ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ชุดโครงการความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคกลาง

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ชุดโครงการความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคกลาง
นักวิจัย : ศรีศักร วัลลิโภดม
คำค้น : ความหลากหลายทางวัฒนธรรม , ภาคกลาง
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2546
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG4310005 , http://research.trf.or.th/node/3399
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

เรือนค้าขายพื้นถิ่นในชุมชนเมือง การศึกษา เรือนค้าขายพื้นถิ่นในชุมชนเมือง นี้มีวัตถุประสงค์จะศึกษาเรือนค้าขายพื้นถิ่นและตลาดในชุมชนเมืองภาคกลางต่อเนื่องกับภาคตะวันตตกและภาคตะวันออก ซึ่งกินพื้นที่กว้างขวางมาก ดังนั้นในโครงการวิจัยนี้จึงเลือกศึกษาที่ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี ราชบุรี เพชรบุรี และนครปฐมเสียก่อน โดยเน้นการสำรวจภาคสนามของเรือนค้าขายและตลาดในพื้นที่โครงการรวมทั้งสิ้น 17 แหล่งที่ตั้งเพื่อนำมาวิเคราะห์ผสานกับข้อมูลเอกสารและงานวิชาการอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่อง ให้ได้คำตอบเกี่ยวกับ จุดกำเนิด พัฒนาการ สภาพทางกายภาพ และแนวโน้มในอนาคต จากการศึกษาพบว่า หากอายุของการตั้งถิ่นฐานเกินกว่า 50 ปี จะพบจุดกำเนิดที่มีลักษณะเดียวกัน คือปัจจัยของการคมนาคมและขนส่งทางน้ำมายังแหล่งที่ตั้งของตลาดเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดจุดค้าขายริมฝั่งน้ำ เริ่มตั้งแต่การค้าขายในเรือที่แวะจอดปรับตัวเป็นตลาดนัดริมน้ำที่อาศัยสินค้าทางเรือและพัฒนาเป็นตลาดถาวรที่มีทั้งสินค้าทางเรือและทางบก และปรับตัวเรื่อยๆ มามีเรือแถวไม้ค้าขายทั้งชั้นเดียวและสองชั้น ผนวกกับตลาดสดและตลาดนัด สินค้าที่ขายจะเป็นผลิตผลทางการเกษตรและเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งสามารถให้บริการแก่ผู้คนในชุมชนและพื้นที่ใกล้เคียง ช่วง 20-30 ปีที่ผ่านมา พัฒนาการของเครือข่ายการคมนาคมทางบกมีทั่วประเทศ การขนส่งและการคมนาคมทางน้ำคลายความสำคัญ การขนส่งสินค้าทางเรือไปยังตลาดเริ่มเปลี่ยนแปลงไป เป็นผลต่อการเปลี่ยนประเภทของสินค้า การเปลี่ยนตำแหน่งตลาดและร้านค้าเพื่อรองรับการคมนาคมทางบกที่เพิ่มขึ้น ซึ่งมีผลต่อการเปลี่ยนรูปลักษณ์ของตลาดและเรือนแถวค้าขายซึ่งแต่เดิมเป็นเรือนไม้ กลายเป็นตึกแถวก่ออิฐฉาบปูน และเปลี่ยนตำแหน่งมาตั้งริมถนนที่เป็นจุดผ่านไปยังแหล่งอื่นๆ ตลาดและเรือนแถวไม้ค้าขายดั้งเดิมที่ยังคงหลงเหลืออยู่คลายความสำคัญ ผนวกกับการมีทั้งตลาดนัดและตลาดสมัยใหม่ในย่านใกล้เคียง เป็นปัจจัยซ้ำเติมการคงอยู่ของตลาดพื้นถิ่นมากขึ้น แนวโน้มในอนาคตของการคาดการณ์ในการคงอยู่ของเรือนแถวค้าขายและตลาดพื้นถิ่นจะมีศักยภาพในการคงอยู่ได้ใน 2 กรณี คือ ในพื้นที่ที่ผู้อาศัย ผู้ครอบครองมีพลังในการรวมตัวเพื่อเก็บรักษามรดกวัฒนธรรมท้องถิ่น และ เจ้าหน้าที่ของรัฐที่รับผิดชอบตระหนักในคุณค่าของตลาดและเรือนค้าขายพื้นถิ่นที่ตนรับผิดชอบ และในพื้นที่ที่สินค้าในตลาดมีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่สามารถหาซื้อได้ในตลาดอื่นๆ หรือศูนย์การค้าสมัยใหม่ได้ เช่น ตลาดวัดดอนหวาย อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม นอกเหนือจากปัจจัยที่ 2 ข้อ ดังกล่าวแล้ว ศักยภาพในการคงอยู่ของเรือนค้าขายและตลาดพื้นถิ่นเป็นไปได้ยากยิ่ง ความหลากหลายทางวัฒนธรรม กรณีศึกษากลุ่มมอญ-กะเหรี่ยงภูมิภาคตะวันตก งานศึกษาเรื่อง สังคมวัฒนธรรมมอญและกะเหรี่ยงในภูมิภาคตะวันตก มีเป้าหมายในการศึกษาประวัติศาสตร์ท้องถิ่นและกลุ่มชาติพันธุ์มอญและกะเหรี่ยงในภูมิภาคตะวันตก เพื่อทำความเข้าใจถึงความแตกต่างหลากหลายทางวัฒนธรรมของมอญและกะเหรี่ยง ที่ต่างก็มีเอกลักษณ์และการเคลื่อนไหวเพื่อเปลี่ยนแปลง ปรับตัว ตามเงื่อนไขทางประวัติศาสตร์และการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมที่เกิดขึ้นโดยเลือกทำการศึกษากลุ่มมอญกะเหรี่ยงที่สังขละบุรี และกะเหรี่ยงเขตวัฒนธรรมราชบุรี ผลการศึกษาพบว่า มอญและกะเหรี่ยงที่สังขละบุรี มีการสังสรรค์ทางวัฒนธรรมกันมาอย่างยาวนาน แม้แต่ละกลุ่มจะมีเอกลักษณ์และแบบแผนทางวัฒนธรรมเป็นของตนเอง แต่ต่างก็มีศูนย์กลางความศรัทธาอยู่ที่หลวงพ่ออุตตมะ พระภิกษุชาวมอญที่เป็นผู้นำทางจิตวิญญาณ และการหลอมรวมวัฒนธรรมของคนกลุ่มต่างๆ อย่างไรก็ตามมอญและกะเหรี่ยงต่างประสบกับความเปลี่ยนแปลงอันเนื่องมาจากการพัฒนาและการติดต่อสัมพันธ์กับเมือง โดยเฉพาะอยย่างยิ่งนโยบายการจัดการต่อชนกลุ่มน้อยและผู้พลัดถิ่นของรัฐ ที่จำกัดสิทธิความเป็นพลเมือง ทำให้กลุ่มคนเหล่านี้ได้รับความกดดันทั้งในแง่การดำรงชีพ การถูกเอารัดเอาเปรียบ ซึ่งส่งผลต่อสำนึกความเป็นมอญหรือความเป็นกะเหรี่ยง และการปรับตัวเพื่อยอมรับและต่อต้านการจัดการของรัฐในหลายระดับ เช่น มอญได้ฟื้นฟูแบบแผนประเพณีต่างๆ พร้อมกับการเคลื่อนไหวให้ชาวมอญยังคงยึดมั่นในคำสอนของหลวงพ่ออุตตมะเพื่อให้ได้รับสิทธิการเป็นพลเมืองในสังคมไทย ขณะที่กะเหรี่ยงในเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ได้ตอกย้ำอุดมการณ์ของลัทธิฤาษีและวิถีแห่งการเป็นกะเหรี่ยงที่แท้ เพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงและผลกระทบจากการพัฒนาของรัฐ เป็นต้น ส่วนกะเหรี่ยงในเขตวัฒนธรรมราชบุรี ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลง ปรับตัว และผสมกลมกลืนกับผู้คนภายนอกมากกว่าชาวกะเหรี่ยงในทุ่งใหญ่นเรศวร ได้มีการปรับเปลี่ยนทั้งในแง่ความเชื่อ วิถีชีวิต และการประกอบประเพณีพิธีกรรมมาเป็นเวลานาน ขณะเดียวกันก็มีการรื้อฟื้นอัตลักษณ์แห่งความเป็นกะเหรี่ยงขึ้นมาท่ามกลางการเรียนรู้ การตีความใหม่และการสังสรรค์ทางวัฒนธรรมของผู้คนที่หลากหลายมากขึ้น การศึกษาครั้งนี้ ยังทำให้พบว่า สภาพการณ์เกี่ยวกับการยอมรับและการเรียนรู้ความหลายทางวัฒนธรรมในสังคมไทยที่ผ่านมา ก่อให้เกิดปัญหาความขัดแย้งและผลกระทบต่อวัฒนธรรมท้องถิ่นของผู้คนกลุ่มต่างๆ ที่ถูกจัดเป็นชนกลุ่มน้อยในสังคมไทยจำนวนมาก รัฐจึงควรตระหนักต่อคุณค่าของชีวิตวัฒนธรรมของคนท้องถิ่น เพื่อนำไปสู่การอยู่ร่วมกันอย่างสันติของผู้คนต่างกลุ่มต่างชาติพันธุ์ในสังคมไทยด้วย ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นและกลุ่มชาติพันธุ์ลาวแง้ว สังคมวัฒนธรรมในภาคกลางของประเทศไทย มีการผสมกลมกลืนทางวัฒนธรรมอย่างค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างบูรณาการให้ชุมชนของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ อยู่ร่วมกันโดยปราศจากเหตุการณ์ขัดแย้งรุนแรงระหว่างกลุ่ม โดยการดูดกลืนวัฒนธรรมบางอย่างของกลุ่มชาติพันธุ์เหล่านี้ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมไทยลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาหรืออาจเรียกว่าวัฒนธรรมหลวง อิทธิพลของการผสมกลมกลืนทางวัฒนธรรมที่ผ่านมา ได้สร้างสถานการณ์ในปัจจุบันที่ไม่สามารถแยกแยะกลุ่มชาติพันธุ์กลุ่มต่างๆ ออกจากกันอย่างชัดเจนหากสังเกตเพียงสภาพโดยทั่วไป นอกเสียจากความเชื่อบางประการที่ยังคงหลงเหลือและมีหน้าที่ทางสังคมอยู่ในชุมชนนั้นๆ กลุ่มชาติพันธุ์ลาวถูกมองอย่างเป็นคนอื่นอยู่ตลอดเวลา เพราะโครงการแห่งการดูถูกทางชาติพันธุ์ฝั่งแน่นอยู่ในความรู้สึกของรัฐ ดังมีอคติต่อกลุ่มลาวดังปรากฏในเอกสารต่างๆ ความแตกต่างทางวัฒนธรรมของกลุ่มลาวที่ถูกมาองว่าด้อยกว่า ทำให้เกิดการดูถูกและเข้าใจผิดรวมไปถึงไม่พยายามเข้าใจในสังคมและวัฒนธรรมของกลุ่มลาวมากขึ้น ผู้คนเชื้อสายลาวแง้วในท่ามกลางความเป็นคนไทยของรัฐไทย บริเวณเขตภาคกลางของลุ่มน้ำเจ้าพระยาในชุมชนเกษตรกรรมที่ทำนาเป็นอาชีพหลัก ถูกเรียกว่า “ ลาวแง้ว “ จากผู้คนกลุ่มอื่นและยอมรับการเรียกชื่อกลุ่มนี้ของตนโดยเป็นที่ยอมรับกันทั้งภายในกลุ่มและภายนอก เป็นกลุ่มที่อาจถูกละเลยและมองข้าม เพราะปะปนอยู่กับกลุ่มพวน ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ในท้องถิ่นเดียวกันที่มีจำนวนชุมชนและประชากรมากกว่า กลุ่มลาวแง้วนี้ แม้จะมีลักษณะเฉพาะทางประเพณีและวัฒนธรรมไม่โดเด่น แต่ก็ยังคงสำนึกทางชาติพันธุ์ที่เกาะเกี่ยวการรวมกลุ่มเข้าไว้ด้วยกันได้ และสืบมาจนถึงปัจจุบัน แต่สำนึกทางชาติพันธุ์ของผู้คนเชื่อสายลาวแง้ว ก็ยังคงอยู่ในรูปแบบของ ความเชื่อ โดยเฉพาะในเรื่องอำนาจเหนือธรรมชาติและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของชุมชน ภาษาและาเนียงการพูดแบบลาวแง้ว ส่วนความเคร่งเครียดในชีวิตซึ่งได้รับผลกระทบจากกระบวนการพัฒนาของรัฐและโครงสร้างที่ไม่ก่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ชาวนา สร้างภาระหนี้สินที่ไม่มีวันหลุดพ้น ทำให้เกิดการถวิลหาความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย สามารถพึ่งตนเองได้ ระลึกถึงอดีตที่งดงามในชีวิตของผู้คนและในชุมชนที่สงบสุข การรวมกลุ่มเพื่อธำรงรักษาอัตลักษณ์ของตนเองในกลุ่มของชาวลาวแง้วอาจจะฉายภาพไม่ชัดเจนนัก แต่เชื่อแน่ว่า หากมีสภาพการณ์ที่บีบรัดชุมชนลาวแง้วยิ่งขึ้นกว่าในปัจจุบันอัตลักษณ์และสำนึกทางชาติพันธุ์ก็อาจจะถูกผลิตซ้ำเพื่อสร้างอำนาจต่อรองของกลุ่มขึ้นมาใหม่และนับว่าเป็นประเด็นที่ต้องเฝ้าติดตามในอนาคต The goals and objectives of this research which priority concentrated in the area of the Western Region at Supanburi , Ratchburi Petchburi and Nakorn Pratom , are seeking for the answers of : the originality , development , physical conditions and future trend. From this study , we found the similarity of the indigenous shophouses and market places which were established over 50 years , that were influenced from the water transportation. Those shophouses and markets were developed form the floating market to study market on the bank and transferred to the permanent market in addition to timber shophouses around the market place. The majority of goods were the agricultural products and household supplies. Since 20-30 years ago , in relation to the Country Development Plan. The tromsportation network all over the country were highly developed. It influenced to the change of the mean of transportation of the indigenous market. Not only the change of the mean of transportation but it changes the whole life-cycle of the indigenous market : from the agricultural products and household supplies to various types of goods in depending to the transportation routes ; from the water bank loading place to road-side loading place : and lastly from the indigenous timber shophouses and markets to the modem brick and concrete shophouses. The future trend of preserving the indigenous shophouses is rather blind. The possibility for preserving should be occurred only in 2 condition , one on the place which the owners and the local governments understand and realize the quality and importance , and the other on the place which the location and goods have special identities which couldn’t be from other markets of the modern shopping center , such as Wat Don Wai Market , Sampran District , Nakorn Pratom.

บรรณานุกรม :
ศรีศักร วัลลิโภดม . (2546). ชุดโครงการความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคกลาง.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ศรีศักร วัลลิโภดม . 2546. "ชุดโครงการความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคกลาง".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ศรีศักร วัลลิโภดม . "ชุดโครงการความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคกลาง."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2546. Print.
ศรีศักร วัลลิโภดม . ชุดโครงการความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคกลาง. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2546.