่าอัตราแนะนำ 25% พบว่ามีประสิทธิภาพในการยับยั้งเชื้อรา isolate จันทบุรี ได้ 55-62% แต่มีผลยับยั้งต่อ Unknown 5 ค่อนข้างต่ำ 20-48% และเมื่อนำมาทดสอบกับเชื้อรา Trichoderma sp. พบว่าเชื้อรา Trichoderma sp. สามารถยับยั้งการเจริญของเชื้อสาเหตุโรคผลลายผลแตก ลำไย isolate ที่ 5 ได้ 72% ส่วน isolate จันทบุรี ยับยั้งได้ 75% ส่วนการทดสอบประสิทธิภาพของสารกำจัดเชื้อรา 11 ชนิด ในการยับยั้งการเจริญของเชื้อ สาเหตุโรคผลลายผลแตกลำไย isolate จอมทอง 8 พบว่าสารกำจัดเชื้อที่มีประสิทธิภาพในการยับยั้งการ เจริญของเชื้อสาเหตุโรคผลลายผลแตกลำไย isolate จอมทอง 8 ได้ 100% คือ คาร์เบนดาซิม โพรซิมิโดน และทีบูโคนาโซล และเมื่อนำมาทดสอบกับเชื้อรา Trichoderma sp. พบว่าเชื้อรา Trichoderma sp. สามารถยับยั้งการเจริญของเชื้อสาเหตุโรคผลลาย ผลแตกลำไย isolate จอมทอง ได้ 82 % 7. เชื้อสาเหตุของโรคผลลาย ผลแตก และผลร่วงของลำไยที่ก่อให้เกิดโรคกับผลไม้ชนิดอื่น จากการนำเชื้อรา Rhizoctonia solani จากโรคกาบใบแห้งของข้าว เชื้อรา isolate ที่ 5 จากโรคผลลาย ของลำไย (unknown 5) เชื้อราจากโรคผลเน่าของมะม่วง เชื้อราจากโรคผลลายของลำไยจากจังหวัด จันทบุรี และเชื้อรา isolate ที่ 2 จากโรคผลเน่าของฝรั่ง มาเปรียบเทียบโดยการปลูกเชื้อในสภาพสวนกับ ผลฝรั่ง กล้วยดิบ กล้วยสุก มะละกอสุก และมะเฟือง พบว่าเชื้อรา Rhizoctonia solani ไม่ทำให้เกิดโรคกับ ผลไม้ดังกล่าว ส่วนเชื้อรา unknown 5 จากโรคผลลายของลำไย ทำให้เกิดโรคกับผลไม้ที่ทำการทดสอบ ทุกชนิด ส่วนเชื้อราจากโรคผลเน่าของมะม่วงนั้น ทำให้เกิดโรคกับผลไม้ที่ทำการทดสอบทั้งหมด 4 ชนิด คือ ผลกล้วยสุก ฝรั่ง กล้วยดิบ และมะเฟือง ผลการทดลองพบว่าผลกล้วยสุกจะเกิดโรคมากกว่าผลกล้วย ดิบ ส่วนเชื้อราจากโรคผลลายของลำไยจากจังหวัดจันทบุรี และเชื้อรา isolate ที่ 2 จากโรคผลเน่าของฝรั่ง พบว่าสามารถทำให้เกิดโรคกับผลฝรั่ง และกล้วยสุกเท่านั้น จากการทดลองนี้ยังพบว่าผลไม้หรือพืชอาศัย (host range) ที่นำมาทำการทดสอบที่ต่างชนิดกันทำให้ความสามารถในการทำให้เกิดโรคของเชื้อราที่นำ มาทดสอบต่างกัน และการทดลองนี้ยังทราบว่าเชื้อราที่นำมาทำการทดสอบ มีความสามารถในการทำให้ เกิดโรคกับผลไม้ชนิดต่าง ๆ ได้แตกต่างกัน 8. การทดสอบประสิทธิภาพของสารสกัดจากพืชบางชนิดเพื่อควบคุมเชื้อราสาเหตุที่ทำให้เกิดผลลายของ ลำไย การทดสอบใช้สารสกัดจากพืช 10 ชนิด เพื่อหยุดการเจริญของเส้นใยของเชื้อราสาเหตุโรคผลลาย ของลำไย พบว่า กานพลูระงับการเจริญของเส้นใยเชื้อสาเหตุโรคของจันทบุรี isolate ได้ 25.41% เมื่อ เปรียบเทียบกับสารสกัดจากพืชอีก 9 ชนิด และกานพลูสามารถหยุดการเจริญของเส้นใยจากโรคผลเน่า ของฝรั่ง และมะม่วง ที่ก่อให้เกิดโรคผลลายของลำไยด้วยได้เท่ากับ 45.91 และ 45.76% ดังนั้นสารสกัด จากพืชยังไม่สามารถที่จะใช้ควบคุมโรคผลลายของลำไยได้ 9. การตรวจหาไวรัสในต้นลำไยที่แสดงอาการหงอยและหงิกเป็นพุ่มไม้กวาด จากการทำการแยกไวรัสจากตัวอย่างของลำไย ทั้งจากตัวอย่างที่แสดงอาการพุ่มไม้กวาดและ อาการหงอย กับต้นที่แสดงอาการหงอยอย่างเดียว จากตัวอย่างที่เก็บจากสภาพแปลงปลูกในสวน ยังไม่ พบส่วนของไวรัสในต้นที่แสดงอาการดังกล่าวเลย แต่จากการนำยอดต้นกล้าลำไยที่ทำการเขี่ยไรลำไยให้ ดูดกิน และแสดงอาการม้วนหงิก และอาการใบเขียวจางไปตรวจดูพบลักษณะคล้ายอนุภาคของไวรัสใน ใบที่แสดงอาการเขียวจาง ซึ่งได้ผลสอดคล้องกับการรายงานของ Chen และคณะ(2001) ว่าลำไยที่แสดง อาการของโรค witches’ broom ที่เมือง Fujian เมื่อตรวจอย่างละเอียดพบ filamentous virus ที่มีขนาด อนุภาค ความยาว 700-1,300 nm. สำหรับการศึกษาลำไยที่แสดงอาการ witches’ broom ของ จริยา (2542) พบว่าลำไยที่ปล่อยไร แล้วนำไปตรวจภายใต้กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนพบเชื้อ phytoplasma ในบริเวณ ท่ออาหาร แสดงว่าลำไยที่เป็นโรค witches’ broom อาจเป็นโรคที่มีเชื้อสาเหตุจากทั้ง phytoplasma และ ไวรัส หรือเป็น disease complex 10. การสำรวจพื้นที่ที่พบการระบาดมอดเจาะกิ่ง เพลี้ยหอย และเพลี้ยแป้ง พื้นที่ที่พบการระบาดของมอดเจาะกิ่ง นอกจากในเขตพื้นที่อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่แล้วยัง พบที่จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งมีเปอร์เซ็นต์ที่ถูกทำลาย 7-100% ในลำไยอายุ 9-10 ปี จากพื้นที่ปลูกทั้งหมด 50 ไร่ ส่วนเพลี้ยหอยและเพลี้ยแป้งพบปริมาณน้อย ไม่ถึงกับระบาดทำความเสียหายในขณะที่ทำการสำรวจ 11. การทดสอบประสิทธิภาพของสารสกัดจากพืช สารชีวภัณฑ์ และสารเคมีในการควบคุมกับแมลงศัตรู ที่สำคัญของลำไย การควบคุมปริมาณของมอดเจาะกิ่งด้วยเชื้อรากลีโอคีเดียม ทำให้มอดลำไยตาย 80-100% เนื่อง จากเชื้อราที่มอดใช้กินเป็นอาหารถูกเชื้อรากลีโอคีเดียมเข้าทำลาย ในขณะที่วิธีการอื่น ๆ ที่ใช้สารเคมี สารสกัดจากพืช และสารชีวภัณฑ์ ไม่ได้ผลในการควบคุมปริมาณมอดลำไย สำหรับการควบคุมตัวอ่อน เพลี้ยหอย เพลี้ยแป้งลำไย พบว่า การใช้ยาสูบสกัดด้วยน้ำ 3% สามารถควบคุมเพลี้ยหอย เพลี้ยแป้งได้ 100% หลังพ่น 24 ชั่วโมง และสารสกัดหางไหลด้วยแอลกอฮอล์ 5% สามารถควบคุมเพลี้ยหอยลำไยได้ 100% เช่นเดียวกัน และการใช้สารสกัดจากพืชเหล่านี้ไม่มีผลกระทบต่อสีผิวของผลลำไยแต่อย่างใด 12. ประสิทธิภาพของสารสกัดจากพืช สารน้ำมัน และสารเคมีกำจัดแมลง ในการควบคุมเพลี้ยแป้งลำไย (Nipaecoccus viridis) และผลกระทบต่อคุณภาพของสีผิวผล การใช้สารสกัดจากพืช เช่น หางไหล และยาสูบ ตลอดจนน้ำมัน ไม่ได้มีผลกระทบต่อคุณภาพสี ผิวผลแต่อย่างใด การใช้น้ำมันไวท์ออยล์ผสมกับคาร์บาริลกลับทำให้สีผิวเปลือกลำไยมีความสว่าง ซึ่งเป็นสีที่เป็นที่ต้องการของตลาด

บรรณานุกรม :
ชาตรี สิทธิกุล . (2547). การจัดการโรคและแมลงศัตรูที่สำคัญของลำไยนอกฤดูในเขตภาคเหนือ.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ชาตรี สิทธิกุล . 2547. "การจัดการโรคและแมลงศัตรูที่สำคัญของลำไยนอกฤดูในเขตภาคเหนือ".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ชาตรี สิทธิกุล . "การจัดการโรคและแมลงศัตรูที่สำคัญของลำไยนอกฤดูในเขตภาคเหนือ."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2547. Print.
ชาตรี สิทธิกุล . การจัดการโรคและแมลงศัตรูที่สำคัญของลำไยนอกฤดูในเขตภาคเหนือ. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2547.