ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาเปรียบเทียบรูปแบบการทำประตูฟุตบอลของทีมที่ประสบความสำเร็จกับทีมที่ไม่ประสบความสำเร็จในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาเปรียบเทียบรูปแบบการทำประตูฟุตบอลของทีมที่ประสบความสำเร็จกับทีมที่ไม่ประสบความสำเร็จในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014
นักวิจัย : แพรว สีหมากสุก
คำค้น : -
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ชัชชัย โกมารทัต , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา
ปีพิมพ์ : 2559
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/52234
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2559

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบรูปแบบการทำประตูฟุตบอลและปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการทำประตูฟุตบอลที่เข้ากรอบประตูของทีมที่ประสบความสำเร็จกับทีมที่ไม่ประสบความสำเร็จ ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ดำเนินการวิจัยคือทีมที่ประสบความสำเร็จ ได้แก่ ทีมชาติเยอรมัน ทีมชาติอาร์เจนตินา และทีมที่ไม่ประสบความสำเร็จ ได้แก่ ทีมชาติญี่ปุ่น ทีมชาติออสเตรเลีย ทีมชาติฮอนดูรัส และทีมชาติแคเมอรูน โดยการเลือกแบบเฉพาะเจาะจง (Purposive Sampling) ทำการวิเคราะห์และบันทึกข้อมูลจากเกมการแข่งขัน จำนวน 25 เกม ผ่านโปรแกรม Focus X2 Version 1.5 โดยนำข้อมูลค่าความถี่ (Frequency) และค่าร้อยละ (Percentage) มาวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ เพื่อเปรียบเทียบรูปแบบการทำประตูและปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการทำประตู วิเคราะห์ความแตกต่างโดยการทดสอบกลุ่มตัวอย่าง 2 กลุ่ม ด้วย The Mann-Whitney U Test และ The Friedman Test กำหนดความมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ผลการวิจัยพบว่า 1. รูปแบบการทำประตูที่นิยมใช้มากที่สุดในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 ของทีมที่ประสบความสำเร็จและทีมที่ไม่ประสบความสำเร็จ พบว่า รูปแบบการส่งลูกจากด้านข้าง (Crossing) จำนวน 158 ครั้ง (23.41%) จากรูปแบบการทำประตูทั้งหมด 675 ครั้ง และรูปแบบการส่งลูกจากด้านข้าง (Crossing) เป็นรูปแบบการทำประตูที่เข้ากรอบประตูมากที่สุด จำนวน 38 ครั้ง (17.19%) จากการทำประตูที่เข้ากรอบทั้งหมด 221 ครั้ง และยังเป็นรูปแบบการทำประตูที่ได้ประตูมากที่สุด จำนวน 8 ครั้ง (24.25%) จากการทำประตูที่ได้ประตูทั้งหมด 33 ครั้ง 2. ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการทำประตูที่เข้ากรอบประตูของทีมที่ประสบความสำเร็จกับทีมที่ไม่ประสบความสำเร็จในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 คือ ใช้ตำแหน่งกองหน้าทำประตู 123 ครั้ง (55.70%) โดยใช้พื้นที่ที่ใช้ทำประตูภายในเขตโทษ 117 ครั้ง (52.94%) ใช้ตำแหน่งกองกลางส่งบอลให้ผู้เล่นทีมเดียวกันทำประตู 99 ครั้ง (44.80%) ใช้พื้นที่ที่ใช้ส่งบอลหน้ากรอบเขตโทษ 47 ครั้ง (21.27%) ใช้เทคนิคในการยิงประตูคือ การยิงด้วยหลังเท้า 92 ครั้ง (41.60%) ใช้แทคติคในการทำประตูคือ การหาพื้นที่ว่าง 81 ครั้ง (36.70%) และช่วงเวลาที่ใช้ในการทำประตูคือ นาทีที่ 1 - 15 กับ นาทีที่ 46 - 60 จำนวนอย่างละ 38 ครั้ง (17.19%) 3. เปรียบเทียบรูปแบบการทำประตูที่เข้ากรอบประตูของทีมที่ประสบความสำเร็จกับทีมที่ไม่ประสบความสำเร็จในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 พบว่า มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 จำนวน 8 รูปแบบ โดยทีมที่ประสบความสำเร็จใช้รูปแบบการทำประตูที่เข้ากรอบประตูมากกว่าทีมที่ไม่ประสบความสำเร็จ จำนวน 6 รูปแบบ คือ รูปแบบการส่งลูกจากด้านข้าง (Crossing) การส่งลูกชิ่ง (Wall pass) การส่งทะลุแนวป้องกัน (Through pass) การส่งลูกตัดหลัง (Cut back) และการเตะจากมุม (Corner kick) และการโต้กลับเร็วในแดนคู่ต่อสู้ (Fast breaks) ส่วนทีมที่ไม่ประสบความสำเร็จใช้รูปแบบการทำประตูคือ การเตะโทษโดยตรง (Direct free kick) กับ การส่งบอลระยะไกล (Long pass) มากกว่าทีมที่ประสบความสำเร็จ 4. เปรียบเทียบปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการทำประตูที่เข้ากรอบประตูของทีมที่ประสบความสำเร็จกับทีมที่ไม่ประสบความสำเร็จในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 พบว่า ตำแหน่งของผู้เล่นที่ทำประตู พื้นที่ที่ใช้ทำประตู พื้นที่ที่ใช้ส่งบอลให้ผู้เล่นทีมเดียวกันทำประตู และแทคติคในการทำประตู มีความแตกต่างกัน อย่างนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 สรุปผลการวิจัย ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 มีการใช้รูปแบบการทำประตูที่นิยม ได้ประตู และเข้ากรอบประตูมากที่สุด คือ ส่งจากด้านข้าง (Crossing) เมื่อเปรียบเทียบรูปแบบการทำประตูที่เข้ากรอบประตูของทีมที่ประสบความสำเร็จมีรูปแบบการทำประตูที่แตกต่างจากทีมที่ไม่ประสบความสำเร็จ จำนวน 8 รูปแบบคือ รูปแบบการส่งลูกจากด้านข้าง (Crossing) การส่งลูกชิ่ง (Wall pass) การส่งทะลุแนวป้องกัน (Through pass) การส่งลูกตัดหลัง (Cut back) การโต้กลับเร็วในแดนคู่ต่อสู้ (Fast breaks) การเตะโทษโดยตรง (Direct free kick) การเตะจากมุม (Corner kick) และการส่งบอลระยะไกล (Long pass)

บรรณานุกรม :
แพรว สีหมากสุก . (2559). การศึกษาเปรียบเทียบรูปแบบการทำประตูฟุตบอลของทีมที่ประสบความสำเร็จกับทีมที่ไม่ประสบความสำเร็จในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
แพรว สีหมากสุก . 2559. "การศึกษาเปรียบเทียบรูปแบบการทำประตูฟุตบอลของทีมที่ประสบความสำเร็จกับทีมที่ไม่ประสบความสำเร็จในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
แพรว สีหมากสุก . "การศึกษาเปรียบเทียบรูปแบบการทำประตูฟุตบอลของทีมที่ประสบความสำเร็จกับทีมที่ไม่ประสบความสำเร็จในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2559. Print.
แพรว สีหมากสุก . การศึกษาเปรียบเทียบรูปแบบการทำประตูฟุตบอลของทีมที่ประสบความสำเร็จกับทีมที่ไม่ประสบความสำเร็จในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2559.