ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

พัฒนาการของมหาวิทยาลัยไทย พ.ศ. 2459-2500

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : พัฒนาการของมหาวิทยาลัยไทย พ.ศ. 2459-2500
นักวิจัย : สมโชติ วีรภัทรเวธ
คำค้น : สถาบันอุดมศึกษา -- ไทย -- ประวัติ , การศึกษาขั้นอุดมศึกษา -- ไทย -- ประวัติ , Universities and colleges -- Thailand -- History , Education, Higher -- Thailand -- History
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ปิยนาถ บุนนาค , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะอักษรศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2550
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/51469
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (อ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2550

ศึกษาเชิงประวัติศาสตร์เกี่ยวกับพัฒนาการของมหาวิทยาลัยไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2459-2500 โดยเน้นการศึกษาใน 3 ด้านคือ แนวคิดและความเป็นมา รูปแบบโครงสร้างของกระบวนการจัดการศึกษา และผลของการจัดการศึกษา จากการศึกษาพบว่า มหาวิทยาลัยไทยได้มีจุดกำเนิดและแนวคิดมาจากความมุ่งหมายในการผลิตคน เพื่อเข้ารับราชการในหน่วยงานของรัฐอันเป็นผลสืบเนื่องมาจาก การปฏิรูปการปกครองในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าอยู่หัว เมื่อ พ.ศ. 2435 โดยมีที่มาจากการผสมผสานแนวความคิดที่ได้จากการศึกษาดูงานจากต่างประเทศ แล้วนำมาประยุกต์ให้เข้ากับสังคมไทย โดยนำแนวคิดสำคัญมาจากญี่ปุ่นและอินเดีย ซึ่งผ่านการรับและถ่ายทอดมาจากตะวันตกอีกทอดหนึ่ง ในขั้นต้นมหาวิทยาลัยไทยได้ขยายงานจากโรงเรียนข้าราชการพลเรือน ต่อมาพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชประสงค์ให้ขยายงานจากการผลิตคนเข้ารับราชการ เพื่อเป็นการเรียนการสอนแบบตลาดวิชาเพื่อขยายความมุ่งหมายให้กว้างออกไป จึงได้ทำการสถาปนาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยขึ้น แต่ปรากฏว่าผลจากการเรียนการสอนในระยะแรกนั้นมีอุปสรรคที่สำคัญคือ ด้านงบประมาณ หลักสูตร ความไม่เหมาะสมของสถานที่และการขาดแคลนบุคลากร จึงทำให้การเรียนการสอนในระยะแรกยังไม่ถึงขั้นปริญญาตรี ภายหลังที่ได้มีการเจรจาความร่วมมือระหว่างมูลนิธิร็อคกีเฟลเลอร์กับรัฐบาลไทย จึงทำให้สามารถจัดหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิตได้สำเร็จเป็นปีแรก ใน พ.ศ. 2466 จนมีผู้สำเร็จการศึกษาครั้งแรกใน พ.ศ. 2471 อย่างไรก็ดี มหาวิทยาลัยยังคงมีภารกิจหลักทางด้านการสอน ผู้สำเร็จการศึกษาส่วนมากก็ยังคงเข้ารับราชการเป็นสำคัญ ยกเว้นคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่สามารถเข้าทำงานในบริษัทเอกชนได้ด้วย กิจกรรมนิสิตในช่วงเวลานี้ยังเน้นทางด้านความบันเทิงและกีฬาเป็นหลัก หลังจากการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 จึงได้มีการจัดตั้งมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมืองขึ้น เพื่อเผยแพร่ความรู้ทางด้านกฎหมาย การเมืองการปกครอง ให้แพร่หลายสู่ประชาชนเพื่อรองรับต่อระบบการปกครอง ในเวลานี้มหาวิทยาลัยได้มีรูปแบบโครงสร้างที่อิสระมากขึ้น จึงทำให้สามารถพัฒนาการศึกษาไปได้อย่างรวดเร็วขึ้น จนทำให้มีการขยายการเรียนการสอนทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพของทั้งสองมหาวิทยาลัย และยุคนี้นิสิตนักศึกษาได้เริ่มเข้ามามีบทบาทและมีส่วนร่วมทางการเมืองมากยิ่งขึ้น ภายหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้มีการจัดตั้งมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยศิลปากร เพื่อขยายงานตามความมุ่งหมายของรัฐในเฉพาะด้านตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งปรากฏว่าการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยศิลปากรและมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์นั้น ยังไม่ก้าวหน้ามากนักเพราะอยู่ในช่วงระหว่างการก่อตั้งและขาดแคลนงบประมาณ ส่วนมหาวิทยาลัยที่ตั้งมาก่อนหน้านั้น สามารถดำเนินงานไปได้อย่างก้าวหน้ามากยิ่งขึ้นทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ

บรรณานุกรม :
สมโชติ วีรภัทรเวธ . (2550). พัฒนาการของมหาวิทยาลัยไทย พ.ศ. 2459-2500.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สมโชติ วีรภัทรเวธ . 2550. "พัฒนาการของมหาวิทยาลัยไทย พ.ศ. 2459-2500".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สมโชติ วีรภัทรเวธ . "พัฒนาการของมหาวิทยาลัยไทย พ.ศ. 2459-2500."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2550. Print.
สมโชติ วีรภัทรเวธ . พัฒนาการของมหาวิทยาลัยไทย พ.ศ. 2459-2500. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2550.