ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การยับยั้งการเกิดไฮโดรเจนซัลไฟด์ในระบบยูเอเอสบีโดยโซเดียมโมลิบเดท

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การยับยั้งการเกิดไฮโดรเจนซัลไฟด์ในระบบยูเอเอสบีโดยโซเดียมโมลิบเดท
นักวิจัย : วิษณุ สีโหน
คำค้น : -
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : อรทัย ชวาลภาฤทธิ์ , วรวุฒิ จุฬาลักษณานุกูล , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะวิศวกรรมศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2559
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/52192
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2559

งานวิจัยนี้ศึกษาประสิทธิภาพการยับยั้งการเกิดไฮโดรเจนซัลไฟด์โดยโซเดียมโมลิบเดทด้วยน้ำเสียสังเคราะห์และน้ำเสียจริงจากฟาร์มสุกร งานวิจัยแบ่งเป็น 3 ช่วงการทดลอง ช่วงการทดลองที่ 1 เป็นการศึกษาประสิทธิภาพของโซเดียมโมลิบเดทต่อการยับยั้งการเกิดไฮโดรเจนซัลไฟด์ในระบบแบบแบตช์ ด้วยน้ำเสียสังเคราะห์ความเข้มข้นซีโอดี 5,000 มิลลิกรัมต่อลิตร ปรับอัตราส่วนซีโอดีต่อซัลเฟตเป็น 100 50 20 และ 15 ตามลำดับ ทดสอบด้วยโซเดียมโมลิบเดทความเข้มข้น 0.5 1.0 1.5 และ 2.0 มิลลิโมลาร์ ทุกๆอัตราส่วนซีโอดีต่อซัลเฟต โดยชุดควบคุมไม่มีการเติมสารดังกล่าว ทำการทดลองเป็นเวลา 7 วัน ช่วงการทดลองที่ 2 เป็นการทดลองในระบบยูเอเอส-บีด้วยน้ำเสียสังเคราะห์ความเข้มข้นซีโอดี 5,000 มิลลิกรัมต่อลิตร 2 ถังปฏิกรณ์ โดยกำหนดเป็น ชุดควบคุมและชุดทดลอง ซึ่งชุดควบคุมจะไม่มีการเติมโซเดียมโมลิบเดท แบ่งการทดลองเป็น 5 ระยะ ระยะที่ 1-4 ทดลองเป็นเวลาระยะละ 10 วัน ปรับอัตราส่วนซีโอดีต่อซัลเฟตเท่ากับ 100 50 20 และ 15 ตามลำดับ ส่วนระยะที่ 5 ทดลองเป็นเวลา 20 วัน ปรับอัตราส่วนซีโอดีต่อซัลเฟตเท่ากับ 50 การเติมโซเดียมโมลิบเดทในระยะที่ 1-4 จะเติมแบบต่อเนื่องพร้อมกับการเตรียมน้ำเสียสังเคราะห์ทุกครั้ง ส่วนระยะที่ 5 เติมแบบเป็นรอบ (เติมครั้งแรกพร้อมน้ำเสียสังเคราะห์และติดตามผลการเกิดไฮโดรเจนซัลไฟด์จึงเติมครั้งถัดไป) ในการทดลองช่วงที่ 2 จะเลือกค่าความเข้มข้นโซเดียมโม-ลิบเดทที่ได้จากช่วงการทดลองที 1 มาใช้ในการทดลอง ช่วงการทดลองที่ 3 เป็นการทดลองด้วยน้ำเสียจริงจากฟาร์มสุกรในระบบยูเอเอสบี โดยพิจารณาค่าซีโอดีต่อซัลเฟตของน้ำเสียเบื้องต้น และเลือกความเข้มข้นโซเดียมโมลิบเดทที่เหมาะสมจากการทดลองช่วงที่ 2 มาใช้ในการทดลอง ทำการทดลองเป็นเวลา 20 วัน แบ่งเป็นระยะละ 10 วัน เปรียบเทียบการเติมโซเดียมโมลิบเดทแบบต่อเนื่องและแบบเป็นรอบ ผลการทดลองช่วงที่ 1 พบว่า ที่อัตราส่วนซีโอ-ดีต่อซัลเฟต 100 50 20 และ 15 เมื่อเติมโซเดียมโมลิบเดทความเข้มข้น 0.5 1.0 1.5 และ 2.0 มิลลิโมลาร์ ตามลำดับ สามารถยับยั้งการเกิดไฮโดรเจนซัลไฟด์ได้ต่ำกว่า 20 พีพีเอ็ม ผลการทดลองช่วงที่ 2 พบว่า ระยะการทดลองที่ 1-4 ชุดควบคุมเกิดไฮโดรเจนซัลไฟด์เฉลี่ย 555 970 3,870 และ 7,030 พีพีเอ็ม ตามลำดับ ขณะที่ชุดทดลองเกิดไฮโดรเจนซัลไฟด์เฉลี่ย 19 12.1 12 และ 19 พีพีเอ็ม เมื่อเติมโซเดียมโมลิบเดทความเข้มข้น 0.5 1.0 1.5 และ 2.0 มิลลิโมลาร์ ตามลำดับ ระยะการทดลองที่ 5 พบว่า ในชุดทดลองหลังจากหยุดเติมโซเดียมโมลิบเดท 5 วัน ไฮโดรเจนซัลไฟด์เพิ่มขึ้นจาก 20 ไปถึง 1,000 พีพีเอ็ม ขณะที่ชุดควบเกิดไฮโดรเจนซัลไฟด์เฉลี่ย 974.28 พีพีเอ็ม ผลการทดลองที่ 3 เลือกเติมโซเดียมโมลิบเดทความเข้มข้น 0.5 มิลลิโมลาร์ พบว่า ในชุดทดลองและชุดควบคุมเกิดไฮโดรเจนซัลไฟด์เฉลี่ย 7.67 และ 329 พีพีเอ็ม ตามลำดับ ส่วนการเติมโซเดียมโมลิบเดทแบบเป็นรอบ เมื่อหยุดเติมทำให้ไฮโดรเจนซัลไฟด์เพิ่มขึ้น จาก 5 ไปถึง 350 พีพีเอ็มภายในเวลา 5 วัน

บรรณานุกรม :
วิษณุ สีโหน . (2559). การยับยั้งการเกิดไฮโดรเจนซัลไฟด์ในระบบยูเอเอสบีโดยโซเดียมโมลิบเดท.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วิษณุ สีโหน . 2559. "การยับยั้งการเกิดไฮโดรเจนซัลไฟด์ในระบบยูเอเอสบีโดยโซเดียมโมลิบเดท".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วิษณุ สีโหน . "การยับยั้งการเกิดไฮโดรเจนซัลไฟด์ในระบบยูเอเอสบีโดยโซเดียมโมลิบเดท."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2559. Print.
วิษณุ สีโหน . การยับยั้งการเกิดไฮโดรเจนซัลไฟด์ในระบบยูเอเอสบีโดยโซเดียมโมลิบเดท. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2559.