ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

เทคโนโลยีการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวในพื้นที่ปลูกข้าวที่สำคัญของประเทศ

หน่วยงาน กรมการข้าว

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : เทคโนโลยีการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวในพื้นที่ปลูกข้าวที่สำคัญของประเทศ
นักวิจัย : กิ่งแก้ว คุณเขต , นิตยา รื่นสุข , ประนอม มงคลบรรจง , สำเริง แซ่ตัน , เลิศเกียรติ ชูสิริ , อวยชัย บุญญานุพงศ์ , เพชรี เซ่งซิ้ม , เฉลิมชาติ ฤาไชยคาม , กษิณ ขำเลขะสิงห์ , สำราญ อินแถลง , สมโรจน์ ประกอบบุญ , ชวนชม ดีรัศมี , บุญดิษฐ์ วรินทร์รักษ์ , สมหมาย เลิศนา
คำค้น : production technology , rice yield improvement , major rice growing area , irrigated area , rainfed area
หน่วยงาน : กรมการข้าว
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2556
อ้างอิง : -
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ประเทศไทยมีพื้นที่ทำนาหลายลักษณะ ในพื้นที่ชลประทานภาคกลางมีการทำนาต่อเนื่องพื้นที่อาศัยน้ำฝน เป็นพื้นที่นาส่วนใหญ่ของประเทศ และอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนภาคใต้มีพื้นที่ปลูกข้าวไม่มากนัก แต่มีทั้งนาชลประทานและนาน้ำฝน การศึกษาเทคโนโลยีการผลิตที่เหมาะสมในพื้นที่ปลูกข้าวที่สำคัญ ดำเนินการ พ.ศ. 2554-2556 โดยในพื้นที่ชลประทานภาคกลาง ศึกษาระบบการทำนา 2 ครั้งต่อปี และ 3 ครั้ง/ปี ในนาเกษตรกรอำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี และแปลงนาทดลองที่ศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี ด้วยการใช้ข้าวพันธุ์เดียวตลอดปี หรือเปลี่ยนพันธุ์ข้าวทุกฤดู และ เปลี่ยนพันธุ์ข้าวทุกฤดูโดยมีข้าวอายุสั้นร่วมระบบ พบว่า ระบบการปลูกข้าว 2 ครั้ง/ปี ให้ผลผลิตและรายได้รวมต่อปีต่ำกว่าระบบการปลูก 3 ครั้ง/ปี แต่ให้กำไรรวมต่อปีสูงกว่าระบบการปลูก 3 ครั้ง/ปี ไม่ว่าจะใช้ข้าวพันธุ์เดียวกันตลอดปี หรือมีการเปลี่ยนพันธุ์ข้าวทุกฤดูหรือแม้แต่มีการใช้ข้าวอายุสั้นร่วมระบบ สำหรับพื้นที่นาลุ่มทุ่งสัมฤทธิ์ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีปัญหาดินเค็ม และน้ำท่วมในฤดูปลูกข้าว การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวในพื้นที่นี้ ด้วยการจำแนกพื้นที่ ศึกษาพันธุ์และเทคโนโลยีการผลิตข้าวที่เหมาะสม พบว่าข้าวพันธุ์พิษณุโลก 3 ให้ผลผลิตสูง ไม่แตกต่างจากพันธุ์ขาวปากหม้อ 148 กข45 และ ขาวดอกมะลิ 105 และจากการศึกษาวันปลูกที่เหมาะสมก่อนน้ำท่วมและหลังน้ำลด พบว่า ก่อนน้ำท่วม ข้าวพันธุ์ชัยนาท 1 และ กข43 เมื่อปลูก วันที่ 7 เมษายน 2555 ให้ผลผลิตสูงกว่าเมื่อปลูก 15 มีนาคม และ 4 พฤษภาคม 2555 หลังน้ำลด ปลูกวันที่ 10 มกราคม 2555 ให้ผลผลิตสูงกว่าเมื่อปลูก 10 ธันวาคม 2554 และ 4 กุมภาพันธ์ 2555 การขังน้ำ 5-15 ซม. ช่วยลดระดับความเค็ม ลดความเป็นกรดของดิน รวมทั้งทำให้ต้นข้าวระยะกล้า มีการเจริญเติบโตได้ดีขึ้น นอกจากนี้ พบว่า การปล่อยเป็ดไล่ทุ่ง จำนวน 25 ตัว/พื้นที่ 200 ตร.ม ระยะเวลา 3 วัน ช่วยควบคุมประชากรหอยเชอรี่ ในนาลุ่มระยะกล้า ได้ดีกว่าการใช้กากชา อัตรา 3 กิโลกรัมต่อไร่ ส่วนการผลิตข้าวในภาคใต้ ซึ่งยังมีผลผลิตเฉลี่ยที่ต่ำกว่าภาคอื่นๆ สาเหตุหนึ่งเนื่องมาจากมีการใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ค่อนข้างน้อย การพัฒนาและทดสอบเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุนการผลิตข้าวในพื้นที่นี้ สองปีแรกเป็นการทดลองเพื่อคัดเลือกเทคโนโลยีที่ดีที่สุด ภายในศูนย์วิจัยข้าวพัทลุง เพื่อพัฒนาสู่แปลงนาเกษตรกร จังหวัดพัทลุง และจังหวัดสงขลาในปีที่สาม ผลการทดสอบภายในศูนย์วิจัยข้าวพัทลุง ด้านอัตราเมล็ดพันธุ์ พบว่า พันธุ์ข้าวที่ไม่ไวต่อช่วงแสงจะให้ผลผลิตสูงสุดที่อัตรา 20 กิโลกรัมต่อไร่ และพันธุ์ข้าวที่ให้ผลผลิตสูง คือ พันธุ์ปทุมธานี 1 และกข37 ส่วนพันธุ์ข้าวที่ไวต่อช่วงแสง อัตราเมล็ดพันธุ์ 15 กิโลกรัมต่อไร่ ให้ผลผลิตสูงสุดในพันธุ์ข้าวเฉี้ยงพัทลุง และสังข์หยดพัทลุง สำหรับการปลูกแบบหว่านแห้ง อัตราเมล็ดพันธุ์ 20 กิโลกรัมต่อไร่ ให้ผลผลิตสูงสุดในข้าวพันธุ์เล็บนกปัตตานี และสังข์หยดพัทลุง สำหรับระยะปลูกในพันธุ์ข้าวไม่ไวต่อช่วงแสง พบว่า ระยะปักดำที่ 20x20 เซนติเมตร ให้ผลผลิตสูงสุด และพันธุ์ข้าวที่ให้ผลผลิตสูง คือ พิษณุโลก 2 และปทุมธานี 1 ส่วนพันธุ์ข้าวที่ไวต่อช่วงแสง ระยะปักดำที่ 25x25 เซนติเมตร ให้ผลผลิตสูงในพันธุ์ข้าวสังข์หยดพัทลุง ส่วนด้านการลดต้นทุนการผลิตด้านการใช้ปุ๋ย พบว่า การใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน ช่วยลดต้นทุนการผลิตข้าวได้ 318-750 บาทต่อไร่ จากการใช้ปุ๋ยของเกษตรกรซึ่งมีต้นทุนการใช้ปุ๋ย 936-1,368 บาทต่อไร่ คำสำคัญ : ระบบการปลูกข้าว เขตชลประทาน พันธุ์ข้าว ผลผลิตรวม ผลกำไรรวม รายได้รวม ผลผลิตข้าว หว่าน ปักดำ ระยะปักดำ พันธุ์ที่ไวต่อช่วงแสง พันธุ์ที่ไม่ไวต่อช่วงแสง

บรรณานุกรม :