ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ผลฉับพลันและการคงอยู่ของการนวดแบบเคาะด้วยความถี่และจำนวนครั้งที่แตกต่างกันต่อเวลาปฏิกิริยาและเวลาในการเคลื่อนไหวของแขนในนักกีฬาแบดมินตันสมัครเล่น

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ผลฉับพลันและการคงอยู่ของการนวดแบบเคาะด้วยความถี่และจำนวนครั้งที่แตกต่างกันต่อเวลาปฏิกิริยาและเวลาในการเคลื่อนไหวของแขนในนักกีฬาแบดมินตันสมัครเล่น
นักวิจัย : ธิติพันธุ์ วิชัยยา
คำค้น : -
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : นงนภัส เจริญพานิช , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา
ปีพิมพ์ : 2558
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/51043
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วัตถุประสงค์: 1) เพื่อศึกษาปัจจัยด้านความถี่และจำนวนครั้งต่อเวลาปฏิกิริยา เวลาในการเคลื่อนไหวของของแขนของผลฉับพลันและการคงอยู่หลังการนวดแบบเคาะในนักกีฬาแบดมินตันสมัครเล่น 2) เพื่อศึกษาผลฉับพลันและการคงอยู่ของเทคนิคการนวดแบบเคาะด้วยความถี่และจำนวนครั้งที่แตกต่างกันต่อเวลาปฏิกิริยา เวลาในการเคลื่อนไหวของแขนในนักกีฬาแบดมินตันสมัครเล่น วิธีดำเนินการวิจัย: กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นนักกีฬาแบดมินตันชายที่มีอายุระหว่าง 18-25 ปี ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์คัดเข้าจำนวน 14 คนโดยจะได้รับการทดสอบเวลาปฏิกิริยา เวลาในการเคลื่อนไหว และเวลาในการตอบสนองของการเคลื่อนไหวแขน จำนวน 3 ครั้ง เป็น ก่อนการเคาะ, หลังการเคาะทันที และ หลังการเคาะ 15 นาทีโดยกลุ่มตัวอย่างทุกคนจะได้รับการเคาะทั้ง 4 รูปแบบ แบ่งเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่ม LL (Low Frequency and Low Repetition), กลุ่ม LH (Low Frequency and High Repetition), HL (High Frequency and Low Repetition) และ HH (High Frequency and High Repetition) โดยสุ่มลำดับของการวิจัย โดยเว้นระยะเวลา 5 วันในการเปลี่ยนกลุ่ม นำผลที่ได้มาวิเคราะห์ข้อมูลสถิติ โดยกำหนดระดับความมีนัยสำคัญทางสถิติที่ p-value < 0.05 ผลการวิจัย: ผลการเปรียบเทียบระหว่างกลุ่ม พบว่าความถี่ในการนวดแบบเคาะเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อเวลาปฏิกิริยาของแขนอย่างมีนัยสำคัญที่ความถี่เดียวกัน จำนวนครั้งเป็นปัจจัยร่วมที่มีผลต่อเวลาปฏิกิริยาของแขนอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเปรียบเทียบผลภายในกลุ่มที่ได้รับการเคาะด้วยความถี่สูง (HL) แสดงความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติของทั้งเวลาปฏิกิริยา เวลาในการเคลื่อนไหว และเวลาในการตอบสนอง ขณะที่กลุ่ม HH แสดงความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญเฉพาะเวลาในการเคลื่อนไหวและเวลาในการตอบสนองและเฉพาะกลุ่ม HH ที่แสดงผลคงค้างของเวลาในการตอบสนองหลังการเคาะ 15 นาทีอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนกลุ่มที่เคาะด้วยความเร็วต่ำ (LL และ LH) ไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในทุกตัวแปร สรุปผลการวิจัย: การเคาะที่ความถี่ 1.5 Hz สามารถกระตุ้นการรับสัมผัสทางกลได้และเมื่อเคาะ 1.5 Hz จำนวน 45 ครั้ง สามารถแสดงผลคงค้างของเวลาในการตอบสนองเป็นเวลา 15 นาที ผู้วิจัยจึงเห็นว่าความถี่และจำนวนครั้งข้างต้นเป็นรูปแบบที่เหมาะสมสำหรับการกระตุ้นให้กล้ามเนื้อมีการหดตัวที่เร็วขึ้นได้

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2558

บรรณานุกรม :
ธิติพันธุ์ วิชัยยา . (2558). ผลฉับพลันและการคงอยู่ของการนวดแบบเคาะด้วยความถี่และจำนวนครั้งที่แตกต่างกันต่อเวลาปฏิกิริยาและเวลาในการเคลื่อนไหวของแขนในนักกีฬาแบดมินตันสมัครเล่น.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ธิติพันธุ์ วิชัยยา . 2558. "ผลฉับพลันและการคงอยู่ของการนวดแบบเคาะด้วยความถี่และจำนวนครั้งที่แตกต่างกันต่อเวลาปฏิกิริยาและเวลาในการเคลื่อนไหวของแขนในนักกีฬาแบดมินตันสมัครเล่น".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ธิติพันธุ์ วิชัยยา . "ผลฉับพลันและการคงอยู่ของการนวดแบบเคาะด้วยความถี่และจำนวนครั้งที่แตกต่างกันต่อเวลาปฏิกิริยาและเวลาในการเคลื่อนไหวของแขนในนักกีฬาแบดมินตันสมัครเล่น."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2558. Print.
ธิติพันธุ์ วิชัยยา . ผลฉับพลันและการคงอยู่ของการนวดแบบเคาะด้วยความถี่และจำนวนครั้งที่แตกต่างกันต่อเวลาปฏิกิริยาและเวลาในการเคลื่อนไหวของแขนในนักกีฬาแบดมินตันสมัครเล่น. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2558.