ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การประมาณค่าพารามิเตอร์ทางพันธุกรรมสำหรับลักษณะ ความสมบูรณ์พันธุ์ในโคลูกผสม

หน่วยงาน กรมปศุสัตว์

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การประมาณค่าพารามิเตอร์ทางพันธุกรรมสำหรับลักษณะ ความสมบูรณ์พันธุ์ในโคลูกผสม
นักวิจัย : สายัณห์ บัวบาน , มนต์ชัย ดวงจินดา , จุรีรัตน์ แสนโภชน์
คำค้น : โคนมลูกผสม , ค่าพารามิเตอร์ทางพันธุกรรม , ลักษณะความสมบูรณ์พันธุ์
หน่วยงาน : กรมปศุสัตว์
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2554
อ้างอิง : -
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประมาณค่าพารามิเตอร์ทางพันธุกรรม (ค่าอัตราพันธุกรรม ค่าอัตราซ้ำ และค่าสหสัมพันธ์) ของลักษณะความสมบูรณ์พันธุ์ที่สำคัญด้วยโมเดลตัวสัตว์แบบวิเคราะห์ทีละลักษณะและแบบวิเคราะห์ร่วมสองลักษณะทั้งโคสาวและแม่โคของประชากรโคนมลูกผสมในประเทศไทย และเปรียบเทียบค่าพารามิเตอร์ทางพันธุกรรมของลักษณะความสมบูรณ์พันธุ์ที่มีข้อมูลไม่ต่อเนื่องด้วย Threshold animal model (TAM) กับ Linear animal model (LAM) โดยใช้ข้อมูลจากฐานข้อมูลโคนมของสำนักเทคโนโลยีชีวภาพการผลิตปศุสัตว์ กรมปศุสัตว์ที่ได้รับการผสมเทียมและคลอดลูกในช่วงปี พ.ศ.2545-2558 ประกอบด้วยชุดข้อมูลความสมบูรณ์พันธุ์สำหรับวิเคราะห์ทีละลักษณะ และวิเคราะห์ร่วมสองลักษณะพร้อมกันภายในโคสาวและแม่โคจำนวน 71,515 และ 82,633 ข้อมูล (1.81ข้อมูลต่อแม่โค) ตามลำดับ และชุดข้อมูลสำหรับวิเคราะห์ร่วมสองลักษณะพร้อมกันของลักษณะเดียวกันในโคสาวและแม่โคจำนวน 148,269 ข้อมูลจากโค 50,804 ตัว ลักษณะความสมบูรณ์พันธุ์ที่ศึกษาครั้งนี้ประกอบด้วย อายุเมื่อผสมเทียมครั้งแรก (AFS) อายุเมื่อคลอดลูกครั้งแรก (AFC) ช่วงห่างจากคลอดถึงการผสมเทียมครั้งแรก (DTFS) ช่วงห่างจากการผสมเทียมครั้งแรกถึงผสมติด (DFTC) ช่วงห่างจากคลอดถึงผสมติด (DO) ช่วงห่างการคลอดลูก (CI) จำนวนครั้งการผสมเทียมต่อการผสมติด (NSPC) การผสมติดครั้งแรก (FSC) การตั้งท้องภายใน 56 วัน หลังผสมเทียมครั้งแรก (P56) และการตั้งท้องภายใน 90 วันหลังผสมเทียมครั้งแรก (P90) ผลการศึกษาพบว่าความสมบูรณ์พันธุ์ทุกลักษณะในโคสาวดีกว่าในแม่โค ค่าอัตราพันธุกรรมของลักษณะความสมบูรณ์พันธุ์ส่วนมากมีค่า 0.07 หรือน้อยกว่ายกเว้น AFS (0.18) และ AFC (0.17) สหสัมพันธ์ทางพันธุกรรมระหว่างลักษณะที่ศึกษาภายในโคสาวและแม่โคมีค่าปานกลางถึงสูง ยกเว้น AFS หรือ AFC กับลักษณะอื่นๆที่มีค่าต่ำ ชี้ให้เห็นว่าการคัดเลือกลักษณะ DFTC หรือ DO สำหรับโคสาว/แม่โคจะส่งผลทำให้ความสามารถในการผสมติดและตั้งท้องมีความก้าวหน้าทางพันธุกรรมมากที่สุด ดังนั้น DFTC หรือ DO สามารถใช้เป็นดัชนีสำหรับความสมบูรณ์พันธุ์โคสาว/แม่โคที่ดีที่สุด และร่วมกับลักษณะอื่นที่มีแตกต่างกันทางพันธุกรรม เช่น AFS (ในโคสาว) และ DTFS หรือ NSPC (ในแม่โค) ในรูปแบบของดัชนีความสมบูรณ์พันธุ์ (Fertility index) ซึ่งทำให้สามารถคัดเลือกลักษณะความสมบูรณ์พันธุ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สหสัมพันธ์ทางพันธุกรรมสำหรับลักษณะความสมบูรณ์พันธุ์เดียวกันระหว่างโคสาวและแม่โคมีค่าตั้งแต่ต่ำถึงปานกลาง และมีค่าห่างไปจาก 1 ชี้ให้เห็นว่าลักษณะความสมบูรณ์พันธุ์ในโคสาวมีความแตกต่างทางพันธุกรรมจากลักษณะความสมบูรณ์พันธุ์ในแม่โค ดังนั้นในการประเมินค่าทางพันธุกรรมจึงควรพิจารณาลักษณะความสมบูรณ์พันธุ์ในสาวและแม่โคเป็นลักษณะที่แตกต่างกันแต่มีความเกี่ยวข้องกัน

บรรณานุกรม :
สายัณห์ บัวบาน , มนต์ชัย ดวงจินดา , จุรีรัตน์ แสนโภชน์ . (2554). การประมาณค่าพารามิเตอร์ทางพันธุกรรมสำหรับลักษณะ ความสมบูรณ์พันธุ์ในโคลูกผสม.
    กรุงเทพมหานคร : กรมปศุสัตว์.
สายัณห์ บัวบาน , มนต์ชัย ดวงจินดา , จุรีรัตน์ แสนโภชน์ . 2554. "การประมาณค่าพารามิเตอร์ทางพันธุกรรมสำหรับลักษณะ ความสมบูรณ์พันธุ์ในโคลูกผสม".
    กรุงเทพมหานคร : กรมปศุสัตว์.
สายัณห์ บัวบาน , มนต์ชัย ดวงจินดา , จุรีรัตน์ แสนโภชน์ . "การประมาณค่าพารามิเตอร์ทางพันธุกรรมสำหรับลักษณะ ความสมบูรณ์พันธุ์ในโคลูกผสม."
    กรุงเทพมหานคร : กรมปศุสัตว์, 2554. Print.
สายัณห์ บัวบาน , มนต์ชัย ดวงจินดา , จุรีรัตน์ แสนโภชน์ . การประมาณค่าพารามิเตอร์ทางพันธุกรรมสำหรับลักษณะ ความสมบูรณ์พันธุ์ในโคลูกผสม. กรุงเทพมหานคร : กรมปศุสัตว์; 2554.