ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

แนวความคิดเกี่ยวกับผู้กระทำความผิดและผู้เสียหายในความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรา

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : แนวความคิดเกี่ยวกับผู้กระทำความผิดและผู้เสียหายในความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรา
นักวิจัย : นิธิ เมทินีวงศ์
คำค้น : อาชญากรรมทางเพศ , การข่มขืน , Sex crimes , Rape
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : มัทยา จิตติรัตน์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะนิติศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2551
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/52431
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (น.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,2551

พฤติกรรมในการแสวงหาความพึงพอใจทางเพศโดยการบังคับข่มขืนใจในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไป โดยไม่จำกัดอยู่แค่เพียงกรณีผู้ชายเป็นฝ่ายกระทำต่อผู้หญิงอีกต่อไป แต่ผู้หญิงก็อาจเป็นฝ่ายกระทำต่อผู้ชายก็ได้หรืออาจเป็นการกระทำของบุคคลเพศเดียวกันก็ได้ไม่ว่าจะเป็นการกระทำของผู้ชายกระทำต่อผู้ชาย หรือผู้หญิงกระทำต่อผู้หญิง พฤติกรรมเหล่านี้แพร่หลายมากขึ้นจนก่อให้เกิดปัญหาสังคมและก่อให้เกิดความเสียหายเป็นอย่างมาก ดังนั้นในหลายๆ ประเทศจึงมีการแก้ไขกฎหมายความผิดเกี่ยวกับเพศให้ครอบคลุมถึงการกระทำเหล่านี้ สำหรับประเทศไทยก็ได้มีการแก้ไขความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราตามประมวลกฎหมายอาญาโดยมีการกำหนดคำนิยามใหม่ของคำว่า “กระทำชำเรา” และในส่วนของผู้ถูกกระทำก็ได้ตัดคำว่า “หญิงซึ่งมิใช่ภริยาตน” ออกและใช้คำว่า “ผู้อื่น” แทน ทำให้ความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรามีขอบเขตที่กว้างขึ้นโดยในส่วนของผู้กระทำความผิดกฎหมายใช้คำว่า “ผู้ใด” เมื่อพิจารณาประกอบกับความหมายใหม่ของการกระทำชำเราแล้ว ผู้กระทำความผิดจึงอาจเป็นได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง ในขณะเดียวกันผู้เสียหายก็อาจเป็นได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิงเช่นเดียวกันโดยอาจเป็นการกระทำต่อบุคคลเพศเดียวกันก็ได้ การแก้ไขกฎหมายในครั้งนี้เป็นการแก้ไของค์ประกอบของความผิดอันเป็นปัญหาเกี่ยวโยงไปถึงเจตนารมณ์ในการบัญญัติกฎหมายตลอดจนการบังคับใช้กฎหมายและก่อให้เกิดปัญหาหลายประการ เช่น ปัญหาเกี่ยวกับคำนิยามของคำว่า “กระทำชำเรา” หรือปัญหาเกี่ยวกับการคุ้มครองเด็กตามมาตรา 277 เป็นต้น ซึ่งผู้เขียนเห็นว่าความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราก่อนที่จะมีการแก้ไขในครั้งนี้มีความเหมาะสมอยู่แล้วแต่อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมของการกระทำความผิดทางเพศในรูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้นก็กำลังสร้างปัญหาให้กับสังคมเป็นอย่างมาก ดังนั้น ผู้เขียนจึงเห็นว่าควรมีการบัญญัติเป็นความผิดฐานใหม่ให้ครอบคลุมการกระทำต่างๆ เหล่านี้นอกเหนือจากความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราและการกระทำอนาจาร ตัวอย่างเช่น ความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราแบบผิดธรรมชาติหรือผิดธรรมดามนุษย์ นอกจากนี้ ควรบัญญัติให้การข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี เป็นเหตุเพิ่มโทษตามมาตรา 276 เพื่อเป็นการสร้างความแตกต่างระหว่างมาตรการในการคุ้มครองเด็กกับการคุ้มครองผู้ใหญ่และจะทำให้กฎหมายมีความชัดเจนมากขึ้นในเรื่องการข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีที่เป็นคู่สมรสกับผู้กระทำอีกด้วย

บรรณานุกรม :
นิธิ เมทินีวงศ์ . (2551). แนวความคิดเกี่ยวกับผู้กระทำความผิดและผู้เสียหายในความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรา.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นิธิ เมทินีวงศ์ . 2551. "แนวความคิดเกี่ยวกับผู้กระทำความผิดและผู้เสียหายในความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรา".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นิธิ เมทินีวงศ์ . "แนวความคิดเกี่ยวกับผู้กระทำความผิดและผู้เสียหายในความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรา."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2551. Print.
นิธิ เมทินีวงศ์ . แนวความคิดเกี่ยวกับผู้กระทำความผิดและผู้เสียหายในความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรา. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2551.