ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

แนวทางการพิจารณาคดีความผิดทางแพ่งและทางอาญาของผู้ประกอบวิชาชีพเฉพาะ ศึกษากรณีวิชาชีพทนายความและวิชาชีพแพทย์

หน่วยงาน สำนักงานศาลยุติธรรม สถาบันวิจัยและพัฒนารพีพัฒนศักดิ์

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : แนวทางการพิจารณาคดีความผิดทางแพ่งและทางอาญาของผู้ประกอบวิชาชีพเฉพาะ ศึกษากรณีวิชาชีพทนายความและวิชาชีพแพทย์
นักวิจัย : ธีระ ศรีธรรมรักษ์ , ภูมิ โชคเหมาะ , สุธี อยู่สถาพร , รุ่งรัตนา เจริญจิตต์ , นิสิต อินทมโน , ธนกฤต วรธนัชชากุล , วิไลพรรณ เจสะวะ , พฤทธิภูมิ พลอยงาม , กัลยา มะโนนึก , สมศักดิ์ หงษ์ใจ , รัชนี ดะนุดิษฐ์
คำค้น : การพิจารณาคดี , ความผิดทางแพ่ง , ความผิดทางอาญา , ทนายความ , แพทย์
หน่วยงาน : สำนักงานศาลยุติธรรม สถาบันวิจัยและพัฒนารพีพัฒนศักดิ์
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2557
อ้างอิง : -
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษาวิจัยครั้งนี้เป็นการศึกษาทั้งในเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) โดยศึกษาวิจัยเอกสาร (Documentary Research) และการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) จากการวิจัยภาคสนาม (Field Research) ด้วยการสัมภาษณ์เจาะลึก (In-depth Interview) และการใช้แบบสอบถาม (Questionnaire) บุคลากรซึ่งเกี่ยวข้อง จำนวน 6 กลุ่ม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความหมายของวิชาชีพ แนวคิดและมาตรการทางกฎหมาย ตลอดจนศึกษาวิเคราะห์และเสนอแนะมาตรการทางกฎหมายที่เหมาะสมเพื่อใช้เป็นแนวทางในการพิจารณาคดีความผิดทางแพ่งและทางอาญาของผู้ประกอบวิชาชีพทนายความและผู้ประกอบวิชาชีพแพทย์ โดยศึกษาวิจัยข้อมูลของประเทศไทย เปรียบเทียบกับต่างประเทศ ประกอบด้วยประเทศที่ใช้ระบบกฎหมายจารีตประเพณี ได้แก่ สหรัฐอเมริกา และสหราชอาณาจักร (อังกฤษ) และประเทศที่ใช้ระบบกฎหมายลายลักษณ์อักษร ได้แก่ สาธารณรัฐฝรั่งเศส และสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ผลการศึกษาพบว่าในแง่ความหมายคำว่า วิชาชีพ มาจากคำว่า Profession อันเป็นภาษาลาตินหมายถึงในแง่ที่ว่าเป็น งานที่คนอุทิศตนไปตลอดชีวิต และมีนัยเกิดขึ้นตามมาซึ่งเกือบทุกประเทศมีความเข้าใจค่อนข้างสอดคล้องกันว่าคำว่า วิชาชีพ (Profession/Vocation/Beruf) หมายถึงอาชีพที่มีลักษณะเป็นผู้มีความรู้ชั้นสูงที่จะต้องผ่านการศึกษาอบรมเป็นเวลาหลายปีจนมี ความรู้ความชำนาญ และเป็นอาชีพที่เป็นหมู่คณะ มีขนบธรรมเนียมและจรรยาบรรณของตนโดยเฉพาะ แต่บทบาทหน้าที่และการปฏิบัติงานของผู้ประกอบวิชาชีพทั้งสองต่างก็มีผลกระทบต่อ ประชาชนผู้รับบริการและต่อสังคมโดยรวม จึงมีการออกกฎหมายเฉพาะโดยมีหลักการและวัตถุประสงค์ในการควบคุมการประกอบวิชาชีพโดยการจัดตั้งองค์กรวิชาชีพ กำหนดมาตรฐานและจริยธรรมวิชาชีพ กำหนดคุณสมบัติผู้ประกอบวิชาชีพต้องได้รับการฝึกอบรม มีความรู้ในวิชาชีพอย่างเป็นระบบ และได้มีการขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ คือการประกอบวิชาชีพของทนายความ มีพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2528 กำหนดให้สภาทนายความเป็นองค์กรวิชาชีพและการประกอบวิชาชีพของแพทย์มีพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2525 กำหนดให้แพทยสภา เป็นองค์กรวิชาชีพ ทั้งนี้ ในการประกอบวิชาชีพของทนายความและแพทย์หากเกิดความเสียหายต่อประชาชนผู้รับบริการ นอกจากต้องมีความผิดตามกฎหมายการประกอบวิชาชีพแล้ว อาจต้องมี ความผิดในทางแพ่งและหรือทางอาญาอีกด้วย หากมีการกระทำผิดเข้าเงื่อนไขและองค์ประกอบของกฎหมายแพ่งและกฎหมายอาญา ในการพิจารณาคดีความผิดเกี่ยวกับกฎหมายวิชาชีพของ ทนายความและแพทย์นั้น องค์กรวิชาชีพทั้งของไทยและต่างประเทศจะมีแนวทางและมาตรการที่ค่อนข้างสอดคล้องกันคือการใช้กระบวนการมาตรฐานทางจริยธรรมวิชาชีพ โดยอาศัยกฎระเบียบ ข้อบังคับองค์กร เพื่อดำเนินกระบวนการสอบสวนและการลงโทษภายในองค์กร โดยมีโทษตั้งแต่ขั้นตักเตือน ภาคทัณฑ์ พักการใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพตามระยะเวลาที่กำหนด และเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ตามความหนักเบาแห่งคดี ในกรณีมาตรฐานวิชาชีพของทั้งสองวิชาชีพ พบว่า ยังมีปัญหาและข้อจำกัดในบางประเด็น เช่น การกำหนดคุณสมบัติผู้ประกอบวิชาชีพไว้ค่อนข้างต่ำ การกำหนดใบอนุญาตประกอบวิชาชีพตลอดชีวิต การไม่มีระบบการตรวจสอบ ติดตามประเมินผลและระบบการศึกษาต่อเนื่องแล้ว ในส่วนของกระบวนการพิจารณาคดีจริยธรรมวิชาชีพทั้งทนายความและแพทย์ยังมีปัญหาในประเด็นความโปร่งใส ความเป็นกลาง การกำหนดระยะเวลาสอบสวน ตลอด จนถึงประเด็นเรื่องสิทธิในการอุทธรณ์ภายในของฝ่ายปกครอง ในการพิจารณาคดีความผิดทางแพ่งของผู้ประกอบวิชาชีพทนายความและแพทย์นั้น กระบวนการพิจารณาคดีความผิดทางแพ่ง เป็นไปตามบทบัญญัติของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง แต่โดยที่ได้มีคำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์กำหนดให้การฟ้องคดีที่เกี่ยวกับค่าว่าจ้างทนายความและการฟ้องคดีเกี่ยวกับการบริการทางการแพทย์หรือสาธารณสุข ถือเป็นคดีผู้บริโภค จึงต้องถือปฏิบัติตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 ที่มีหลักการแตกต่างจากประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งหลายประการ เช่น การยื่นคำฟ้องหรือคำให้การคู่ความอาจกระทำด้วยวาจาได้ การยกเว้นค่าฤชาธรรมเนียมให้แก่ผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภค ภาระการพิสูจน์ (Burden of Proof) ที่ใช้หลัก Res Ipta Loquitur โดยผลักภาระการพิสูจน์ข้อเท็จจริงที่อยู่ในความรู้เห็น โดยเฉพาะของผู้ประกอบธุรกิจให้ตกแก่ผู้ประกอบธุรกิจ รวมทั้งการให้ศาลมีบทบาทเชิงรุกในการนำระบบการไต่สวน (Inquisitorial System) มาใช้ในการพิจารณาคดี โดยให้อำนาจศาลในการพิจารณาค้นหาความจริงเพื่อนำมาวินิจฉัยและตัดสินคดี โดยศาลมีอำนาจเรียกพยานหลักฐานมาสืบได้เองตามที่เห็นสมควร ศาลเป็นผู้ซักถามพยานเอง คู่ความหรือทนายความจะซักถามพยานได้ต่อเมื่อศาลอนุญาต สภาพปัญหาอันเกิดขึ้นจาก การพิจารณาคดีความผิดทางแพ่ง โดยเฉพาะสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นในคดีแพทย์คือ ในการพิจารณาคดีศาลยังไม่มีบทบาทในเชิงรุกมากนัก โดยยังไม่ได้นำระบบการพิจารณาคดีแบบไต่สวนมาใช้อย่างเต็มรูปแบบ เพราะความเคยชินกับระบบกล่าวหาแบบเดิมที่ให้คู่ความทั้งสองฝ่ายได้นำเสนอพยานหลักฐานของตนให้ศาลเป็นผู้พิจารณา จำนวนคดีผู้บริโภคที่มาสู่ศาลต่าง ๆ มีจำนวนคดี ค่อนข้างมาก ตลอดจนปัญหาในการพิจารณามาตรฐานวิชาชีพของแพทย์และการรับฟังพยานผู้เชี่ยวชาญทางด้านการแพทย์ โดย ศาลไทยยังมีข้อจำกัดในการรับฟังพยานผู้เชี่ยวชาญทั้งในเรื่องของความเชื่อถือ มาตรฐานหรือระดับความเชี่ยวชาญตลอดจนความเป็นกลางในการให้ความเห็น ในขณะที่สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร (อังกฤษ) สาธารณรัฐฝรั่งเศสและสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีได้ ให้ความสำคัญกับพยานผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์เป็นอย่างมาก โดยพยานผู้เชี่ยวชาญมีหน้าที่ในการให้รายละเอียดและความเห็นในข้อเท็จจริงของรูปคดีต่อศาล นอกจากนั้นยังมีปัญหาในส่วนของการกำหนดค่าเสียหายทางแพ่งของศาลซึ่งไม่มีการ กำหนดหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนแน่นอน สำหรับการพิจารณาคดีความผิดทางอาญาของทนายความและแพทย์นั้น กระบวนการพิจารณาคดีอาญาเป็นไปตามบทบัญญัติของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาที่ใช้ระบบกล่าวหา ยึดถือหลักการดำเนินคดีอาญาตามหลักภาระการพิสูจน์ (Burden of Proof) หลักการพิสูจน์จนสิ้นสงสัย (Prove beyond a reasonable doubt) โดยอาศัยพยานผู้เชี่ยวชาญทางแพทย์ อีกทั้งการยอมรับหลักการว่าด้วยเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างการกระทำและผล (Causation) โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับคดีทุรเวชปฏิบัติทางการแพทย์ (Medical Malpractice) มีปัญหาในเรื่องภาระการพิสูจน์ที่ตกแก่ผู้เสียหายเป็นหลัก ปัญหาในการหาและเข้าถึงพยานหลักฐาน โดยเฉพาะเรื่องมาตรฐานวิชาชีพ และเวชระเบียน (Medical Record) ที่ไม่มีกฎหมายกำหนดชัดเจน ตลอดจนความไม่เชื่อถือในพยานผู้เชี่ยวชาญจากสภาวิชาชีพ การชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานที่ต้องเป็นการกระทำให้เกิดความเสียหายโดยชัดแจ้ง และโดยเฉพาะคดีที่เกี่ยวกับการกระทำโดยประมาทของแพทย์ซึ่งกฎหมายไทยใช้หลักความประมาทเลินเล่อในทางแพ่ง (Negligence) ในขณะที่ สหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร (อังกฤษ) การกระทำของแพทย์ที่จะเป็นความผิดทางอาญา ต้องเป็นการกระทำโดยเจตนาหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง (Gross Negligence) โดยมีเจตนาร้าย (Mens Rea) เท่านั้น คณะผู้วิจัยจึงมีข้อเสนอแนะแนวทางและมาตรการแก้ไขปัญหาด้านการพิจารณาคดีความผิดตามกฎหมายวิชาชีพ ของทั้งสองวิชาชีพ โดยปรับปรุงมาตรฐานวิชาชีพให้มีความชัดเจน ปรับปรุง คุณสมบัติด้านอายุของผู้ประกอบวิชาชีพ และระบบการติดตามประเมินผล การศึกษาต่อเนื่องให้มีความเหมาะสม จัดให้มีระบบฐานข้อมูลกลางของผู้ประกอบวิชาชีพ ปรับปรุงกระบวนการสอบสวนคดี จริยธรรมให้มีความชัดเจน เป็นธรรมและสอดคล้องกับหลักการของกฎหมายวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองและปรับปรุงโดยให้มีการเพิ่มโทษปรับทางปกครอง เพื่อความเหมาะสมในระดับของการลงโทษ และให้มีการจัดตั้งกองทุนเยียวยาความเสียหายเบื้องต้นให้กับผู้ได้รับความเสียหายจากการประกอบวิชาชีพ โดยในการพิจารณาคดีความผิดทางแพ่ง ของผู้ประกอบวิชาชีพทนายความ สมควรนำกฎหมายวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภคมาใช้กับคดีบริการของวิชาชีพทนายความด้วย เพราะจะทำให้เกิดความ เป็นธรรมต่อประชาชนหรือลูกความผู้เสียหาย เนื่องจากมีความสะดวก ประหยัด รวดเร็ว ภาระในการพิสูจน์ข้อเท็จจริงเป็นของทนายความผู้ประกอบธุรกิจบริการ สำหรับวิชาชีพแพทย์ ในการนำระบบไต่สวนมาใช้ในการพิจารณาคดีที่เกี่ยวกับการบริการทางการแพทย์ สมควรให้ศาลปรับปรุงระบบการพิจารณาคดีในเชิงรุกให้มากขึ้น มีบทบาทในการเป็นผู้แสวงหาข้อเท็จจริงมากขึ้น โดยเฉพาะ ข้อเท็จจริงที่เป็นความเห็นทางการแพทย์หรือเกี่ยวกับมาตรฐานวิชาชีพ ให้มีการรับฟังพยานผู้เชี่ยวชาญที่ศาลแต่งตั้งและขึ้นบัญชีเป็นพยานผู้เชี่ยวชาญของศาล ซึ่งผ่านความเห็นชอบร่วมกันกับ แพทยสภาและราชวิทยาลัยในแต่ละสาขา เพื่อให้ได้ผู้เชี่ยวชาญซึ่งมีความรู้และมีมาตรฐานวิชาชีพที่แท้จริง ตลอดจนนำระบบการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภคมาใช้สำหรับคดีแพทย์ทุกคดี นอกจากนั้น คณะผู้วิจัยเห็นด้วยกับความเห็นที่ว่าคดีบริการทางการแพทย์มีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างจากคดีผู้บริโภคทั่วไป ดังนั้น จึงอาจจำเป็นต้องมีมาตรการ หรือวิธีพิจารณาคดีที่แตกต่างไปจากคดีผู้บริโภคในบางประเด็น เช่น การกำหนดอายุความ การกำหนดมาตรการในการกลั่นกรองคดี การฟ้องแพทย์ การกำหนดระยะเวลาในการนัดพิจารณา ให้มีความ เหมาะสมและเป็นธรรม เป็นต้น โดยมีลักษณะของวิธีพิจารณาที่สร้างความเป็นธรรมให้กับคู่กรณี คือ ประชาชนผู้เสียหาย และผู้ประกอบวิชาชีพแพทย์ โดยคำนึงถึงหน้าที่และเกียรติภูมิ ในการประกอบวิชาชีพ และสำหรับวิธีพิจารณาความผิดทางอาญา ในส่วนของวิชาชีพทนายความ ควรกำหนดให้มีการไต่สวนในคดีละเมิดอำนาจศาลทุกกรณี และในส่วนของวิชาชีพแพทย์ ควรปรับปรุงหลักความรับผิดโดยประมาทให้การกระทำของแพทย์ที่จะเป็นความผิดทางอาญา ต้องเป็นการกระทำโดยเจตนาหรือ ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงเท่านั้น

บรรณานุกรม :
ธีระ ศรีธรรมรักษ์ , ภูมิ โชคเหมาะ , สุธี อยู่สถาพร , รุ่งรัตนา เจริญจิตต์ , นิสิต อินทมโน , ธนกฤต วรธนัชชากุล , วิไลพรรณ เจสะวะ , พฤทธิภูมิ พลอยงาม , กัลยา มะโนนึก , สมศักดิ์ หงษ์ใจ , รัชนี ดะนุดิษฐ์ . (2557). แนวทางการพิจารณาคดีความผิดทางแพ่งและทางอาญาของผู้ประกอบวิชาชีพเฉพาะ ศึกษากรณีวิชาชีพทนายความและวิชาชีพแพทย์.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานศาลยุติธรรม สถาบันวิจัยและพัฒนารพีพัฒนศักดิ์ .
ธีระ ศรีธรรมรักษ์ , ภูมิ โชคเหมาะ , สุธี อยู่สถาพร , รุ่งรัตนา เจริญจิตต์ , นิสิต อินทมโน , ธนกฤต วรธนัชชากุล , วิไลพรรณ เจสะวะ , พฤทธิภูมิ พลอยงาม , กัลยา มะโนนึก , สมศักดิ์ หงษ์ใจ , รัชนี ดะนุดิษฐ์ . 2557. "แนวทางการพิจารณาคดีความผิดทางแพ่งและทางอาญาของผู้ประกอบวิชาชีพเฉพาะ ศึกษากรณีวิชาชีพทนายความและวิชาชีพแพทย์".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานศาลยุติธรรม สถาบันวิจัยและพัฒนารพีพัฒนศักดิ์ .
ธีระ ศรีธรรมรักษ์ , ภูมิ โชคเหมาะ , สุธี อยู่สถาพร , รุ่งรัตนา เจริญจิตต์ , นิสิต อินทมโน , ธนกฤต วรธนัชชากุล , วิไลพรรณ เจสะวะ , พฤทธิภูมิ พลอยงาม , กัลยา มะโนนึก , สมศักดิ์ หงษ์ใจ , รัชนี ดะนุดิษฐ์ . "แนวทางการพิจารณาคดีความผิดทางแพ่งและทางอาญาของผู้ประกอบวิชาชีพเฉพาะ ศึกษากรณีวิชาชีพทนายความและวิชาชีพแพทย์."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานศาลยุติธรรม สถาบันวิจัยและพัฒนารพีพัฒนศักดิ์ , 2557. Print.
ธีระ ศรีธรรมรักษ์ , ภูมิ โชคเหมาะ , สุธี อยู่สถาพร , รุ่งรัตนา เจริญจิตต์ , นิสิต อินทมโน , ธนกฤต วรธนัชชากุล , วิไลพรรณ เจสะวะ , พฤทธิภูมิ พลอยงาม , กัลยา มะโนนึก , สมศักดิ์ หงษ์ใจ , รัชนี ดะนุดิษฐ์ . แนวทางการพิจารณาคดีความผิดทางแพ่งและทางอาญาของผู้ประกอบวิชาชีพเฉพาะ ศึกษากรณีวิชาชีพทนายความและวิชาชีพแพทย์. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานศาลยุติธรรม สถาบันวิจัยและพัฒนารพีพัฒนศักดิ์ ; 2557.