ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ปัจจัยคัดสรรที่สัมพันธ์กับความต้องการการดูแลแบบสนับสนุนของผู้ป่วยมะเร็งตับและท่อน้ำดี

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ปัจจัยคัดสรรที่สัมพันธ์กับความต้องการการดูแลแบบสนับสนุนของผู้ป่วยมะเร็งตับและท่อน้ำดี
นักวิจัย : สุดาวรรณ์ ลิขิตคันทะสร
คำค้น : -
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : สุรีพร ธนศิลป์ , นพมาศ พัดทอง , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะพยาบาลศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2559
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/52228
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (พย.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2559

การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบพรรณนาเชิงความสัมพันธ์ (Descriptive correlational research) เพื่อศึกษาความต้องการการดูแลแบบสนับสนุนของผู้ป่วยมะเร็งตับและท่อน้ำดีโดยรวมและรายด้าน และศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยคัดสรรกับความต้องการการดูแลแบบสนับสนุนของผู้ป่วยมะเร็งตับและท่อน้ำดี กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ป่วยมะเร็งตับและท่อน้ำดีที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช จำนวน 132 คน สุ่มกลุ่มตัวอย่างโดยวิธีเลือกแบบตามสะดวก (Convenience sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ประกอบด้วย แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล แบบสำรวจความต้องการการดูแลแบบสนับสนุน แบบสอบถาม Hospital Anxiety and Depression Scale ฉบับภาษาไทย แบบวัดระดับสัมพันธภาพระหว่างผู้ป่วยกับผู้ดูแลหลัก มีค่าดัชนีความตรง เท่ากับ 0.91, 1 และ 1 ตามลำดับ และหาค่าความเที่ยงด้วยค่าสัมประสิทธิ์แอลฟ่าของครอนบาค มีค่าเท่ากับ .94, .85 และ .95 ตามลำดับ สำหรับแบบสอบถามอาการของผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดี ซึ่งจำแนกเป็นด้านความถี่ ความรุนแรง และความทุกข์ทรมาน มีค่าดัชนีความตรงทุกด้าน เท่ากับ 1 และมีค่าความเที่ยงเท่ากับ 0.73, 0.78 และ 0.80 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน (Pearson’ s product moment correlation) ผลการวิจัยพบว่า ความต้องการการดูแลแบบสนับสนุนของผู้ป่วยมะเร็งตับและท่อน้ำดีอยู่ในระดับปานกลาง(mean = 3.24, SD = 0.78) ความถี่ของอาการ ความรุนแรงของอาการ ความทุกข์ทรมานจากอาการ และความวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้า มีความสัมพันธ์กันทางบวก กับความต้องการการดูแลแบบสนับสนุนของผู้ป่วยมะเร็งตับและท่อน้ำดี อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .05 (r = .36, .29, .24 และ .28 ตามลำดับ) แต่อายุและสัมพันธภาพระหว่างผู้ป่วยกับผู้ดูแลหลักไม่มีความสัมพันธ์กับความต้องการการดูแลแบบสนับสนุน

บรรณานุกรม :
สุดาวรรณ์ ลิขิตคันทะสร . (2559). ปัจจัยคัดสรรที่สัมพันธ์กับความต้องการการดูแลแบบสนับสนุนของผู้ป่วยมะเร็งตับและท่อน้ำดี.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุดาวรรณ์ ลิขิตคันทะสร . 2559. "ปัจจัยคัดสรรที่สัมพันธ์กับความต้องการการดูแลแบบสนับสนุนของผู้ป่วยมะเร็งตับและท่อน้ำดี".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุดาวรรณ์ ลิขิตคันทะสร . "ปัจจัยคัดสรรที่สัมพันธ์กับความต้องการการดูแลแบบสนับสนุนของผู้ป่วยมะเร็งตับและท่อน้ำดี."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2559. Print.
สุดาวรรณ์ ลิขิตคันทะสร . ปัจจัยคัดสรรที่สัมพันธ์กับความต้องการการดูแลแบบสนับสนุนของผู้ป่วยมะเร็งตับและท่อน้ำดี. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2559.