ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การพัฒนาโมดูลการฝึกอบรมเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะการประเมินสำหรับอาจารย์พยาบาล

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การพัฒนาโมดูลการฝึกอบรมเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะการประเมินสำหรับอาจารย์พยาบาล
นักวิจัย : เนตรรัชนี กมลรัตนานันท์
คำค้น : -
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะครุศาสตร์ , ศิริเดช สุชีวะ , กมลวรรณ ตังธนกานนท์
ปีพิมพ์ : 2558
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/51162
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ค.ด.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2558

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) พัฒนาโมดูลการฝึกอบรมเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะการประเมินสำหรับอาจารย์พยาบาล (2) ศึกษาผลของโมดูลการฝึกอบรมเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะการประเมินสำหรับอาจารย์พยาบาลต่อ ความรู้ ทัศนคติ และทักษะการประเมินภาคปฏิบัติ (3) ศึกษาผลของโมดูลการฝึกอบรมเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะการประเมินสำหรับอาจารย์พยาบาลต่อความคลาดเคลื่อนจากผู้ประเมิน คือ ความคลาดเคลื่อนจากการกด ปล่อยคะแนน ความคลาดเคลื่อนจากการให้คะแนนเกาะกลุ่มตรงกลาง และความคลาดเคลื่อนแบบฮาโล การวิจัยนี้เป็นการวิจัย และพัฒนา ตัวอย่างในการสำรวจสภาพปัจจุบันของการประเมินภาคปฏิบัติ เป็นอาจารย์จากคณะพยาบาลศาสตร์ใน 4 ภาคของประเทศไทย และจากคณะพยาบาลศาสตร์สวนดุสิต จำนวน 96คน ตัวอย่างในการใช้โมดูล คืออาจารย์พยาบาลจำนวน 17 คน เลือกแบบเจาะจง โดยการจับคู่ และการสุ่มอย่างง่าย เข้ากลุ่มทดลองใช้โมดูล 6 คน และกลุ่มใช้โมดูลจริง 11 คน เครื่องมือที่ใช้เก็บรวบรวมข้อมูลคือ แบบสอบถามสำรวจสภาพปัจจุบัน รูบริคการประเมินภาคปฏิบัติ วีดีทัศน์สถานการณ์จำลองการฝึกปฏิบัติงานของนักศึกษาพยาบาล แบบวัดความรู้ แบบวัดทัศนคติ แบบวัดความพึงพอใจ คู่มือฝึกอบรม และแบบสัมภาษณ์มีโครงสร้าง วิเคราะห์ข้อมูลโดย ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยคะแนนความรู้ ทัศนคติก่อน และหลังการใช้โมดูลโดยใช้สถิติทดสอบที (paired t-test) และการวิเคราะห์ความแปรปรวนที่มีการวัดซ้ำ (repeated measures ANOVA) วิเคราะห์ความคลาดเคลื่อนจากผู้ประเมินคือ การกด ปล่อยคะแนน การให้คะแนนเกาะกลุ่มตรงกลาง และความคลาดเคลื่อนแบบฮาโล ด้วยโมเดลการวิเคราะห์หลายองค์ประกอบของราส์ช (many-facet rasch model) การวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรม SPSS และ FACETS และข้อมูลเชิงคุณภาพใช้การวิเคราะห์เนื้อหา ได้ผลการวิจัยดังนี้ 1. ผลการสำรวจสภาพปัจจุบัน พบปัญหาการตัดสินผลการฝึกปฏิบัติงานของนักศึกษาพยาบาล จาก 2 ปัจจัยคือ ความเข้าใจในเกณฑ์การประเมินไม่ตรงกัน และความเป็นอัตนัยของผู้ประเมิน 2. การพัฒนาโมดูลได้หน่วยการเรียนรู้ 5 หน่วยคือ (1) ความรู้พื้นฐานด้านการประเมินภาคปฏิบัติ (2) ความรู้เกี่ยวกับความคลาดเคลื่อนจากผู้ประเมิน (3) กรอบของการอ้างอิง (4) การฝึกการสังเกตพฤติกรรมในการประเมิน และ (5) การฝึกการตัดสินใจ 3. ผลของโมดูล ต่อความรู้ ทัศนคติ และทักษะการประเมินภาคปฏิบัติ พบว่าค่าเฉลี่ยคะแนนความรู้ด้านการประเมินภาคปฏิบัติหลังเข้ารับการฝึกอบรมสูงกว่าก่อนเข้ารับการฝึกอบรม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001, ค่าเฉลี่ยคะแนนทัศนคติหลังการใช้โมดูลไม่แตกต่างจากก่อนการใช้โมดูลที่ระดับนัยสำคัญ .05, ผลการวัดทักษะ 3 ครั้งให้ผลการประเมินไม่แตกต่างกันที่ระดับนัยสำคัญ .05 4. ผลการใช้โมดูลต่อความคลาดเคลื่อนจากผู้ประเมิน ก่อน และหลังการฝึกอบรม ทดสอบด้วยสถิติ reliability of separation, separation ratio และ Fixed Chi-square ไม่พบความแตกต่างของการกดคะแนน ปล่อยคะแนน, การให้คะแนนเกาะกลุ่มตรงกลาง และความคลาดเคลื่อนแบบฮาโล ที่ระดับนัยสำคัญ .05

บรรณานุกรม :
เนตรรัชนี กมลรัตนานันท์ . (2558). การพัฒนาโมดูลการฝึกอบรมเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะการประเมินสำหรับอาจารย์พยาบาล.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
เนตรรัชนี กมลรัตนานันท์ . 2558. "การพัฒนาโมดูลการฝึกอบรมเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะการประเมินสำหรับอาจารย์พยาบาล".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
เนตรรัชนี กมลรัตนานันท์ . "การพัฒนาโมดูลการฝึกอบรมเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะการประเมินสำหรับอาจารย์พยาบาล."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2558. Print.
เนตรรัชนี กมลรัตนานันท์ . การพัฒนาโมดูลการฝึกอบรมเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะการประเมินสำหรับอาจารย์พยาบาล. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2558.