ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

โครงการวิจัย เรื่อง ผลกระทบของภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจต่อเด็กเยาวชนและครอบครัวและความต้องการความช่วยเหลือ

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : โครงการวิจัย เรื่อง ผลกระทบของภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจต่อเด็กเยาวชนและครอบครัวและความต้องการความช่วยเหลือ
นักวิจัย : รุจา ภู่ไพบูลย์
คำค้น : ความต้องการความช่วยเหลือ , ผลกระทบของภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจ , เด็กเยาวชนและครอบครัว , โครงการวิจัย
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2548
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG4210001 , http://research.trf.or.th/node/3377
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ภาวะเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นตั้งแต่กลางปี พ.ศ.2540 มีผลทำให้เกิดภาวะว่างงานราว 1.5-2 ล้านคนในปี พ.ศ.2542 ปัญหา ที่เกิดมีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของครอบครัวและเด็ก เยาวชน ในครอบครัว ดังนั้นการศึกษาผลกระทบในเด็กและเยาวชนที่ สืบเนื่องจากการปรับตัวของครอบครัว จะช่วยในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างถูกต้องเหมาะสมในอนาคต การศึกษาวิจัยครั้ง นี้มี 2 ส่วนคือ 1) การเก็บข้อมูลเชิงปริมาณที่มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลกระทบ และปัจจัยต่าง ๆ ที่มีอิทธิพลต่อระดับการปรับตัว ของครอบครัว ที่ส่งผลกระทบต่อเด็กและเยาวชนใน 3 ด้าน ได้แก่ด้านสุขภาพ ด้านปัญหาการเรียน และด้านปัญหาพฤติกรรมการ ปรับตัว โดยใช้กรอบแนวคิดทฤษฏีครอบครัววิกฤตของแมคคับบิบและคณะ และ 2) การเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพที่อธิบายกระบวน การปรับตัวของครอบครัว ผลกระทบต่อเด็กและเยาวชน และระบุความต้องการการช่วยเหลือของครอบครัวในภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ กลุ่มตัวอย่างในการเก็บข้อมูลเชิงปริมาณ ได้แก่ผู้ว่างงาน ถูกลดเงินเดือน เลิกกิจการ ที่มีบุตรและมารายงานตัวในหน่วย งานรับความช่วยเหลือ ทั้งภาครัฐและเอกชน ทั้งประเทศ ทั้ง 4 ภูมิภาคและกรุงเทพมหานคร ใน 9 จังหวัดที่มีจำนวนผู้ตกงานสูง รวม 2,502 ครอบครัว และกลุ่มตัวอย่างในการเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพ ได้แก่ครอบครัวจำนวน 30 ครอบครัว จาก 14 จังหวัดทั่วประเทศ ผลการวิจัยจากข้อมูลเชิงปริมาณ พบว่าครอบครัวระบุว่าภาวะตกงานเป็นสาเหตุความเครียดที่สำคัญที่สุดที่มีผลกระทบ ต่อครอบครัวรุนแรงมากถึงมากที่สุด ในการวิเคราะห์เส้นทางหาความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร พบว่าปัจจัยที่มีอิทธิพลทางบวกต่อ ปัญหาการปรับตัวของครอบครัวที่แสดงออกโดยการที่สมาชิกมีภาวะซึมเศร้า ติดสารเสพติด ทะเลาะกัน ขัดแย้งกันฯ ได้แก่ปัจจัยการ ประเมินสถานการณ์ความเครียดของครอบครัว และแหล่งความเครียดของครอบครัว ตามลำดับ ซึ่งอิทธิพลของแหล่งความเครียดเป็น อิทธิพลโดยอ้อม ผ่านการประเมินสถานการณ์ของครอบครัว ส่วนปัจจัยที่มีอิทธิพลรองลงมาเป็นอิทธิพลโดยตรงทางลบ คือความเข้ม แข็งของครอบครัว และสุดท้ายแรงสนับสนุนทางสังคมมีอิทธิพลโดยตรงทางลบกับปัญหาการปรับตัวของครอบครัว สำหรับผลกระทบ ต่อเด็กวัยเรียน พบว่าจำนวนครั้งการเจ็บป่วยของบุตรเท่านั้นได้รับอิทธิพลสูงสุดทางบวกจากการประเมินสถานการณ์ของครอบครัว ซึ่งมีอิทธิพลทั้งทางตรงและทางอ้อมผ่านระดับปัญหาการปรับตัวของครอบครัว สำหรับผลกระทบด้านปัญหาพฤติกรรมและการเรียน ของบุตรนั้น พบว่าได้รับอิทธิพลจากปัจจัยต่าง ๆ โดยไม่ผ่านตัวแปรปัญหาการปรับตัวของครอบครัว โดยพบว่าปัญหาพฤติกรรมของ บุตรได้รับอิทธิพลสูงสุดทางบวกจากแหล่งความเครียดของครอบครัว และพบว่าปัญหาการเรียนของบุตรไดัรับอิทธิพลโดยตรงสูงสุด ทางบวกจากปัจจัยแห่งความเครียดและแรงสนับสนุนทางสังคมเท่า ๆ กัน ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ แสดงกระบวนการแก้ปัญหาของครอบครัวที่จะพยายามปรับภายในครอบครัว โดยให้ กระทบต่อบุตรน้อยที่สุด พบว่าครอบครัวที่รู้ตัวหรือได้รับการเตือนล่วงหน้าก่อนตกงาน จะปรับตัวได้ดีกว่ากลุ่มตกงานกระทันหัน และ พบว่ามีการปรับค่าใช้จ่ายทั้งในครอบครัวโดยรวม และค่าใช้จ่ายของบุตรด้านต่าง ๆ สำหรับความต้องการการช่วยเหลือใน 5 อันดับ แรกที่ครอบครัวต้องการ ได้แก่ 1) ต้องการทุนการศึกษาให้บุตร 2) ต้องการมีงานทำ 3) ต้องการทุนในการทำธุระกิจ 4) ต้องการให้รัฐ ควบคุมราคาสินค้า และ 5) ต้องการให้รัฐแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจให้เป็นผลสำเร็จ Economic crisis in Thailand started in mid 1997 has far gone effect resulting 1.5-2 million unemployment in 1999. It was expected that family life would be injuried and as the consequence, children and youth would got the profound effects from such crisis. Thus, there is a timely need for investigate the problem for further management of the problem. The study consisted of both quantitative and qualitative data collection and analysis. The quantitative part aimed to investigate the impacts and factors effecting family’s adaptation problem using Family Crisis Theory by McCubbin et al., which in turn, the maladaptive family or distress family would cause health problem, behavioral problem, and school performance problem in family’s offsprings. The qualitative part was an in depth interview study to explain fthe family’s process of adjustment and the imipacts on children and youth, as well as the need for assistance of the families. The samples for qualitative analysis consisted of 2,502 family members who were unemployed, pay cut, and business closed down due to the economic depression. Data was collected while they reported to the various agencies in order to apply for jobs. Data were collected in 9 provinces including Bankok, which were reported a high unemployment rate. While the samples for qualitative analysis were 30 families in 14 provinces. Data was collected at the sample’s household. The finding revealed that the unemployment was the most important cause of stress for family and it had a severe impact of family. In analyzing of the relationship between factors effecting the family and their children using Path Analysis, it was found that the perception of the crisis situation and family’s source of stress had a direct positive effects on the level of maladaptation of family the most. By which the family’s source of stress had indirect effect on the family’s level of maladaptation through the perception of the crisis situation of the family. Secondly, the family’s hardiness had direct negative effect, and thirdly, social support had direct negative effect on the family’s level of maladaption. Path analysis indicated that the family’s level of maladaptation had a direct positive effect on the child’s health as well as the effect of perception of crisis of the family. But the child’s behavioral and school performance problems were not directly effected by the family’s adaptation level. It was found that the behavioral problem was positively effected by the family’ source of stress and the school performance problem were positively effected by the family’ source of stress and the social support of the family. According to the content analysis of qualitative data, the family process of adaptation was depicted as they tried to minimized the profound impact on children and youth. For those who were warned and anticipated the unemployment were better adjusted and revitalized comparing to those who were unemployed without warning. Family showed their effort to manage the family with financial resource as well as cut on the child’s expense as needed. Finally, the families reveal their orderly needs for assistance as 1) Student scholarship or funding 2X Employment 3) Need business loan or funding 4) Government price controlling and 5) Over all resolving the economic problem by the government.

บรรณานุกรม :
รุจา ภู่ไพบูลย์ . (2548). โครงการวิจัย เรื่อง ผลกระทบของภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจต่อเด็กเยาวชนและครอบครัวและความต้องการความช่วยเหลือ.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
รุจา ภู่ไพบูลย์ . 2548. "โครงการวิจัย เรื่อง ผลกระทบของภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจต่อเด็กเยาวชนและครอบครัวและความต้องการความช่วยเหลือ".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
รุจา ภู่ไพบูลย์ . "โครงการวิจัย เรื่อง ผลกระทบของภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจต่อเด็กเยาวชนและครอบครัวและความต้องการความช่วยเหลือ."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2548. Print.
รุจา ภู่ไพบูลย์ . โครงการวิจัย เรื่อง ผลกระทบของภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจต่อเด็กเยาวชนและครอบครัวและความต้องการความช่วยเหลือ. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2548.