ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การติดตามและประเมินผลการดำเนินงานโครงการบ้านเอื้ออาทรตามความร่วมมือระหว่างกรมธนารักษ์กับการเคหะแห่งชาติ : กรณีศึกษาบ้านเอื้ออาทรสำหรับข้าราชการและลูกจ้างกองทัพเรือ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การติดตามและประเมินผลการดำเนินงานโครงการบ้านเอื้ออาทรตามความร่วมมือระหว่างกรมธนารักษ์กับการเคหะแห่งชาติ : กรณีศึกษาบ้านเอื้ออาทรสำหรับข้าราชการและลูกจ้างกองทัพเรือ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
นักวิจัย : ชัยสิทธิ์ ทิพางค์กุล
คำค้น : บ้านเอื้ออาทร -- ไทย -- ชลบุรี , การเคหะ , ทหารเรือ -- ที่อยู่อาศัย , Baan Aue-ar-thorn -- Thailand -- Cholburi , Housing authorities , Navies -- Dwellings
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ชวลิต นิตยะ , กุณฑลทิพย พานิชภักดิ์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2551
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/53078
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (คพ.ม.) --จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2551

โครงการบ้านเอื้ออาทรสำหรับข้าราชการและลูกจ้างกองทัพเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เป็นโครงการนำร่องที่เกิดจากความร่วมมือระหว่าง กรมธนารักษ์ การเคหะแห่งชาติ และกองทัพเรือ มีวัตถุประสงค์ เพื่อสนับสนุนให้ข้าราชการและลูกจ้างกองทัพเรือได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง และเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น โดยการนำที่ราชพัสดุขนาดพื้นที่ประมาณ 97 ไร่ มาจัดทำโครงการบ้านเอื้ออาทรในรูปแบบของบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ขนาดเนื้อที่ 40 ตารางวา จำนวน 492 หน่วย โครงการนี้ได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่มีผู้เข้าอยู่อาศัย ดังนั้น จึงมีความจำเป็นที่จะต้องทำการติดตามประเมินผลการดำเนินงานของโครงการ โดยมีวัตถุประสงค์ในการวิจัย คือ 1) เพื่อติดตามและประเมินผลตามแผนงาน โครงการบ้านเอื้ออาทรสำหรับข้าราชการและลูกจ้างของกองทัพเรือสัตหีบ 2) เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยต่างๆ ที่นำไปสู่ความสำเร็จ และปัญหา/อุปสรรคต่างๆที่เกิดขึ้น เพื่อเป็นประโยชน์ในการวางแผนการดำเนินการของโครงการในลักษณะเดียวกันต่อไป จากการติดตามผลการดำเนินงานของโครงการ พบว่า ผลการดำเนินงานของโครงการเป็นไปตามเป้าหมายในการจัดทำที่อยู่อาศัยสำหรับข้าราชการและลูกจ้างกองทัพเรือจำนวน 492 หน่วย แต่มีความล่าช้า และไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้ การก่อสร้างโครงการมีล่าช้ากว่าแผนการดำเนินงานที่การเคหะแห่งชาติได้กำหนดไว้เป็นเวลานานถึง 2 ปี 2 เดือน ทำให้โครงการเพิ่งก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อปลายปี พ.ศ. 2550 และปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการบรรจุผู้เข้าอยู่อาศัย นอกจากนั้นยังพบว่า มีผู้จองโครงการขอสละสิทธิ์ในการเข้าอยู่อาศัยเป็นจำนวนมากถึง 2 ใน 3 ของจำนวนหน่วยก่อสร้างทั้งหมด โครงการประสบปัญหาที่สำคัญ 2 ด้านหลักๆ ได้แก่ (1) ด้านการก่อสร้าง จากปัจจัยที่ผู้รับจ้างรับงานหลายโครงการในเวลาเดียวกัน ทำให้ขาดสภาพคล่องทางการเงินและขาดเงินทุนหมุนเวียนในการก่อสร้าง ไม่สามารถทำการก่อสร้างโครงการได้แล้วเสร็จตามสัญญา (2) ด้านผู้จองโครงการ เมื่อเริ่มโครงการมีผู้จองเกินจำนวนหน่วยก่อสร้างแต่เมื่อแล้วเสร็จมีบ้านเหลือ 1 ใน 3 ของจำนวนหน่วยก่อสร้างทั้งหมด ซึ่งเกิดจากปัจจัยหลายๆ ด้าน ได้แก่ 1) ความล่าช้าในการก่อสร้างส่งผลให้ค่าผ่อนชำระค่าบ้านสูงขึ้นจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นตามเวลาที่เปลี่ยนไป ทำให้ของผู้จองบางส่วนบ้านไว้ไม่สามารถรับภาระในส่วนนี้ได้ 2) รูปแบบบ้านที่คับแคบไม่เพียงพอต่อจำนวนสมาชิกในครอบครัว 3) การที่ข้าราชการทหารต้องมีการโยกย้ายหน่วยงานอยู่บ่อยครั้ง 4) การประชาสัมพันธ์ข่าวสารที่ไม่ต่อเนื่อง/ทั่วถึงและ 5) ปัจจัยในด้านของปัญหาในครอบครัว เช่น ไม่สะดวกในการย้ายมาอยู่ด้วยประเด็นสำคัญที่ทำให้ผลการดำเนินงานของโครงการไม่เป็นไปตามแผนงานและวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ คือ ขาดการประสานงานและวางแผนการดำเนินงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบ ขาดการศึกษาด้านอุปสงค์-อุปาทานที่แท้จริงของกลุ่มเป้าหมาย ขาดการติดตามและประเมินผล การขาดหลักการในการบริหารความเสี่ยงของโครงการ เช่น ไม่มีการวางแผนรองรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น เหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้โครงการไม่ประสบผลสำเร็จ และสุดท้ายภาครัฐ หรือการเคหะแห่งชาติจะต้องเป็นผู้ที่จะรับภาระทั้งหมดที่โครงการขายไม่ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ ซึ่งหากคิดเป็นจำนวนเงินแล้ว การเคหะฯ จะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาบ้านที่ไม่มีผู้เข้าอยู่อาศัยเป็นจำนวนเงินประมาณ 2,000 บาท / หน่วย / เดือน ข้อเสนอแนะที่ได้จากผลการศึกษา โครงการบ้านเอื้ออาทรตามความร่วมมือระหว่างกรมธนารักษ์และการเคหะแห่งชาติ เป็นการจัดทำโครงการที่เร่งด่วน ทำให้ขาดการศึกษาและวางแผนการดำเนินงานที่ชัดเจน ดังนั้น การดำเนินโครงการในลักษณะนี้ในอนาคต ควรจะต้องมีการประสานงานและวางแผนการดำเนินงานร่วมกันอย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการโดยเฉพาะในด้านอุปสงค์-อุปาทานให้ชัดเจนก่อนการกำหนดโครงการ มีการติดตามผลการทำงานทุกขั้นตอนเพื่อให้สามารถแก้ปัญหาได้ทันการ และมีการวางแผนรองรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ เพื่อการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ และนำไปสู่การสร้างรูปแบบการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยบนที่ดินราชพัสดุอย่างยั่งยืนต่อไป

บรรณานุกรม :
ชัยสิทธิ์ ทิพางค์กุล . (2551). การติดตามและประเมินผลการดำเนินงานโครงการบ้านเอื้ออาทรตามความร่วมมือระหว่างกรมธนารักษ์กับการเคหะแห่งชาติ : กรณีศึกษาบ้านเอื้ออาทรสำหรับข้าราชการและลูกจ้างกองทัพเรือ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ชัยสิทธิ์ ทิพางค์กุล . 2551. "การติดตามและประเมินผลการดำเนินงานโครงการบ้านเอื้ออาทรตามความร่วมมือระหว่างกรมธนารักษ์กับการเคหะแห่งชาติ : กรณีศึกษาบ้านเอื้ออาทรสำหรับข้าราชการและลูกจ้างกองทัพเรือ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ชัยสิทธิ์ ทิพางค์กุล . "การติดตามและประเมินผลการดำเนินงานโครงการบ้านเอื้ออาทรตามความร่วมมือระหว่างกรมธนารักษ์กับการเคหะแห่งชาติ : กรณีศึกษาบ้านเอื้ออาทรสำหรับข้าราชการและลูกจ้างกองทัพเรือ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2551. Print.
ชัยสิทธิ์ ทิพางค์กุล . การติดตามและประเมินผลการดำเนินงานโครงการบ้านเอื้ออาทรตามความร่วมมือระหว่างกรมธนารักษ์กับการเคหะแห่งชาติ : กรณีศึกษาบ้านเอื้ออาทรสำหรับข้าราชการและลูกจ้างกองทัพเรือ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2551.