ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การพัฒนาเครื่องมือประเมินการนิเทศเพื่อการประกันการเรียนรู้ของนิสิตนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การพัฒนาเครื่องมือประเมินการนิเทศเพื่อการประกันการเรียนรู้ของนิสิตนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู
นักวิจัย : สิรินทร์ ศุภธีรวงศ์
คำค้น : -
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : สุวิมล ว่องวาณิช , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะครุศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2558
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/51069
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2558

การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อวิเคราะห์องค์ประกอบและตัวบ่งชี้ในระบบการประกันการเรียนรู้ของนิสิตนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู และ 2) เพื่อพัฒนาและตรวจสอบเครื่องมือประเมินการนิเทศเพื่อการประกันการเรียนรู้ของนิสิตนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู ตัวอย่างวิจัย คือ นิสิตนักศึกษาที่อยู่ในช่วงฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู จำนวน 803 คน ซึ่งได้จากการสุ่มแบบหลายขั้นตอน มีเก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามแบบมาตรประมาณค่า 5 ระดับ โดยมีค่าความเที่ยงระหว่าง 0.83 - 0.96 การตรวจสอบคุณภาพแบบประเมินการนิเทศเพื่อการประกันการเรียนรู้โดยทดลองใช้กับกลุ่มอาจารย์พี่เลี้ยงจำนวน 24 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงบรรยาย สถิติเชิงสรุปอ้างอิง และการวิเคราะห์โมเดลสมการโครงสร้างเชิงเส้น ผลการวิจัยมีดังต่อไปนี้ 1. ระบบประกันการเรียนรู้ของนิสิตนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูประกอบด้วย 3 องค์ประกอบ คือ องค์ประกอบที่ 1 คุณลักษณะและกระบวนการของการเป็นพี่เลี้ยง มี 3 ตัวบ่งชี้ ได้แก่ การสร้างความเข้าใจร่วมกันในกระบวนการพี่เลี้ยง พฤติกรรมในการให้การชี้แนะ/ให้คำปรึกษา และการแสดงบทบาทหน้าที่ของการเป็นพี่เลี้ยงที่ดี องค์ประกอบที่ 2 สาระในการนิเทศแก่นิสิตนักศึกษา มี 4 ตัวบ่งชี้ ได้แก่ การจัดการเรียนการสอนในชั้นเรียน การจัดกิจกรรมส่งเสริมผู้เรียนนอกชั้นเรียน การทำวิจัยในชั้นเรียน และการประพฤติตนในฐานะครูที่ดี และองค์ประกอบที่ 3 ผลการเรียนรู้ มี 3 ตัวบ่งชี้ ได้แก่ ความรู้และความสามารถ คุณภาพการทำงาน และความรู้สึกที่ดีต่อวิชาชีพครู สำหรับน้ำหนักความสำคัญขององค์ประกอบกำหนดจากผลการวิเคราะห์โมเดลปัจจัยเชิงสาเหตุ พบว่า โมเดลเชิงสาเหตุของระบบประกันการเรียนรู้สอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ พิจารณาได้จากค่าไค-สแควร์ = 26.01, df = 19, p = 0.13, CFI = 1.00, TLI = 1.00, RMSEA = 0.02 และองค์ประกอบกระบวนการพี่เลี้ยงสามารถอธิบายองค์ประกอบผลการเรียนรู้ได้ร้อยละ 42.00 โดยน้ำหนักความสำคัญของตัวบ่งชี้ทั้งหมดมีค่าใกล้เคียงกัน 2. แบบประเมินการนิเทศเพื่อการประกันการเรียนรู้ของนิสิตนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูที่พัฒนาขึ้นเป็นแบบตรวจสอบรายการพฤติกรรมของอาจารย์พี่เลี้ยง ผลการประเมินคุณภาพของการเป็นพี่เลี้ยงจากแบบประเมิน แบ่งออกเป็น 3 ระดับ คือ ดี พอใช้ และควรปรับปรุง ผลการตรวจสอบคุณภาพของแบบประเมิน พบว่า แบบประเมินมีความตรงเชิงจำแนกโดยใช้เทคนิคกลุ่มรู้ชัด (known groups) และมีความเที่ยงแบบสอดคล้องภายในโดยสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค มีค่าระหว่าง 0.85 - 0.93 นอกจากนี้ อาจารย์พี่เลี้ยงที่เป็นผู้ใช้แบบประเมินเห็นว่า แบบประเมินมีประโยชน์ในการตรวจสอบ กำกับและติดตามการทำงานของตนเองด้านการนิเทศการฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูและผลการเรียนรู้ที่จะเกิดขึ้นต่อนิสิตนักศึกษา

บรรณานุกรม :
สิรินทร์ ศุภธีรวงศ์ . (2558). การพัฒนาเครื่องมือประเมินการนิเทศเพื่อการประกันการเรียนรู้ของนิสิตนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สิรินทร์ ศุภธีรวงศ์ . 2558. "การพัฒนาเครื่องมือประเมินการนิเทศเพื่อการประกันการเรียนรู้ของนิสิตนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สิรินทร์ ศุภธีรวงศ์ . "การพัฒนาเครื่องมือประเมินการนิเทศเพื่อการประกันการเรียนรู้ของนิสิตนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2558. Print.
สิรินทร์ ศุภธีรวงศ์ . การพัฒนาเครื่องมือประเมินการนิเทศเพื่อการประกันการเรียนรู้ของนิสิตนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2558.