ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาคุณสมบัติและทักษะบัณฑิตสาขาวิชาการบัญชี ตามความคาดหวังขององค์กร

หน่วยงาน มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาคุณสมบัติและทักษะบัณฑิตสาขาวิชาการบัญชี ตามความคาดหวังขององค์กร
นักวิจัย : พรพิมล บุณฑริก , ฉัตรฤดี จองสุรียภาส
คำค้น : ทักษะบัญชี
หน่วยงาน : มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2558
อ้างอิง : http://research-database.mfu.ac.th/index.php
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

โดยคุณสมบัติการเป็นนักบัญชีที่ดีต้องเป็นคนที่ยึดมั่นในหลักการและทำตามขั้นตอนที่เป็นแบบแผนอยู่ตลอดเวลา คุณสมบัติการเป็นนักบัญชีที่ดีได้แก่ ซื่อสัตย์มีจรรยาบรรณวิชาชีพ, ขยัน อดทน รับผิดชอบในหน้าที่ให้สำเร็จลุล่วงตามกำหนดเวลา, ละเอียดรอบคอบ ถี่ถ้วน ในการมอบหรือรับมอบเอกสารเกี่ยวกับการเงิน, มีความรู้แน่นภาคทฤษฎี, สร้างแรงกดดันให้ตนเอง, กล้านำเสนอ และแนวคิดวิธีการใหม่ๆที่เป็นประโยชน์ต่อบริษัท, ทบทวนตัวเองทุกปี และเปิดรับเทคโนโลยี ข้อมูล ข่าวสารและสิ่งใหม่ๆตลอดเวลา (กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์,2557) ซึ่งทักษะเป็นส่วนหนึ่งของขีดความสามารถที่ต้องมีในผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีเพื่อแสดงถึงสมรรถนะของตนขีดความสามารถเหล่านี้ประกอบด้วยความรู้ทักษะค่านิยมทางวิชาชีพจรรยาบรรณและทัศนคติขีดความสามารถเหล่านี้เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงศักยภาพที่สามารถนำไปใช้ในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันได้ โดยทักษะของบัณฑิตสาขาวิชาการบัญชี , ทักษะทางปัญญา, ทักษะเชิงวิชาการเชิงปฏิบัติหน้าที่งาน, ทักษะทางคุณลักษณะเฉพาะบุคคล, ทักษะทางปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและการสื่อสาร และทักษะการบริหารองค์กรและการจัดการธุรกิจ งานวิจัยฉบับนี้ใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลในการวิจัย โดยมีการส่งแบบสอบถามทั้งสิ้น 300 ฉบับ ได้รับการตอบรับเพียง 267 คิดเป็นร้อยละ 89 ซึ่งเป็นจำนวนที่ได้รับในการเก็บรวบรวมข้อมูล โดยปัจจัยที่ใช้ในการศึกษาคุณสมบัติและทักษะของบัณฑิตสาขาวิชาการบัญชีตามความคาดหวังขององค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนแบ่งเป็นปัจจัยดังนี้คือ ปัจจัยด้านคุณสมบัติของบัณฑิตสาขาวิชาการบัญชีได้แก่ มีความรู้ทางวิชาชีพบัญชีและที่เกี่ยวข้อง, มีทักษะวิชาชีพบัญชี, มีจรรยาบรรณต่อวิชาชีพบัญชี, มีความสามารถการบริหารงาน, มีการสะสมประสบการณ์เชิงปฏิบัติ, และมีการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง และในส่วนของปัจจัยด้านทักษะของบัณฑิต สาขาการบัญชีได้แก่ ทักษะในการใช้สติปัญญา, ทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและการสื่อสาร, ทักษะด้านองค์กรและการจัดการธุรกิจ, ทักษะด้านเทคนิคเฉพาะทางเพื่อใช้ในในการปฏิบัติงาน และทักษะเฉพาะบุคคล จากการศึกษาคุณสมบัติของบัณฑิตสาขาการบัญชีที่องค์กรต้องการนั้นพบว่า องค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนนั้นให้ความสำคัญมากที่สุดกับคุณสมบัติของบัณฑิตสาขาการบัญชีในเรื่องบัณฑิตมีความรู้ทางวิชาชีพบัญชีที่เกี่ยวข้องทุกด้าน คิดเป็นร้อยละ 40.10 ซึ่งสอดคล้องกับผลการศึกษาของไพโรจน์ เกตุภักดีกูล (2545) ที่ทำการศึกษาและพบว่า ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ต้องการให้บัณฑิตสาขาวิชาการบัญชีมีความรู้ความสามารถในเรื่องที่เกี่ยวกับวิชาชีพในทุกๆด้านและคุณสมบัติที่กลุ่มตัวอย่างให้ความสำคัญรองลงมาคือ ทักษะทางวิชาชีพทุกด้าน คิดเป็นร้อยละ21.70 และมีจรรยาบรรณต่อวิชาชีพบัญชี คิดเป็นร้อยละ 18.40 ตามลำดับ อย่างไรก็ตามองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนก็ยังคงให้ความสำคัญกับคุณสมบัติของบัณฑิตสาขาวิชาการบัญชีในด้านอื่นๆด้วยดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่บัณฑิตสาขาการบัญชีจะได้รับการสนับสนุนและพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อที่บัณฑิตจะได้มีคุณสมบัติตรงตามความคาดหวังขององค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน นอกจากนั้นจากการศึกษาทักษะของบัณฑิตสาขาการบัญชีที่องค์กรต้องการนั้นพบว่าองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนนั้นให้ความสำคัญมากในทักษะทุกด้านของบัณฑิตสาขาการบัญชีทักษะทางปัญญาสำคัญมากเป็นอันดับแรก คิดเป็นค่าเฉลี่ย 2.570 รองลงมาเป็นทักษะทางวิชาการเชิงปฏิบัติและหน้าที่งาน คิดเป็นค่าเฉลี่ย 2.560 ทักษะทางคุณลักษณะเฉพาะบุคคล คิดเป็นค่าเฉลี่ย 2.550 ทักษะทางปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและการสื่อสาร และทักษะการบริหารองค์กรและการจัดการธุรกิจอยู่มีความสำคัญมาก ในระดับน้อยที่สุดคิดเป็ นค่าเฉลี่ย 2.530 ตามลำดับซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ (ไพโรจน์ เกตุภักดีกูล, 2545; ต่อลาภ สุขพันธ์, 2546) ที่พบว่าองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนต่างๆ นั้นให้ความสำคัญมากกับทักษะทุกด้านของบัณฑิตสาขาวิชาการบัญชี เพราะบัณฑิต สาขาวิชาการบัญชีจะได้นำความรู้ความสามารถที่มีนั้นนำ มาพัฒนาองค์กรในด้านๆต่างๆ อย่างไรก็ตามในงานวิจัยฉบับนี้มีข้อจำกัดในเรื่องกลุ่มตัวอย่าง เนื่องจากขนาดกลุ่มตัวอย่างที่นำมาใช้ในการศึกษาครั้งนี้ เป็นองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน รวมทั้งวิสาหกิจในจังหวัดเชียงรายเท่านั้น จึงอาจทำให้ผลการศึกษาที่ได้ทำการศึกษานั้นอาจจะคาดเคลื่อนได้หากนำไปใช้ในการศึกษานอกพื้นที่ คณะผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะสำหรับงานวิจัยในอนาคตคือ เนื่องจากงานวิจัยฉบับนี้ทำการศึกษาคุณสมบัติและทักษะของบัณฑิต สาขาวิชาการบัญชีตามความคาดหวังขององค์กรทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในจังหวัดเชียงราย ดังนั้นการวิจัยในอนาคตจึงควรทำการศึกษาในกลุ่มประชากรอื่น หรือในพื้นที่อี่นใช่เฉพาะในจังหวัดเชียงราย เพื่อจะได้นำผลการศึกษามาวิเคราะห์และเปรียบเทียบกันได้ว่ามีผลการศึกษาเหมือนหรือต่างกันอย่างไร

บรรณานุกรม :
พรพิมล บุณฑริก , ฉัตรฤดี จองสุรียภาส . (2558). การศึกษาคุณสมบัติและทักษะบัณฑิตสาขาวิชาการบัญชี ตามความคาดหวังขององค์กร.
    เชียงราย : มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง.
พรพิมล บุณฑริก , ฉัตรฤดี จองสุรียภาส . 2558. "การศึกษาคุณสมบัติและทักษะบัณฑิตสาขาวิชาการบัญชี ตามความคาดหวังขององค์กร".
    เชียงราย : มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง.
พรพิมล บุณฑริก , ฉัตรฤดี จองสุรียภาส . "การศึกษาคุณสมบัติและทักษะบัณฑิตสาขาวิชาการบัญชี ตามความคาดหวังขององค์กร."
    เชียงราย : มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง, 2558. Print.
พรพิมล บุณฑริก , ฉัตรฤดี จองสุรียภาส . การศึกษาคุณสมบัติและทักษะบัณฑิตสาขาวิชาการบัญชี ตามความคาดหวังขององค์กร. เชียงราย : มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง; 2558.