ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ความรับผิดทางอาญาฐานสมรสซ้อน

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ความรับผิดทางอาญาฐานสมรสซ้อน
นักวิจัย : ณัฐพงษ์ ตั้งสากล
คำค้น : การสมรส -- กฎหมายและระเบียบข้อบังคับ , การสมรสซ้อน -- กฎหมายและระเบียบข้อบังคับ , ความรับผิด (กฎหมาย) , ความรับผิดทางอาญา , Marriage -- Law and legislation , Bigamy -- Law and legislation , Liability (Law) , Criminal liability
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : มัทยา จิตติรัตน์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะนิติศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2549
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/53081
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (น.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2549

ในบรรดาข้อห้ามที่อาจทำให้การสมรสเป็นโมฆะทั้งหมดนั้น การสมรสซ้อนเป็นเรื่องที่มีผู้ฝ่าฝืนมากที่สุด นำมาซึ่งความยุ่งยากและความไม่ปกติสุขในชีวิตสมรสมากมาย ครอบครัวแตกแยกไม่ปรองดอง ทำลายบรรยายความอบอุ่นในครอบครัว เกิดเป็นปัญหาการหย่าร้าง การใช้ความรุนแรงในครอบครัว เด็กที่เกิดมาขาดความรักความอบอุ่นทำให้ล่อแหลมต่อการกระทำความผิดหรือติดยาเสพย์ติด ส่งผลไปถึงสังคมและประเทศชาติ การสมรสซ้อนอาจเกิดกับชายหรือหญิงก็ได้ โดยการไปหลอกลวงผู้อื่นให้มาสมรสด้วย ทั้ง ๆ ที่ตนเองมีคู่สมรสที่ชอบด้วยกฎหมายอยู่แล้ว หรือบางกรณีคู่กรณีในการสมรสซ้อนเองก็ทราบดีว่าอีกฝ่ายมีคู่สมรสที่ชอบด้วยกฎหมายอยู่แล้ว แต่ก็ยังแย่งคู่สมรสของผู้อื่นโดยขาดจิตสำนึก วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มุ่งหมายที่จะทำการศึกษาถึงสภาพปัญหาและขอบเขตของกฎหมายอาญาที่จะนำมาใช้บังคับในเรื่องการสมรสซ้อน โดยได้ศึกษาเปรียบเทียบกับบทบัญญัติของกฎหมายต่างประเทศ เช่น ประเทศอังกฤษ ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศแคนาดา ประเทศเยอรมัน ประเทศฝรั่งเศส ประเทศสาธารณประชาชนจีนและประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากประเทศเหล่านี้ได้มีการบัญญัติให้การสมรสซ้อนเป็นความผิดอาญาไว้อย่างชัดเจน แต่สำหรับประเทศไทยนั้น จากการศึกษาพบว่า แม้ในปัจจุบันผู้ที่ทำการสมรสซ้อนถือว่ามีความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 137 และฐานแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความออันเป็นเท็จลงในเอกสารมหาชนหรือเอกสารราชการตามประมวลกฎหมายมาตรา 267 และแม้คู่กรณีในการสมรสซ้อนที่มีเจตนาแย่งคู่สมรสผู้อื่น อาจต้องรับผิดฐานเป็นตัวการร่วม หรือผู้สนับสนุนในความผิดฐานดังกล่าวก็ตาม แต่โทษที่ผู้กระทำความผิดได้รับก็เป็นเพียงโทษข้างเคียง ไม่ได้เป็นการลงโทษเพราะเหตุที่ได้ทำการสมรสซ้อนโดยตรงทำให้ผู้กระทำความผิดส่วนใหญ่ไม่ทราบว่าการสมรสซ้อนก็มีโทษทางอาญาเช่นกัน อีกทั้งการปรับบทลงโทษเข้ากับความผิดทั้งสองฐานดังกล่าว ยังไม่สอดคล้องกับภารกิจของกฎหมายอาญาที่มุ่งจะคุ้มครองคุณธรรมทางกฎหมายเพราะมุ่งคุ้มครองแต่ผลประโยชน์ของรัฐมิให้ผู้ใดมาล่วงละเมิด แต่หาได้คุ้มครองสถาบันครอบครัวแต่อย่างใดไม่ ทั้ง ๆ ที่การสมรสซ้อน ผู้ที่ได้รับความเสียหายโดยตรงก็คือ ตัวคู่สมรสโดยชอบด้วยกฎหมายและผู้ที่ถูกหลอกลวงให้มาจดทะเบียนสมรสด้วย นอกจากนี้ วิธีปฏิบัติในการรับจดทะเบียนสมรสเองก็ยังมีปัญหาและข้อบกพร่องอยู่หลายประการจึงทำให้เกิดการสมรสซ้อนอยู่เสมอ วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ จึงได้เสนอแนะบทบัญญัติทางกฎหมาย และวิธีปฏิบัติในการรับจดทะเบียนสมรสที่จะนำมาใช้สำหรับการแก้ปัญหาการสมรสซ้อนได้อย่างมีประสทธิภาพและเป็นรูปธรรม

บรรณานุกรม :
ณัฐพงษ์ ตั้งสากล . (2549). ความรับผิดทางอาญาฐานสมรสซ้อน.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ณัฐพงษ์ ตั้งสากล . 2549. "ความรับผิดทางอาญาฐานสมรสซ้อน".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ณัฐพงษ์ ตั้งสากล . "ความรับผิดทางอาญาฐานสมรสซ้อน."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2549. Print.
ณัฐพงษ์ ตั้งสากล . ความรับผิดทางอาญาฐานสมรสซ้อน. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2549.