ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การคัดเลือกตัวแบบไม่ติดกลุ่มอย่างสมบูรณ์ของตัวแบบการถดถอยโลจิสติกแบบ 2 ประเภท โดยใช้ฟังก์ชันโพรบิตเป็นฟังก์ชันเชื่อมโยง

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การคัดเลือกตัวแบบไม่ติดกลุ่มอย่างสมบูรณ์ของตัวแบบการถดถอยโลจิสติกแบบ 2 ประเภท โดยใช้ฟังก์ชันโพรบิตเป็นฟังก์ชันเชื่อมโยง
นักวิจัย : จารุตา ฤทธิ์เดชะ
คำค้น : การวิเคราะห์การถดถอยโลจิสติก , การประมาณค่าพารามิเตอร์ , การสุ่มตัวอย่าง (สถิติ) , Logistic regression analysis , Parameter estimation , Sampling ‪(Statistics)‬
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : สุพล ดุรงค์วัฒนา , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี
ปีพิมพ์ : 2554
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/51633
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (สต.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2554

การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อคัดเลือกตัวแบบไม่ติดกลุ่มอย่างสมบูรณ์ของตัวแบบการถดถอยโลจิสติกแบบ 2 ประเภท โดยใช้ฟังก์ชันโพรบิตเป็นฟังก์ชันเชื่อมโยง ปัจจัยที่ส่งผลต่อตัวแบบที่ถุกคัดเลือกคือ คู่ลำดับของจำนวนตัวแปรในตัวแบบแรก (p1) และจำนวนตัวแปรในตัวแบบที่สอง (p2); (p1,p2); (2,2),(2,3),(2,4),(2,5),(3,2),(3,3),(3,4),(3,5),(4,2),(4,3),(4,4),(4,5),(5,2),(5,3),(5,4),(5,5) ระดับความสัมพันธ์ในแต่ละคู่ของตัวแปรอิสระเท่ากับ 0.33, 0.66 และ0.99 และขนาดตัวอย่าง (n) คือ 50, 100, 150 และ 250 ซึ่งข้อมูลทั้งหมดนี้ในการจำลองโดยเทคนิคมอนติคาร์โล ด้วยโปรแกรม R โดยใช้พื้นที่ใต้โค้ง ROC สูงสุดเป็นเกณฑ์ในการคัดเลือก จากการวิจัยสรุปผลได้ดังนี้ ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการคัดเลือกตัวแบบไม่ติดกลุ่มอย่างสมบูรณ์ ของตัวแบบการถดถอยโลจิสติกแบบ 2 ประเภท โดยใช้ฟังชันก์โพรบิตเป็นฟังก์ชันเชื่อมโยงที่ทำให้ค่าเฉลี่ยพื้นที่ใต้โค้ง ROC เปลี่ยนแปลงไปในแตะละตัวแบบ กรณีจำนวนตัวแปรอิสระในตัวแบบแรก (p1) และจำนวนตัวแปรอิสระในตัวแบบที่สอง (p2); (p1,p2) เปลี่ยนแปลงไป ภายใต้ขอบเขตขนาดตัวอย่างและระดับความสัมพันธ์ในแต่ละคู่ของตัวแปรอิสระคงที่ พบว่าเมื่อจำนวนตัวแปรอิสระในตัวแบบแรก (p1) มีค่ามากกว่าจำนวนตัวแปรอิสระในตัวแบบที่สอง (p2) ตัวแบบที่ถูกเลือกคือตัวแบบแรก (p1) และเมื่อจำนวนตัวแปรอิสระในตัวแบบที่ที่สอง (p2) มีค่ามากกว่าจำนวนตัวแปรอิสระในตัวแบบแรก (p1) ตัวแบบที่ถูกเลือกคือตัวแบบที่สอง (p2) กรณีระดับความสัมพันธ์ในแต่ละคู่ของตัวแปรอิสระเปลี่ยนแปลงไป แต่ขนาดตัวอย่างและจำนวนตัวแปรอิสระของแต่ละตัวแบบคงที่ พบว่าเมื่อระดับความสัมพันธ์ในแต่ละคู่ของตัวแปรอิสระมีระดับต่ำ ตัวแบบจะมีค่าความน่าเชื่อถือสูง แต่เมื่อระดับความสัมพันธ์ในแต่ละคู่ของตัวแปรอิสระอยู่ในระดับปานกลางและสูง ตัวแบบจะมีค่าความน่าเชื่อถือลดลง กรณีขนาดตัวอย่างเปลี่ยนแปลงไป แต่จำนวนตัวแปรอิสระของแต่ละตัวแบบ และความสัมพันธ์ในแต่ละคู่ของตัวแปรอิสระคงที่ พบว่าเมื่อขนาดตัวอย่างมีค่าเพิ่มมากขึ้น ตัวแบบจะมีค่าความน่เชื่อถือสูงขึ้น

บรรณานุกรม :
จารุตา ฤทธิ์เดชะ . (2554). การคัดเลือกตัวแบบไม่ติดกลุ่มอย่างสมบูรณ์ของตัวแบบการถดถอยโลจิสติกแบบ 2 ประเภท โดยใช้ฟังก์ชันโพรบิตเป็นฟังก์ชันเชื่อมโยง.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
จารุตา ฤทธิ์เดชะ . 2554. "การคัดเลือกตัวแบบไม่ติดกลุ่มอย่างสมบูรณ์ของตัวแบบการถดถอยโลจิสติกแบบ 2 ประเภท โดยใช้ฟังก์ชันโพรบิตเป็นฟังก์ชันเชื่อมโยง".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
จารุตา ฤทธิ์เดชะ . "การคัดเลือกตัวแบบไม่ติดกลุ่มอย่างสมบูรณ์ของตัวแบบการถดถอยโลจิสติกแบบ 2 ประเภท โดยใช้ฟังก์ชันโพรบิตเป็นฟังก์ชันเชื่อมโยง."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2554. Print.
จารุตา ฤทธิ์เดชะ . การคัดเลือกตัวแบบไม่ติดกลุ่มอย่างสมบูรณ์ของตัวแบบการถดถอยโลจิสติกแบบ 2 ประเภท โดยใช้ฟังก์ชันโพรบิตเป็นฟังก์ชันเชื่อมโยง. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2554.