ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การวิจัยและพัฒนาการจัดการแมลงและสัตว์ศัตรูข้าวที่สำคัญ

หน่วยงาน กรมการข้าว

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การวิจัยและพัฒนาการจัดการแมลงและสัตว์ศัตรูข้าวที่สำคัญ
นักวิจัย : วันทนา ศรีรัตนศักดิ์
คำค้น : แหล่งพันธุกรรมต้านทาน , กลไกการต้านทาน , แมลงศัตรูข้าว , การป้องกันกำจัด , เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล , เพลี้ยกระโดดหลังขาว , แมลงบั่ว , หนอนห่อใบข้าว , แมลงหล่า , หอยเชอรี่ , สารสกัดจากพืช
หน่วยงาน : กรมการข้าว
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2553
อ้างอิง : -
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษาวิจัยหาเทคโนโลยีในการป้องกันกำจัดแมลงและสัตว์ศัตรูข้าว ระหว่างปี 2551-2553 ผลจากการศึกษาสรุปได้ว่า เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล (Nilaparvata lugens St?l) ที่เก็บรวบรวมใน 16 จังหวัด ในภาคกลางและภาคเหนือตอนล่าง จำนวน 81 กลุ่มประชากร (อำเภอ) เพลี้ยกระโดดหลังขาว (Sogatella furcifera Hovarth) จากจำนวน 28 อำเภอ ใน 10 จังหวัด ในภาคกลางและภาคเหนือตอนบน และแมลงบั่ว (Orseoria oryzae Wood-Mason) จาก 8 จังหวัด ในภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มาทดสอบปฏิกิริยาความรุนแรงในการทำลายพันธุ์ข้าวที่มียีนต้านทาน และพันธุ์รับรอง โดยวิธี seedbox screening test และประเมินปฏิกิริยาความรุนแรงในการทำลายตาม Standard Evaluation System ของสถาบันวิจัยข้าวนานาชาติ (IRRI) สามารถแบ่งกลุ่มเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลตามปฏิกิริยาความรุนแรงในการทำลายพันธุ์ข้าวที่มียีนต้านทาน bph1, bph2, bph3, bph4, bph5, bph6, bph7, bph8, bph9 และ bph10 ที่ค่าสัมประสิทธิ์ความเหมือน 0.87 ได้ 11 กลุ่ม และแบ่งกลุ่มตามปฏิกิริยาความรุนแรงในการทำลายข้าวพันธุ์รับรอง คือ ปทุมธานี 1 ชัยนาท 1 สุพรรณบุรี 1 สุพรรณบุรี 3 สุพรรณบุรี 90 พิษณุโลก 2 กข31 กข29 กข23 และ กข7 ที่ค่าสัมประสิทธิ์ความเหมือน 0.84 ได้ 20 กลุ่ม เพลี้ยกระโดดหลังขาวแบ่งกลุ่มตามปฏิกิริยาความรุนแรงในการทำลายพันธุ์ข้าวที่มียีนต้านทาน Wbph1, Wbph2, Wbph3, Wbph5 และ Ptb33 ได้ 6 กลุ่ม และแบ่งกลุ่มตามปฏิกิริยาความรุนแรงในการทำลายข้าวพันธุ์รับรองได้ 8 กลุ่ม แมลงบั่วแบ่งกลุ่มตามปฏิกิริยาความรุนแรงในการทำลายพันธุ์ข้าว กข1 กข4 กข6 กข9 เหมยนอง 62 เอ็ม และ W1263 (Gm1) ได้ 3 กลุ่ม การประเมินหาพันธุกรรมต้านทานเพลี้ยกระโดดแต่ละกลุ่มประชากรต่อพันธุ์ข้าวพื้นเมือง และข้าวป่าจากธนาคารเชื้อพันธุ์ และพันธุ์ข้าวจากโครงการร่วมมือระหว่างไทยกับ IRRI (INGER) พบมีเชื้อพันธุ์ที่แสดงปฏิกิริยาต้านทานถึงค่อนข้างต้านทานต่อประชากรเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล จากจังหวัดพิษณุโลก พิจิตร สุพรรณบุรี และนครปฐม ได้แก่ Rathu Heenati (Acc11730), BG367-2, Sinna Sivappa (Acc15444), VELLUTHACHEERA, IR76489-12-3-3-1-3, IR74286-55-2-3-2-3 และ IR80381-73-1-2-2 พันธุ์พื้นเมืองจากธนาคารเชื้อพันธุ์ จำนวน 1,200 พันธุ์ แสดงปฏิกิริยาระดับต้านทานต่อประชากรจังหวัดอยุธยา จำนวน 11 พันธุ์ และค่อนข้างต้านทาน 21 พันธุ์ และข้าวป่าแสดงปฏิกิริยาค่อนข้างต้านทาน 1 ตัวอย่าง แสดงปฏิกิริยาต้านทานสูงต่อประชากรเพลี้ยกระโดดหลังขาวจำนวน 29 พันธุ์ ต้านทานจำนวน 73 พันธุ์ ค่อนข้างต้านทาน จำนวน 192 พันธุ์ แสดงปฏิกิริยาต้านทานต่อประชากรแมลงบั่ว จำนวน 5 สายพันธุ์ ได้แก่ สายพันธุ์ PSBRC NO.44, PTB10, AGANNI, ARC 10239 และ ARC 5984 ข้าวป่าจำนวน 80 ตัวอย่าง แสดงปฏิกิริยาต้านทานสูงต่อแมลงบั่ว 1 ตัวอย่าง และต้านทานจำนวน 38 ตัวอย่าง เทคโนโลยีในการป้องกันกำจัดแมลงศัตรูข้าวที่สำคัญ เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล (Nilaparvata lugens St?l) พบว่าในสภาพที่มีการระบาดรุนแรงสารที่มีประสิทธิภาพในการควบคุมประชากรแมลงและรักษาผลผลิตข้าวได้กว่า 100 กิโลกรัม/ไร่ คือ สาร ethiprole และ ethofenprox ส่วนสารที่ไม่มีประสิทธิภาพ คือ สาร clothianidin และ imidacloprid เพลี้ยไฟข้าว (Stenchaetothrip biformis Bagnall) หากพบการทำลายไม่เกินระดับเศรษฐกิจ การใช้สารเคมีป้องกันกำจัดสามารถลดการทำลายได้ไม่แตกต่างจากการพ่นด้วยน้ำ และการทำลายของเพลี้ยไฟจะลดลงเมื่อข้าวมีอายุเพิ่มขึ้น แมลงหล่า (Scotinophara coarctata Fabricius) สามารถขยายพันธุ์ได้มากที่สุดในข้าวพันธุ์พิษณุโลก 2 และขยายพันธุ์ได้น้อยที่สุดในพันธุ์สุพรรณบุรี 1 เปรียบเทียบกับพันธุ์ ปทุมธานี 1 และชัยนาท 1 และสารที่มีประสิทธิภาพควบคุมแมลงหล่าในสภาพนาข้าวที่มีประชากรต่ำกว่าระดับเศรษฐกิจ ได้แก่ สาร ethiprole (Curbix 10%SC) อัตรา 40 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร และสาร clothianidin (Dantosu 16%SG) อัตรา 6 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร แมลงสิง (Leptocorisa oratorious Fabricius) การใช้สารไม่มีความจำเป็น เนื่องจากมีประสิทธิภาพเพียง 1-5 วันเท่านั้น และเชื้อราบิวเวอเรียสามารถใช้ทดแทนสารเคมีได้ ในสภาพที่ประชากรแมลงต่ำกว่าระดับเศรษฐกิจ แมลงบั่ว (Orseolia oryzae Wood-Mason) การใช้สารเคมี เชื้อ Bt และสารประกอบซิลิกา ไม่มีประสิทธิภาพในการป้องกันกำจัดแมลงบั่ว ผลกระทบของสารป้องกันกำจัดแมลง พบว่าโดยทั่วไป สาร ethiprole, clothianidin, dinotefuran และ thiamethoxam ไม่เป็นอันตรายถึงอันตรายปานกลางต่อแมงมุม มวนเขียวดูดไข่ (Cyrtorhinus lividipennis) ตัวห้ำ แตนเบียนไข่เพลี้ยจักจั่นและเพลี้ยกระโดด และแตนเบียนหนอนห่อใบข้าว ส่วนผลกระทบต่อความหลากชนิดของศัตรูธรรมชาติในนาข้าว พบว่า ค่าดัชนีความหลากชนิดของศัตรูธรรมชาติในฤดูนาปีมีค่าสูงกว่าในฤดูนาปรัง และแปลงที่มีการใช้สาร ethiprole และ bensultap มีความหลากชนิดของศัตรูธรรมชาติลดลงจากแปลงไม่ใช้สาร 6.71-27.59 และ 1.34-16.55 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ การทดสอบประสิทธิภาพของสาร พบว่า สาร dinotefuran และ ethiprole มีประสิทธิภาพในการป้องกันกำจัดเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลสูงกว่าสารชนิดอื่น

บรรณานุกรม :
วันทนา ศรีรัตนศักดิ์ . (2553). การวิจัยและพัฒนาการจัดการแมลงและสัตว์ศัตรูข้าวที่สำคัญ.
    กรุงเทพมหานคร : กรมการข้าว.
วันทนา ศรีรัตนศักดิ์ . 2553. "การวิจัยและพัฒนาการจัดการแมลงและสัตว์ศัตรูข้าวที่สำคัญ".
    กรุงเทพมหานคร : กรมการข้าว.
วันทนา ศรีรัตนศักดิ์ . "การวิจัยและพัฒนาการจัดการแมลงและสัตว์ศัตรูข้าวที่สำคัญ."
    กรุงเทพมหานคร : กรมการข้าว, 2553. Print.
วันทนา ศรีรัตนศักดิ์ . การวิจัยและพัฒนาการจัดการแมลงและสัตว์ศัตรูข้าวที่สำคัญ. กรุงเทพมหานคร : กรมการข้าว; 2553.