ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การพัฒนารูปแบบสื่อการเรียนรู้ดิจิทัลโดยผสานหลักการดึงความสนใจและเทคนิคช่วยจำเพื่อส่งเสริมการคงอยู่ของความรู้สำหรับนักศึกษาสายงานแพทย์ พยาบาลและสาธารณสุข

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การพัฒนารูปแบบสื่อการเรียนรู้ดิจิทัลโดยผสานหลักการดึงความสนใจและเทคนิคช่วยจำเพื่อส่งเสริมการคงอยู่ของความรู้สำหรับนักศึกษาสายงานแพทย์ พยาบาลและสาธารณสุข
นักวิจัย : ปาริฉัตร ละครเขต
คำค้น : -
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : พรสุข ตันตระรุ่งโรจน์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะครุศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2558
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/51250
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อพัฒนารูปแบบสื่อการเรียนรู้ดิจิทัลฯ 2) เพื่อศึกษาผลการใช้รูปแบบสื่อการเรียนรู้ดิจิทัลฯ 3) เพื่อนำเสนอรูปแบบสื่อการเรียนรู้ดิจิทัลฯ กลุ่มตัวอย่างในการพัฒนารูปแบบ คือ ผู้เชี่ยวชาญจำนวน 12 ท่าน ได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษาหรือสื่อการเรียนรู้ดิจิทัล ด้านเนื้อหาวิชากายวิภาคศาสตร์ และด้านความจำ กลุ่มตัวอย่างในการทดลอง คือ นักศึกษาระดับปริญญาตรี ชั้นปีที่ 1 หลักสูตรการแพทย์แผนไทยบัณฑิต ที่ลงทะเบียนเรียนภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2558 จำนวน 35 คน ได้จากการเลือกตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive Sampling) และกลุ่มตัวอย่างในการนำเสนอรูปแบบสื่อการเรียนรู้ดิจิทัลฯ คือ ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 5 ท่าน เครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัย ได้แก่ แบบประเมินรูปแบบสื่อการเรียนรู้ดิจิทัลฯ สื่อการเรียนรู้ดิจิทัลฯ แผนการจัดการเรียนรู้ดิจัทัลฯ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถามความคิดเห็นหลังเรียนผ่านสื่อการเรียนรู้ดิจิทัลฯ แบบสังเกตพฤติกรรมการใช้งานสื่อการเรียนรู้ดิจิทัลฯ วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าความถี่ ค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที (t-test dependent) ผลการวิจัยพบว่า 1. รูปแบบสื่อการเรียนรู้ดิจิทัลฯ ที่พัฒนาขึ้น ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบหลักสำคัญ ได้แก่ (1) คุณลักษณะสื่อการเรียนรู้ดิจิทัลฯ 4 องค์ประกอบ คือ 1) วัตถุประสงค์การเรียนรู้ 2) เนื้อหาบทเรียน 3) กิจกรรมการเรียนรู้และแบบฝึก 4) การประเมินผล (2) กระบวนการคงอยู่ของความรู้ 7 ขั้นตอน คือ 1) รับข้อมูลจากสิ่งเร้า 2) จำเป็นภาพติดตา เสียงก้องหู 3) เข้ารหัส 4) ทบทวน 5) จัดเก็บเป็นความหมาย 6) ทบทวน 7) ค้นคืน ระลึกได้ (3) หลักการดึงความสนใจ 2 หลักการ คือ 1) หลักการองค์ประกอบและการออกแบบของสื่อการเรียนรู้ดิจิทัลที่สามารถดึงความสนใจ 2) หลักการดึงความสนใจสำหรับสื่อการเรียนรู้ดิจิทัล (4) เทคนิคช่วยจำ 4 เทคนิค คือ 1) เทคนิคเชื่อมโยง 2) เทคนิครูปทรง 3) เทคนิคเสียงคล้องจอง 4) เทคนิคห้องโรมัน 2. รูปแบบสื่อการเรียนรู้ดิจิทัลฯ ที่พัฒนาขึ้น พบว่าผลการรับรองรูปแบบจากผู้ทรงคุณวุฒิมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด และเหมาะสมสำหรับผู้เรียนทุกคน 3. ผลการทดลองใช้รูปแบบสื่อการเรียนรู้ดิจิทัลฯ พบว่าคะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของกลุ่มตัวอย่างหลังเรียนสูงกว่าคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 4. ผลการทดลองใช้รูปแบบสื่อการเรียนรู้ดิจิทัลฯ พบว่า คะแนนเฉลี่ยการคงอยู่ของความรู้ของกลุ่มตัวอย่างหลังเรียนสูงกว่าคะแนนเฉลี่ยการคงอยู่ของความรู้หลังเรียน 1 สัปดาห์ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2558

บรรณานุกรม :
ปาริฉัตร ละครเขต . (2558). การพัฒนารูปแบบสื่อการเรียนรู้ดิจิทัลโดยผสานหลักการดึงความสนใจและเทคนิคช่วยจำเพื่อส่งเสริมการคงอยู่ของความรู้สำหรับนักศึกษาสายงานแพทย์ พยาบาลและสาธารณสุข.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ปาริฉัตร ละครเขต . 2558. "การพัฒนารูปแบบสื่อการเรียนรู้ดิจิทัลโดยผสานหลักการดึงความสนใจและเทคนิคช่วยจำเพื่อส่งเสริมการคงอยู่ของความรู้สำหรับนักศึกษาสายงานแพทย์ พยาบาลและสาธารณสุข".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ปาริฉัตร ละครเขต . "การพัฒนารูปแบบสื่อการเรียนรู้ดิจิทัลโดยผสานหลักการดึงความสนใจและเทคนิคช่วยจำเพื่อส่งเสริมการคงอยู่ของความรู้สำหรับนักศึกษาสายงานแพทย์ พยาบาลและสาธารณสุข."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2558. Print.
ปาริฉัตร ละครเขต . การพัฒนารูปแบบสื่อการเรียนรู้ดิจิทัลโดยผสานหลักการดึงความสนใจและเทคนิคช่วยจำเพื่อส่งเสริมการคงอยู่ของความรู้สำหรับนักศึกษาสายงานแพทย์ พยาบาลและสาธารณสุข. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2558.